คนเป็นแฝดกันจะมีอาการแพ้แบบเดียวกันหรือไม่ ?

ภาพฝาแฝด

ที่มาของภาพ, Alamy

    • Author, บรีแอน เฮย์ส ฮานีย์

มีคำถามอยู่ว่า หากฝาแฝดคนหนึ่งมีอาการแพ้อะไรบางอย่าง นั่นหมายความว่าฝาแฝดอีกคนก็จะมีอาการแพ้แบบเดียวกันด้วยหรือไม่ ?

อาการแพ้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการจามในฤดูใบไม้ผลิเนื่องจากละอองเกสรดอกไม้ หรืออาการหายใจลำบากที่เกิดจากอาหารบางชนิด ล้วนมีสาเหตุมาจากยีนของแต่ละคน รวมถึงสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอาศัยอยู่ ยิ่งเมื่อมีสิ่งเหล่านี้ที่คนสองคนมีร่วมกันมากเท่าไร โอกาสที่พวกเขาจะแพ้สิ่งเดียวกันก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ฝาแฝดจึงมีแนวโน้มที่จะมีอาการแพ้เหมือน ๆ กันมากกว่า เนื่องจากพวกเขามีสิ่งที่เหมือนกันทุกอย่าง แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงแค่นั้น

อาการแพ้มีความซับซ้อนมาก และยังมีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลว่าใครจะมีอาการแพ้ และใครจะไม่แพ้

โรคภูมิแพ้คืออะไร ?

โดยปกติ ระบบภูมิคุ้มกันของเราสร้างโปรตีนป้องกันที่เรียกว่าแอนติบอดี ซึ่งมีหน้าที่คอยเฝ้าระวังและโจมตีเชื้อโรคหรือสารอันตรายอื่น ๆ ที่บุกรุกเข้ามาในร่างกายก่อนที่มันจะทำให้เราป่วย

โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายของคุณเข้าใจผิดว่า สารบางชนิดที่ไม่เป็นอันตรายเป็นสิ่งแปลกปลอม โมเลกุลที่กระตุ้นเหล่านี้คือสารก่อภูมิแพ้ แอนติบอดีจะเกาะติดสารก่อภูมิแพ้เหมือนถ้วยดูด และกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนอง กระบวนการดังกล่าวทำให้เกิดอาการแพ้ทั่วไป เช่น การจาม น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก ตาคัน น้ำตาไหล และไอ อาการเหล่านี้อาจน่ารำคาญแต่ไม่ร้ายแรง

เด็กที่เติบโตในฟาร์มหรือพื้นที่การเกษตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ต่ำกว่าเด็กในเมือง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เด็กที่เติบโตในฟาร์มหรือพื้นที่การเกษตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ต่ำกว่าเด็กในเมือง

อาการแพ้ยังสามารถทำให้เกิดการตอบสนองที่รุนแรงอันถึงแก่ชีวิตได้ หรือ "อาการแพ้ขั้นรุนแรง" ซึ่งต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์โดยทันที ตัวอย่างเช่น หากใครกินอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้แล้วมีอาการบวมที่คอและมีผื่นขึ้น นั่นจะถือว่าเป็นอาการแพ้รุนแรง (anaphylaxis)

การรักษาอาการแพ้รุนแรงแบบดั้งเดิมคือ การฉีดฮอร์โมนอีพิเนฟริน (หรือที่รู้จักกันว่าคือ อะดรีนาลีน) เข้าที่กล้ามเนื้อขา ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้สามารถพกอุปกรณ์ฉีดยาอัตโนมัติติดตัวไปด้วยเพื่อฉีดยาฉุกเฉินในกรณีที่เกิดอาการแพ้รุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ ปัจจุบันมีสเปรย์พ่นจมูกอีพิเนฟรินจำหน่ายด้วย ซึ่งได้ผลรวดเร็วมาก

คนเราอาจแพ้สิ่งต่าง ๆ ในสถานที่นอกบ้านได้ เช่น หญ้า เกสรต้นไม้ และการถูกผึ้งต่อย หรือการแพ้ที่เกิดขึ้นภายในบ้าน เช่น สัตว์เลี้ยงและแมลงตัวเล็ก ๆ ที่เรียกว่าไรฝุ่นที่เกาะตามพรมและที่นอน

คนเราอาจแพ้อาหารได้เช่นกัน อาการแพ้อาหารส่งผลกระทบต่อประชากรประมาณ 4-5% สำหรับอาการแพ้อาหารที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ การแพ้อาหารจากนมวัว ไข่ ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็ง ปลา หอย และงา บางครั้งคนเรามักจะหายจากอาการแพ้ แต่บางครั้งก็เป็นตลอดชีวิต

ใครบ้างที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้ ?

แอนติบอดีแต่ละชนิดมีเป้าหมายโดยเฉพาะ ดังนั้นบางคนจึงอาจแพ้อะไรบางอย่างเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

แอนติบอดีที่ทำให้เกิดอาการแพ้ยังทำหน้าที่กำจัดปรสิตที่ร่างกายเผชิญอีกด้วย ด้วยการแพทย์สมัยใหม่ ผู้คนในสหรัฐอเมริกาจึงแทบไม่ต้องต่อสู้กับปรสิตเลย แต่แอนติบอดีเหล่านี้ยังคงพร้อมที่จะต่อสู้ และบางครั้งมันก็ไปต่อสู้กับสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องสู้ เช่น ละอองเกสรหรืออาหาร

ละอองเกสรดอกไม้ของพืชดอกอาจเป็นสาเหตุของสารก่อภูมิแพ้ได้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ละอองเกสรดอกไม้อาจเป็นสาเหตุของสารก่อภูมิแพ้ได้

สุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมรอบตัวยังมีผลกระทบถึงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคภูมิแพ้อีกด้วย ยิ่งสัมผัสกับแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ มากเท่าไหร่ในช่วงต้นของชีวิต ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้น้อยลงเท่านั้น การศึกษายังแสดงให้เห็นด้วยว่า เด็กที่เติบโตในฟาร์ม เด็กที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงก่อนอายุ 5 ขวบ และเด็กที่มีพี่น้องหลายคน มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้น้อยลง การให้นมแม่ตั้งแต่ยังเป็นทารกยังช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย

เด็กที่เติบโตในเมืองมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากมลพิษทางอากาศ เช่นเดียวกับเด็กที่มักอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่สูบบุหรี่

เด็ก ๆ มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการแพ้อาหารน้อยลง หากพวกเขาลองรับประทานอาหารที่หลากหลายตั้งแต่ยังเล็ก แทนที่จะรอจนมีอายุมากขึ้น บางครั้งงานบางอย่างอาจทำให้ผู้ใหญ่เกิดอาการแพ้สิ่งแวดล้อมได้ เช่น ช่างทำผม ช่างทำขนมปัง และช่างซ่อมรถ อาจเกิดอาการแพ้ได้เนื่องจากสารเคมีที่พวกเขาใช้ทำงาน

พันธุกรรมยังมีบทบาทสำคัญในการที่บางคนเกิดอาการแพ้ด้วย หากพ่อแม่มีอาการแพ้จากสิ่งแวดล้อม หรือมีอาการแพ้อาหารต่าง ๆ ลูกของพวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอาการแพ้ถั่วลิสง หากพ่อแม่หรือพี่น้องของคุณแพ้ถั่วลิสง คุณก็จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า

อาการแพ้ในฝาแฝดเหมือนกันไหม ?

กลับมาที่เรื่องอาการแพ้ของฝาแฝด คำตอบคือ ใช่ พวกเขาสามารถแพ้สิ่งเดียวกันได้ แต่ก็ไม่เสมอไป

นักวิจัยในออสเตรเลียพบว่าฝาแฝด 60-70% จากการศึกษาวิจัยฉบับหนึ่ง มีอาการแพ้จากสิ่งแวดล้อมทั้งคู่ และฝาแฝดแท้ (identical twins) มีแนวโน้มที่จะมีอาการแพ้ร่วมกันมากกว่าฝาแฝดเทียม (fraternal twins) ฝาแฝดแท้มียีนที่ใช้ร่วมกันเหมือนกัน 100% ในขณะที่ฝาแฝดเทียมจะมียีนร่วมกันเพียงประมาณ 50% เท่านั้น ซึ่งเท่ากับพี่น้องคู่อื่น ๆ

มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพันธุกรรมของการแพ้อาหารเพิ่มมากขึ้น การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการแพ้ถั่วลิสงฉบับหนึ่งพบว่า ฝาแฝดแท้มีแนวโน้มที่จะแพ้ถั่วลิสงมากกว่าฝาแฝดเทียม

เมื่อพิจารณาจากพันธุกรรมที่เหมือนกันและการเติบโตมาด้วยกันแล้ว ฝาแฝดอาจแพ้สิ่งเดียวกันได้ และมีแนวโน้มมากกว่าพี่น้องทั่วไปว่าจะแพ้สิ่งเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ฝาแฝดแต่ละคู่ก็ไม่ได้แพ้สิ่งเดียวกันโดยอัตโนมัติ

ลองจินตนาการว่า ฝาแฝดสองคนถูกแยกจากกันตั้งแต่แรกเกิดและเติบโตคนละบ้าน คนหนึ่งอยู่ในฟาร์มที่มีสัตว์เลี้ยง อีกคนหนึ่งอาศัยอยู่ใจกลางเมือง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อแม่ของคนหนึ่งสูบบุหรี่ แต่อีกคนไม่สูบ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนหนึ่งอาศัยอยู่กับพี่น้องจำนวนมากและอีกคนเป็นลูกคนเดียว แน่นอนว่าพวกเขาอาจมีอาการแพ้ที่แตกต่างกัน หรืออาจจะไม่มีอาการแพ้เลยก็ได้

นักวิทยาศาสตร์อย่างผู้เขียนเองกำลังศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอาการแพ้ต่อไป และหวังว่าจะได้คำตอบเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

หมายเหตุ

บรีแอน เฮย์ส ฮานีย์ เป็นนักภูมิคุ้มกันวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ที่มหาวิทยาลัยเวสต์เวอร์จิเนียในสหรัฐอเมริกา

* บทความนี้ดัดแปลงมาจากบทความที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในซีรีส์คิวเรียส คิดส์ (Curious Kids) [แปลเป็นไทยว่า หนูน้อยขี้สงสัย] ของเดอะ คอนเวอร์เซชัน (The Conversation) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญตอบคำถามจากเด็ก ๆ และได้รับการตีพิมพ์ซ้ำภายใต้ใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons)