จากที่ถูกอดีตแฟนตามรังควานจนต้องเลิก จึงสมัครใช้แอปฯ เพื่อการ "หาคู่ปลอดภัย" แต่สุดท้ายกลับถูกเปิดเผยข้อมูล

Woman holding phone

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้หญิงในสหรัฐฯ ที่เคยใช้งานแอปพลิเคชัน "ที" (Tea) กำลังถูกระดมโจมตีต่อต้าน หลังข้อมูลส่วนตัวของพวกเธอรั่วไหล
    • Author, แจ็กกี เวคฟีลด์
    • Role, ทีมข่าวโกลบอล ดิสอินฟอร์เมชัน ยูนิต (Global Disinformation Unit) บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

แซลลีถูกอดีตแฟนหนุ่มตามรังควาน

แม้ว่าเธอจะเลิกรากับอดีตคนรักไปแล้ว แต่เขายังคงเดินทางไปปรากฏตัวที่สถานที่ทำงานและที่บ้านของเพื่อน ๆ ของเธอ จนในที่สุดเธอตัดสินใจย้ายที่อยู่อาศัย

เมื่อแซลลีกลับเข้าสู่วงการออกเดตอีกครั้ง เธอจึงเลือกใช้ความระมัดระวังมากขึ้นและตัดสินใจสมัครใช้งานแอปพลิเคชันใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงสามารถตรวจสอบประวัติของคู่เดตและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับผู้ชายที่กำลังคบหา

ผู้ใช้แอปฯให้คำแนะนำการเดต "ที" (Tea) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ สามารถแจ้งเตือนผู้ใช้ด้วยกันหากพบว่าคู่เดตมีสถานะสมรส หรือเป็นผู้ต้องหาคดีทางเพศ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ฟังก์ชันค้นหาภาพย้อนกลับเพื่อตรวจสอบตัวตน และให้คะแนนผู้ชายว่าเป็น "ธงแดง" หรือ "ธงเขียว" รวมถึงแชร์ข่าวซุบซิบที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

แอปฯ ดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ และมีรายงานว่ามีผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านคนภายในระยะเวลาไม่นาน แซลลี ซึ่งใช้นามสมมติเพื่อปกป้องตัวตนเปิดเผยว่าเธอรู้สึกสนใจเนื้อหาที่ปรากฏในแอปฯ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชายในพื้นที่ที่เธออาศัยอยู่ อย่างไรก็ตาม เธอยังตั้งข้อสังเกตว่าแอปฯ นี้ "มีลักษณะคล้ายกับข่าวซุบซิบ" และข้อมูลบางส่วนอาจขาดความน่าเชื่อถือ

ในช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา แอปฯ นี้ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้มีภาพมากกว่า 70,000 ภาพรั่วไหลและถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์โฟร์แชน (4chan) ภาพที่รั่วไหลประกอบด้วยภาพบัตรประชาชนและภาพเซลฟี่ของผู้หญิงที่สมัครใช้งานแอปฯ โดยภาพเหล่านี้ถูกใช้เพื่อการยืนยันตัวตน และควร "ถูกลบออกทันที" หลังจากนั้น

กลุ่มที่มีแนวคิดเกลียดผู้หญิงในโลกออนไลน์ฉวยโอกาสจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง มีเว็บไซต์หลายแห่งถูกสร้างขึ้นเพื่อประจานผู้หญิงที่สมัครใช้งานแอปฯ ดังกล่าว

มีการเผยแพร่แผนที่สองฉบับบนโซเชียลมีเดีย แสดงตำแหน่งหมุดกว่า 33,000 จุดทั่วสหรัฐฯ แซลลีกังวลว่าจะเกิดกรณีเลวร้าย เธอจึงเปิดแผนที่ดังกล่าวหาตำแหน่งที่อยู่อาศัยของตนก่อนพบว่าที่อยู่ของเธอปรากฏอยู่บนแผนที่อย่างชัดเจน

เธอกังวลว่าอดีตแฟนหนุ่มที่เคยตามรังควานอาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อตามหาเธอ "เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าฉันอยู่หรือทำงานที่ไหน ฉันพยายามเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด" เธอกล่าว "ตอนนี้ ฉันวิตกจริตมาก"

บีบีซีได้แจ้งเตือนบริษัทกูเกิล (Google) ว่ามีแผนที่สองฉบับที่เผยแพร่บนเครื่องมือกูเกิลแมป (Google Maps) ได้อ้างว่าแสดงตำแหน่งของผู้หญิงที่สมัครใช้งานแอปพลิเคชัน Tea แม้ว่าแผนที่ดังกล่าวจะไม่มีการระบุชื่อบุคคลก็ตาม กูเกิลระบุว่า เนื้อหาดังกล่าวละเมิดนโยบายเรื่องการคุกคาม และได้ดำเนินการลบแผนที่ออกจากระบบแล้ว

หลังเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล มีผู้หญิงมากกว่า 10 ราย ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อบริษัทเจ้าของแอปพลิเคชัน Tea

โฆษกของแอปฯ ดังกล่าวเปิดเผยว่า บริษัทกำลัง "ดำเนินการระบุตัวและแจ้งผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง" พร้อมเสนอ "บริการป้องกันการขโมยข้อมูลส่วนตัวและการตรวจสอบเครดิต" ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ โฆษกยังระบุว่าบริษัทได้ "เสริมทรัพยากร" เพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัยให้กับสมาชิกในปัจจุบัน และยืนยันว่า "เราภูมิใจในสิ่งที่เราสร้างขึ้น" พร้อมกล่าวว่า "ภารกิจของเรายิ่งมีความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม"

พบกลุ่มชังผู้หญิงจัดอันดับภาพเซลฟี่หลุด

หลังจากเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลบีบีซีตรวจพบว่า มีเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และแม้แต่ "เกม" ที่นำข้อมูลจากการรั่วไหลมาใช้ โดยมีเนื้อหาสนับสนุนการคุกคามผู้หญิงที่เคยสมัครใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าว

หนึ่งใน "เกม" ที่ปรากฏบนโลกออนไลน์นำภาพเซลฟี่ที่ผู้หญิงใช้ลงทะเบียนมาเปรียบเทียบกันแบบตัวต่อตัว โดยเปิดให้ผู้ใช้งานคลิกเลือกภาพที่ชื่นชอบและจัดอันดับ "50 อันดับแรก" และ "50 อันดับสุดท้าย" บนโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้งานบางรายแสดงความเห็นที่ดูหมิ่นรูปลักษณ์ของผู้หญิงในภาพเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม บีบีซีไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้สร้างเว็บไซต์ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน แอปพลิเคชันเลียนแบบ Tea สำหรับผู้ชายเริ่มแพร่หลายบนโลกออนไลน์ โดยไม่มีการอ้างว่าเป็นเครื่องมือเพื่อความปลอดภัย ขณะผู้ใช้งานโพสต์รีวิวที่มีเนื้อหารุนแรงและดูหมิ่นผู้หญิงอย่างเปิดเผย

Image of phone shape with anonymised reviews from the male tea apps
คำบรรยายภาพ, ในหนึ่งในแอปฯ "Tea" สำหรับผู้ชาย ผู้ใช้บางรายขอให้มีการรีวิวผู้หญิง และโพสต์ข้อความที่มีเนื้อหาเหยียดเชื้อชาติหรือทางเพศ

จากวิดีโอบันทึกหน้าจอที่บีบีซีได้ตรวจสอบ ผู้ใช้งานบางรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเพศของผู้หญิง และโพสต์ภาพลับโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ถูกถ่ายลงในแอปพลิเคชันต่าง ๆ

บีบีซียังตรวจพบกลุ่ม "Tea" สำหรับผู้ชายมากกว่า 10 กลุ่มบนแอปพลิเคชันส่งข้อความเทเลแกรม (Telegram) โดยในกลุ่มเหล่านี้มีการแชร์ภาพลักษณะทางเพศของผู้หญิงซึ่งดูเหมือนถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI-generated) เพื่อให้สมาชิกให้คะแนนหรือพูดคุยซุบซิบกัน สมาชิกในกลุ่มยังโพสต์บัญชีโซเชียลมีเดียของผู้หญิงเหล่านั้นซึ่งเผยให้เห็นตัวตน (identities) ของพวกเธออย่างชัดเจน

โฆษกของเทเลแกรมระบุว่า "สื่อลามกผิดกฎหมายเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างชัดเจน" และ "จะถูกลบออกเมื่อตรวจพบ"

จอห์น แยนชูนิส ทนายความที่เป็นตัวแทนของหนึ่งในผู้หญิงที่ยื่นฟ้องบริษัทเจ้าของแอปฯ กล่าวว่า ลูกความของเขาต้องเผชิญกับการคุกคามทางออนไลน์อย่างหนัก

"เรื่องนี้ได้สร้างวิตกกังวลอย่างมหาศาล[ต่อเหยื่อ]" เขากล่าวกับบีบีซี "เธอกลายเป็นเป้าหมายของการเยาะเย้ยถากถาง"

ทั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ข้อมูลที่รั่วไหลจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

แอปพลิเคชัน Tea เคยเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ชายตั้งแต่เริ่มได้รับความนิยม โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการหมิ่นประมาทผ่านการเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือที่เรียกว่าด็อกซิง (doxxing)

กลุ่มผู้ชายบางกลุ่มเคยแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการให้แอปฯ นี้ถูกปิด และเมื่อเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล พวกเขามองว่าเป็นโอกาสในการ "เอาคืน"

คัลลัม ฮูด หัวหน้าฝ่ายวิจัยจากศูนย์ตอบโต้ความเกลียดชังดิจิทัล (Countering Digital Hate) ระบุว่า "การรั่วไหลครั้งนี้ถูกกลุ่มที่มีแนวคิดเกลียดชังผู้หญิงนำไปใช้ขยายให้เป็นดังภารกิจยิ่งใหญ่ แถมกลายเป็นสิ่งที่พวกเขาภาคภูมิใจอย่างมาก"

เขาเสริมว่า ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. ซึ่งเป็นสามวันก่อนเกิดเหตุรั่วไหล ไปจนถึงวันที่ 12 ส.ค. มีโพสต์มากกว่า 12,000 รายการบนเว็บไซต์ 4Chan ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อหาสุดโต่ง กล่าวถึงแอปพลิเคชันให้คำแนะนำการเดตดังกล่าว

เพิ่มความแตกแยกระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย

ในโลกออนไลน์ เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลจากแอปพลิเคชัน Tea ถูกเรียกขานว่าเป็นส่วนหนึ่งของ "สงครามระหว่างเพศ" และเป็นจุดแตกหักของการออกเดตระหว่างชายหญิงในยุคปัจจุบัน มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าคนรุ่นใหม่ที่มีรสนิยมรักต่างเพศกำลังหันหลังให้กับการออกเดตแบบดั้งเดิมและความสัมพันธ์ระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังทำให้ประสบการณ์เชิงลบจากการออกเดตออนไลน์ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในประเด็นนี้

ผลสำรวจของศูนย์วิจัยพิว (Pew Research) ในปี 2023 พบว่า ผู้หญิงในสหรัฐฯ กว่าครึ่งมีประสบการณ์เชิงลบบนแอปพลิเคชันหาคู่ โดยผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะรายงานพฤติกรรมไม่พึงประสงค์จากผู้ชาย และรู้สึกไม่ปลอดภัยขณะใช้งานแอปฯ เหล่านี้

Bar chart with Pew Research data showing 57% of women and 41% of men report feeling unsafe using dating apps
คำบรรยายภาพ, แผนภูมิแท่งแสดงข้อมูลจากงานวิจัยจากศูนย์วิจัยพิว (Pew) แสดงว่าผู้หญิง 57% และผู้ชาย 41% รู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อใช้แอปพลิเคชันหาคู่

ดร.เจนนี แวน ฮูฟ นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์เมโทรโพลิแทน (Manchester Metropolitan University) ระบุว่า ผู้หญิงวัยหนุ่มสาวจำนวนมากรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อต้องออกเดตผ่านแอปฯ ซึ่งต่างจากการเจอคู่ผ่านเพื่อนหรือที่ทำงาน เพราะในโลกออนไลน์ พฤติกรรมไม่เหมาะสมมักไม่มีผลตามมา

"ประสบการณ์ของผู้หญิงในการออกเดตกับผู้ชายผ่านแอปฯ คือความรู้สึกหวาดกลัวและไม่ไว้วางใจ" เธอกล่าว "แนวคิดเกลียดผู้หญิงยิ่งฝังรากลึกในโลกของการออกเดต"

ก่อนหน้าแอปฯ Tea จะถือกำเนิดขึ้นมาเคยมีการสื่อสารในรูปแบบคล้ายกัน เช่น มีกลุ่มในโซเชียลมีเดียชื่อ Are We Dating the Same Guy (เรากำลังเดตผู้ชายคนเดียวกันอยู่หรือไม่) ซึ่งมีผู้ติดตามหลายพันคนทั่วโลก ในช่วงแรก กลุ่มเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นช่องทางใหม่ในการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ชาย อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา กลุ่มดังกล่าวก็เผชิญกับข้อถกเถียง เช่นเดียวกับกรณีของแอปฯ Tea โดยผู้ชายหลายคนแสดงความรู้สึกว่าตนเองถูกเข้าใจผิดจากสิ่งที่ถูกโพสต์ และมีการรวมกลุ่มออนไลน์เพื่อเรียกร้องให้ปิดกลุ่มเหล่านั้น

แอปฯ Tea ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้ใช้งานมากกว่าหนึ่งล้านคน ได้นำแนวคิดเดิมนี้ไปสู่ระดับที่ใหญ่ขึ้น

แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายตั้งคำถามถึงแรงจูงใจทางธุรกิจของแอปฯ รวมถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ถูกโพสต์ ผู้หญิงที่ต้องการใช้งานเพื่อความปลอดภัยต้องเผชิญข้อท้าทายในการการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูล ขณะที่ผู้ชายซึ่งไม่สามารถเข้าถึงแอปฯ ได้ ก็ไม่มีทางรู้ว่ามีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับตนเองถูกเผยแพร่หรือไม่

ดร.แวน ฮูฟกล่าวว่า แอปฯ Tea และเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่ตามมา ได้ซ้ำเติมความขัดแย้งระหว่างชายและหญิงที่มีอยู่เดิม และยิ่งสร้างความหวาดกลัวในการออกเดตของบุคคลต่างเพศ เนื่องจากผู้หญิงรู้สึกว่าถูกละเมิดความปลอดภัย ขณะที่ผู้ชายรู้สึกว่าการกระทำของตนถูกนำไปตีความผิดและใช้เป็นเรื่องซุบซิบ

สำหรับแซลลี เหตุการณ์นี้ส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยของเธอโดยตรง

"ฉันต้องย้ายไปอยู่กับเหล่าคนที่รักฉันเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย" เธอกล่าว