นักวิจัยพบภาวะสมองล้าหลังติดเชื้อโควิดเชื่อมโยงกับการเกิดลิ่มเลือด

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
นักวิจัยทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและเลสเตอร์ในสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า การเกิดลิ่มเลือดในสมองและปอดอาจจะสามารถอธิบายอาการร่วมบางอย่างของการเกิดภาวะลองโควิด (Long Covid) หรือผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพของผู้ที่ป่วยเป็นโควิด-19 อย่างเช่น ภาวะสมองล้าและอาการเหนื่อยล้าได้
งานวิจัยเรื่องนี้เกิดขึ้นจากการตรวจสอบและสังเกตผู้ป่วยโควิด 1,837 รายที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งพบว่า มีสารประกอบโปรตีนในเลือดสองชนิดเป็นสาเหตุให้เกิดลิ่มเลือด และเชื่อว่าผู้ป่วยราว 16% จากกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาประสบกับปัญหาเกี่ยวกับการนึกคิด การมีสมาธิหรือจดจ่อกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด รวมทั้งการทบทวนความทรงจำ อย่างน้อย 6 เดือนหลังจากติดเชื้อแล้ว
อย่างไรก็ตาม คณะนักวิจัยย้ำว่า สิ่งที่ค้นพบนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่ 3 ประการ
- กลุ่มตัวอย่างมาจากผู้ป่วยที่รับการรักษาในโรงพยาบาลที่ทำการทดลองเท่านั้น
- ข้อมูลที่ได้เป็นเพียงหลักฐานเบื้องต้นเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมก่อนที่จะดำเนินการหรือทดสอบวิธีการรักษาใด ๆ
- การตรวจสอบติดตามผลเกี่ยวกับปัญหาด้านการรับรู้ วัด ณ เวลา 6 และ 12 เดือนเท่านั้น อีกทั้งข้อมูลก็ได้มาจากการทดสอบและแบบสอบถาม ซึ่งอาจจะทำให้ขาดความไว (lack sensitivity) ในการทดสอบ
ศาสตราจารย์พอล แฮร์ริสัน จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดระบุว่า การระบุปัจจัยที่ใช้ทำนายและกลไกที่อาจเกิดขึ้น ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการทำความเข้าใจภาวะสมองล้าที่เกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อโควิด อย่างไรก็ตาม ยังคงมีสาเหตุอีกหลายอย่างที่ทำให้เกิดอาการลองโควิด
ด้านศาสตราจารย์คริส ไบรทลิง ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจจากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ระบุว่า "ผลกระทบต่อสุขภาพทางกายและทางจิตใจหลังจากการติดเชื้อโควิด มาจากหลายส่วนผสมกัน เช่น สุขภาพก่อนการติดเชื้อ ระหว่างการติดเชื้อ และหลังจากการติดเชื้อ"

ที่มาของภาพ, SIMON RETFORD
ดร.ไซมอน เรทฟอร์ด นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยในแลงคาเชอร์ ต้องรักษาตัวจากภาวะวิกฤต หรือโคมา เป็นเวลาสองสัปดาห์หลังติดเชื้อโควิดในเดือน ต.ค. 2020 ขณะที่ปัจจุบันสภาพร่างกายของเขาฟื้นตัวได้เพียง 60-70% จากภาวะปกติเท่านั้น โดยอาการที่เขาต้องเผชิญคือ ปัญหาด้านสมาธิ เช่น ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ รวมทั้งสูญเสียความทรงจำระยะสั้น และกระแสความคิด
"ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ผมลงทะเบียนเรียนวิชาเกี่ยวกับบทบาทความเป็นผู้นำ แต่ตอนนั้นผมต้องดิ้นรนอย่างมาก เพราะสมองของผมประมวลผลช้ามาก" เขาอธิบายและบอกว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยช่วยงานตำรวจ แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้แล้ว
"หากผมหักโหม ผมก็จะรู้สึกเหนื่อยล้าเกินไป" เขากล่าว
แม้ว่าในวันนี้เขายังจะไม่สามารถฟื้นตัวได้สมบูรณ์ แต่เขายังมองโลกในแง่บวก ว่าอย่างน้อยเขายังรอดชีวิตมาได้
การศึกษาผลกระทบภายหลังการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเชอร์ เมดิซิน อ้างว่าระดับของโปรตีนชนิดไฟบริโนเจน (Fibrinogen) และสารบ่งชี้ของการเกิดหลอดเลือดอุดตัน D-dimer เป็นสาเหตุของภาวะสมองล้า
ดร.แมกซ์ ทาเคต์ หนึ่งในผู้ศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดระบุว่า "ทั้งไฟบริโนเจนและ D-dimer ล้วนเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ซึ่งผลศึกษาสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า ภาวะลิ่มเลือดก็เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาเกี่ยวกับการรับรู้หลังการติดเชื้อโควิด
"ไฟบริโนเจนอาจจะมีผลโดยตรงต่อสมองและระบบการไหลเวียนเลือด ขณะที่ D-dimer มักจะสะท้อนภาวะลิ่มเลือดในปอด ซึ่งอาจจะนำไปสู่ปัญหาสมองขาดออกซิเจนได้"











