5 ระยะในการรับมือความสูญเสีย เมื่อต้องเสียสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักไปในเหตุภัยพิบัติ

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    • Author, ปวีณา นิลบุตร
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
    • Author, ปณิศา เอมโอชา
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
    • Reporting from, รายงานจาก อ.หาดใหญ่, จ.สงขลา

คลิปวิดีโอจากสำนักข่าวช่องวันที่กลายเป็นไวรัลเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นภาพชายคนหนึ่งที่ไดัรับการช่วยเหลือให้อพยพออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ ในสภาพร้องไห้กอดกับเจ้าหน้าที่ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว เพราะเขาจำใจต้องทิ้งสุนัขที่รักสองตัวไว้ที่บ้าน

หลังจากน้ำลด เมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) ชายคนดังกล่าวได้เดินทางกลับไปยังบ้านพักและพบว่าสุนัขทั้งสองตัวยังคงปลอดภัยดี พร้อมร้องไห้ด้วยความดีใจ

บีบีซีไทยได้พูดคุยกับชาวบ้าน อ.หาดใหญ่ ที่อพยพมาอยู่ภายในศูนย์พักพิงชั่วคราว ณมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ด้วย โดยหลายคนอพยพออกมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยง และบอกว่าไม่สามารถละทิ้งพวกมันไว้ตามลำพังในบ้านพักที่ถูกน้ำท่วมได้

"ตอนแรกทหารบอกว่า อย่าเพิ่งเอา[แมว]ออกมา ให้คนออกมาก่อน น้องสาวก็บอกว่าไม่ได้ เพราะแมวก็มีชีวิต เขาก็รักชีวิตเหมือนกัน เพราะเลี้ยงเขามาตั้งแต่อ้อนแต่ออกจนถึงโตขนาดนี้ ก็ต้องรักเค้า" ศุภวุฒิ จังทยากิตต์ หนึ่งในผู้ประสบภัยที่อยู่ในศูนย์พักพิงที่ ม.อ. บอกกับบีบีซีไทยเมื่อวันที่ 26 พ.ย.

.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHALANG / BBC Thai

คำบรรยายภาพ, หมวยบอกกับบีบีซีไทยว่า กระแสน้ำมาเร็วมากจนเธอทำได้แค่นำกุญแจบ้าน บัตรประชาชน และหมาแมว ติดตัวออกมา

หญิงอีกคนที่ชื่อ หมวย ซึ่งอยู่ที่ศูนย์พักพิงที่ ม.อ. เช่นกัน ก็บอกกับบีบีซีไทยเหมือนกันว่า เธอ "เอาน้องแมวกับน้องหมาออกมาก่อน โทรศัพท์ก็ไม่ได้เอามา ตอนนี้ติดต่ออะไรใครไม่ได้เลย"

"น้ำมันมาแรงมากแล้วมันมืดด้วยในบ้าน ก็เอากุญแจบ้าน บัตรประชาชน แล้วก็หมาแมวแค่นี้... เอาพวกเขา [หมาแมว] มาก่อน เอาแมวใส่ในถุงสามตัว อุ้มน้องหมาออกมาก่อน แล้วก็เอาแมวออกมา กลัวจะไม่ทัน" เธอบอก

แต่ทั้งหมดนี้อาจจะเป็นเพียงไม่กี่กรณีที่เจ้าของสามารถปกป้องสัตว์เลี้ยงสุดรักของพวกเขาเอาไว้ได้ ทว่าหากเจ้าของสัตว์เลี้ยงรายอื่นไม่โชคดีเช่นนี้ จะมีวิธีใดบ้างในการรับมือกับการสูญเสียสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักในเหตุภัยพิบัติอย่างน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้

บีบีซีไทยพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการปรึกษาเพื่อถามคำแนะนำว่า หากว่าคุณกำลังเผชิญกับการสูญเสียสัตว์เลี้ยงในเหตุภัยพิบัติ คุณจะสามารถรับมือกับมันได้อย่างไรบ้าง ?

สูญเสียสัตว์เลี้ยงเหมือนเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHALANG/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, สุนัขตัวน้อยที่ถูกนำมาที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อ 26 พ.ย. 2568

"สัตว์หนึ่งตัว มันคือเพื่อน คือสิ่งที่มีความผูกพัน หากเราสูญเสียมันก็เหมือนกับเราสูญเสียคนรัก" ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดี และอาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาการปรึกษา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกกับบีบีซีไทย

เธอเสริมว่าความรู้สึกผูกพันเช่นนี้อาจทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจมีความรู้สึกผิดตามมา

ผศ.ดร.ณัฐสุดา อธิบายว่า สถานการณ์ภัยพิบัติเป็นเหตุ "กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง" และผู้ประสบภัยจะมี "ความเครียดสูงขึ้นอย่างฉับพลัน" นอกจากนี้ยังอาจมีอารมณ์อื่น ๆ ผสมอยู่ด้วย เช่น ความโกรธ และอารมณ์เศร้ากับความสูญเสียที่ต้องเผชิญ

"อารมณ์มันอาจจะมากกว่าอ่อนไหว อ่อนไหวคือ [อารมณ์] เหวี่ยงไปมา แต่การเผชิญภัยพิบัติจะเป็นอารมณ์ที่รู้สึกว่าเปราะบาง เผชิญกับความรู้สึกสูญเสีย ความรู้สึกที่ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น" เธอกล่าว

อาจารย์ประจำคณะจิตวิทยา จุฬาฯ ผู้นี้อธิบายต่อไปว่าในสภาวะจิตใจที่เปราะบางเช่นนี้ การสูญเสียสิ่งที่รักอย่างเช่นสัตว์เลี้ยง อาจยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกให้เปราะบางมากขึ้น โดยเธอยกตัวอย่างงานวิจัยที่ทำขึ้นหลังภัยพิบัติพายุเฮอร์ริเคนแคทรีนา ในสหรัฐฯ ที่ชี้ว่าผู้ประสบภัยที่สูญเสียสัตว์เลี้ยงจะมีโอกาสได้รับผลกระทบทางจิตใจ และเสี่ยงมีอาการซึมเศร้า

"คำว่าสัตว์เลี้ยง [ในงานวิจัย] เขาใช้คำว่าสัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนหรือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว (companion animal) สัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิดผูกพัน การสูญเสียก็จะกระทบต่อจิตใจค่อนข้างเยอะมากขึ้น มากกว่ากลุ่มคนที่ต้องออกจากบ้าน[ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง]" เธอกล่าวเสริม

ผศ.ดร.ณัฐสุดา อธิบายว่านั่นเป็นเพราะการสูญเสียสัตว์เลี้ยงไปกับภัยพิบัติ ต่างจากการจากไปของสัตว์เลี้ยงรูปแบบอื่น ๆ เพราะเป็นการจากลาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

"ปกติการจากลาก็จะมีเรื่องของอาการซึมเศร้า แต่กรณีนี้มันเป็นการจากลาที่ไม่ได้เตรียมตัว เรารู้สึกไม่พร้อมที่จะต้องเผชิญ มันไม่ใช่อารมณ์ปกติที่จะเกิดขึ้น"

นอกจากนี้ การสูญเสียสัตว์เลี้ยงแสนรักยังมีผลต่อจิตใจมากกว่าการสูญเสียสิ่งของด้วย เพราะความผูกพันระหว่างสัตว์และผู้เลี้ยง ที่มีความรู้สึกเหมือนสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนและคนในครอบครัว

"สิ่งที่สูญเสียมันไม่ใช่แค่สิ่งหนึ่งสิ่ง สัตว์หนึ่งตัว มันคือเพื่อน คือสิ่งที่มีความผูกพัน ความรู้สึกที่กลับมามันจะเหมือนเราสูญเสียคนรัก และมันอาจจะยังมีความรู้สึกผิด คิดถึง หวนหา เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา" ผศ.ดร.ณัฐสุดา กล่าวเสริม

เราควรรับมือกับการสูญเสียสัตว์อันเป็นที่รักอย่างไร ?

หากสถานการณ์น่าสลดใจเช่นนี้เกิดขึ้นกับคุณ คุณจะรับมืออย่างไรได้บ้าง ?

ผศ.ดร.ณัฐสุดา บอกว่าสิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ผู้ประสบภัยจึงต้องระวังและไม่ควรโทษตนเองกับเรื่องที่เกิดขึ้น

"หากเรามีโอกาสเป็นผู้เลือก เราคงจะเลือกทำในสิ่งที่จะทำให้มีสัตว์เลี้ยงแสนรักอยู่กับเรา แต่สถานการณ์ในภัยพิบัติ ผู้ประสบภัยไม่สามารถเป็นผู้เลือกที่จะตัดสินใจได้ ดังนั้นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นคือ ไม่ควรคิดย้ำซ้ำ ๆ โทษตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเราน่าจะสิ่งนั้น น่าจะทำสิ่งนี้" เธออธิบาย

อาจารย์ประจำคณะจิตวิทยา จุฬาฯ บอกด้วยว่าสิ่งที่ควรทำคือ การบอกกับตัวเองว่าการสูญเสียที่เกิดขึ้นมาจากสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ เราจึงต้องยอมรับมัน

"ตอนนี้เราคงต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น หากเมื่อไหร่ที่ใจยังคงคิดย้ำซ้ำทวนไปถึงการสูญเสีย ยังคิดถึงเค้า [สัตว์เลี้ยง] ก็คงต้องบอกว่า ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติมันคงไม่เกิดเช่นนี้แน่นอน แต่สิ่งที่เรากำลังเผชิญมันคือภัยพิบัติขนาดใหญ่" เธอกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.ณัฐสุดา บอกกับบีซีไทยว่าเมื่อมนุษย์ต้องสูญเสียสิ่งที่สำคัญต่อชีวิต ก็จะมีระยะพื้นฐานที่มนุษย์ใช้ในการรับมือกับเรื่องดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 5 ระยะ คือ

  • ภาวะช็อคและปฏิเสธ (shock and denial) คือความไม่เชื่อ ไม่อยากยอมรับ กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น
  • ความโกรธ (anger) คือความรู้สึกโกรธปนเสียใจ ที่อาจแสดงออกมาเป็นความคิด พฤติกรรม หรือคำพูด
  • การเจรจาต่อรอง (bargaining) คือขั้นตอนที่เริ่มยอมรับได้ แต่ยังไม่อยากจะเชื่อทั้งหมด เหมือนกับการพยายามเจรจาต่อรองกับตัวเองว่าเรื่องเกิดขึ้นแล้วจริงหรือ
  • ภาวะซึมเศร้า (depression) คือความโศกเศร้าเสียใจ ซึ่งบางรายอาจรู้สึกเศร้าเล็ก ๆ ขณะที่บางคนอาจมีอาการเศร้าจนเชื่อมไปถึงภาวะโรคซึมเศร้าได้ แต่ ผศ.ดร.ณัฐสุดา บอกด้วยว่า ระยะนี้คือตัวบ่งบอกว่า "คุณเดินทางมาไกลแล้วนะ แต่ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีเพื่อจะไปถึงระยะสุดท้าย"
  • การยอมรับ (acceptance) คือการยอมรับได้ว่าการสูญเสียเกิดขึ้นแล้ว เป็นการก้าวข้ามการสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ยอมรับว่าการสูญเสียเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเกิดขึ้นกับใครก็ได้ และมนุษย์ทุกคนต้องเจอ
.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ชาวหาดใหญ่และสุนัขนอนพักผ่อน ในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อ 27 พ.ย. 2568

ผศ.ดร.ณัฐสุดา เสริมว่าความยาวนานของแต่ละระยะก้าวผ่านความสูญเสีย แตกต่างออกไปตามแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

"สถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภาคใต้มันค่อนข้างกะทันหัน กว่าจะยอมรับอาจจะนาน หรือบางคนมีประสบการณ์มาแล้ว มีความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ มีแหล่งความช่วยเหลือ ก็อาจจะเคลื่อนผ่าน [ความสูญเสีย] ไปได้เร็ว" เธออธิบาย

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ประสบอุทกภัย หรือแม้กระทั้งคนรอบข้าง คนในประเทศที่เสพข่าว หากมีอารมณ์เศร้ารุนแรงเกินกว่าทนไหว ก็ควรหาใครสักคนเพื่อพูดคุยด้วยทันที

"หากมีความรู้สึกว่าเราไม่ได้เหมือนตัวเราปกติ เราไม่สามารถใช้ชีวิตปกติของเราได้ อารมณ์บางอย่าง เช่น อารมณ์โกรธ แล้วมันเกินที่เราจะควบคุม รู้สึกหงุดหงิดในการใช้ชีวิต เสียสมดุลในการใช้ชีวิต นี่เป็นเครื่องหมายสำคัญที่แปลว่า คุณควรหาใครสักคนคุย คนใกล้ตัวที่ไว้ใจ หากหาไม่ได้บริการออนไลน์ทางโทรศัพท์ต่าง ๆ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้" เธอกล่าว

"เราต้องเห็นอกเห็นใจเขาว่า เขาเจอกับอะไรอยู่... สิ่งที่เราไม่ควรทำคือ บอกให้เลิกคิด ไม่ต้องคิดมาก เพราะว่าสิ่งที่จะหายไปเมื่อเราพูดประโยคนี้คือ คนนี้ไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เราเจอเลย" เธออธิบาย พร้อมเสริมว่า สิ่งที่ควรทำคือการอยู่เป็นเพื่อน แสดงความเข้าใจ เพราะคนที่เกิดการสูญเสียจากเหตุที่กะทันหัน ความรู้สึกลำพัง ไม่เหลืออะไรที่มีความหมาย ก็อาจจะเกิดขึ้นกับพวกเขาได้

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, แมวตัวน้อยกับผู้อพยพที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อ 27 พ.ย. 2568

ผศ.ดร.ณัฐสุดา แสดงทัศนะด้วยว่า หากมีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อออกนโยบายป้องกันและช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติในอนาคต รัฐบาลก็ควรคิดให้รอบด้านเพื่อป้องกันการเสียหายของทุกชีวิต

"ในการที่เราจะทำนโยบายในการป้องกัน [เฝ้า]ระวัง และดูแลผู้ประสบภัยเมื่อมีเหตุอุทกภัยเกิดขึ้นในอนาคต เราอาจจะนึกถึงในภาพรวมมากขึ้น เพราะเราก็เห็นในภาพข่าวหลายข่าวว่าบางคนเดินออกไปตามหาแมว ได้แมวกลับมา ก็เหมือนได้รับขวัญกำลังใจกลับมา"

"อยากจะให้เห็นว่า สัตว์เลี้ยงก็ไม่ใช่เป็นแค่สัตว์หนึ่งตัว แต่มันเป็นเพื่อนเช่นกัน และการสูญเสียสัตว์เลี้ยงก็ส่งผลกระทบกับจิตใจคนมาก ๆ เช่นกัน" เธอกล่าวทิ้งท้าย

.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHALANG / BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ชาวหาดใหญ่นอนพักผ่อนกับสุนัข ในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อ 26 พ.ย. 2568