มองรอบด้าน นโยบาย “หนังสือเดินทางไทย เดินทางได้ทั่วโลก” ฝันเกินตัวหรือไม่ เป็นไปได้จริงแค่ไหน

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี ไทย
หลังจากไทยสามารถทำข้อตกลงฟรีวีซ่ากับประเทศจีนได้ รัฐบาลก็เดินหน้าเจรจาขอฟรีวีซ่ากับประเทศในเขตเชงเก้น รวมถึงสหราชอาณาจักร ด้วยความหวังว่าจะเพิ่มพลังให้พาสปอร์ตไทยมากขึ้นจากเดิม ซึ่งปัจจุบันใช้เดินทางได้เพียง 34 ประเทศ/ดินแดน โดยไม่ต้องขอวีซ่า จากประเทศและดินแดนทั้งหมด 277 แห่งทั่วโลก
หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าการเจรจาดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากปัจจัยด้านความแตกต่างของขนาดเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาอาชญากรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ
บีบีซีไทยชวนสำรวจนโยบาย “หนังสือเดินทางไทย เดินทางได้ทั่วโลก” ของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ว่าเป็นไปได้จริงแค่ไหน และสุดท้ายแล้วใครได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากนโยบายนี้บ้าง

พาสปอร์ตไทยไปได้กี่แห่งทั่วโลก
จากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2566 ระบุว่าหนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดาสามารถเดินทางไปยังประเทศและดินแดนต่าง ๆ โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตราหรือวีซ่า ได้ 34 แห่ง เช่น กลุ่มประเทศอาเซียน บางประเทศในกลุ่มประเทศละตินอเมริกา รวมถึง มองโกเลีย จอร์เจีย ตุรกี รัสเซีย กาตาร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาเก๊า ฮ่องกง เป็นต้น โดยช่วงเวลาพำนักในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน
และมีอีก 10 ประเทศ/ดินแดน ที่ใช้หนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดาเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า แต่ใช้เพียง Visa on arrival หรือ VOA เมื่อเดินทางมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ๆ เช่น โบลิเวีย ฟิจิ จอร์แดน คีร์กีซสถาน เนปาล นิการากัว นีอูเอ โอมาน หมู่เกาะโซโลมอน และ ติมอร์-เลสเต
“เกาหลีใต้ให้ฟรีวีซ่าไทยมาโดยตลอด เพราะเราเคยไปช่วยเขารบในสงครามเกาหลี” ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว
ในความเห็นของ ศ.ดร.ฐิตินันท์ มองว่า พาสปอร์ตเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยทำให้เราทราบว่าความสัมพันธ์ของแต่ละประเทศเป็นเช่นไร เช่น พาสปอร์ตของอิสราเอลอาจเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายหากต้องการเดินทางไปยังประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซีย เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่มีมาอย่างยาวนาน

ที่มาของภาพ, Getty Images
อันดับของพาสปอร์ตไทยในเวทีโลก
การจัดอันดับดัชนีพาสปอร์ตของเฮนลีย์ (Henley Passport Index) เป็นการจัดอันดับหนังสือเดินทางทั่วโลก โดยประเมินตามจำนวนจุดหมายปลายทางที่ผู้ถือหนังสือเดินทางสามารถเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า
ในปี 2567 นี้ ดัชนีพาสปอร์ตไทยอยู่ในอันดับที่ 63 ร่วมกับโบลิเวีย ซึ่งผู้ครอบครองหนังสือเดินทางสามารถเดินทางสู่จุดหมายต่าง ๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 82 แห่ง
ทั้งนี้ ตัวเลขของเฮนลีย์ต่างจากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยทางผู้จัดทำดัชนีอ้างว่ามีฐานข้อมูลที่อัพเดทต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 19 ปี ประกอบกับข้อมูลพิเศษจากองค์การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA
จากข้อมูลของเฮนลีย์ ถือว่าดัชนีพาสปอร์ตไทยดีขึ้นต่อเนื่อง จากอันดับที่ 70 ในปี 2565 มาอยู่ที่อันดับที่ 64 ในปี 2566 และอันดับที่ 63 ในปัจจุบัน
การจัดอันดับดัชนีพาสปอร์ตของเฮนลีย์ปี 2567 มีทั้งหมด 104 อันดับ โดยอันดับท้ายสุด ตกเป็นของประเทศอัฟกานิสถานที่ผู้ถือพาสปอร์ตเดินทางไปยังจุดหมายต่าง ๆ ได้เพียง 28 แห่ง
ส่วนประเทศที่มีดัชนีพาสปอร์ตอยู่ในอันดับหนึ่ง ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน ญี่ปุ่น และ สิงคโปร์ ผู้ครอบครองพาสปอร์ตเหล่านี้สามารถเดินทางไปยังประเทศ/ดินแดนต่าง ๆ โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้มากถึง 194 แห่งจากทั้งหมด 227 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้ยังพบว่า ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ครองอันดับ 1 ในดัชนีดังกล่าวมา 5 ปีแล้ว
ประเทศอื่น ๆ ที่มีดัชนีพาสปอร์ตติดอยู่ใน 10 อันดับแรก ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่อยู่ในสหภาพยุโรปหรืออียู (European Union – EU) รวมถึง สหรัฐอเมริกา และ เกาหลีใต้ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านไทยอย่างมาเลเซียอยู่ที่อันดับ 12 เดินทางไปได้ 182 ประเทศ/ดินแดนทั่วโลก
“ความมั่งคั่งของสิงคโปร์ทำให้เขาสามารถผ่านได้แทบทุกด่าน และจริง ๆ แล้วมาเลเซียเป็นมุสลิมนะ แต่ได้รับอานิงสงค์จากอดีตเครือจักรภพ” ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระบุ

ที่มาของภาพ, Facebook/บอล ยอด หนังพาไป
เสียงสะท้อนจากผู้ถือพาสปอร์ตไทย
บอล หรือ ทายาท เดชเสถียร ทำรายการท่องเที่ยวชื่อว่า ‘หนังพาไป’ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีบีเอสมาแล้ว 5 ซีซัน โดยทำงานร่วมกับคู่หูชื่อว่า ยอด หรือ พิศาล แสงจันทร์ ทำให้เหล่าแฟนคลับเรียกทั้งคู่ว่า “บอล-ยอด หนังพาไป”
เอกลักษณ์ของรายการท่องเที่ยวของทั้งคู่ คือการเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ด้วยงบประหยัด พาผู้ชมไปเจอผู้คนและประสบการณ์แปลกใหม่ ปัจจุบันพวกเขามีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กมากกว่า 3 แสนคน และมีผู้เข้าชมคลิปวิดีโอในช่องยูทิวบ์ของพวกเขาเองและจากช่องไทยพีบีเอสรวมกันแล้วหลายสิบล้านวิว
ล่าสุด บอลและยอดเดินทางไปมาแล้วกว่า 25 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่ในเอเชียและยุโรป
“เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมไปอิตาลีเพื่อถ่ายทำรายการ ไม่แน่ใจว่าซีซัน 1 หรือ 2 แล้วได้เจอกับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศใกล้กัน เป็นเพื่อนบ้านกัน ก็คุยกันและถามว่ายู (you) ทำวีซ่ายากไหม เขาก็หันมาถามเราว่าวีซ่าเชงเก้นคืออะไร เขาไม่รู้จัก” บอลเล่าให้บีบีไทยฟังถึงประสบการณ์ที่ทำให้เขาทราบว่าพาสปอร์ตแต่ละประเทศใช้เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ได้ไม่เหมือนกัน
“เป็นครั้งแรกที่ทำให้รู้สึกว่าทำไมพาสปอร์ตไทยเรามี power (พลัง) น้อยจัง เมื่อเทียบกับหลายประเทศ”
เขายกตัวอย่างว่าการขอวีซ่าเชงเก้น เพื่อเข้าประเทศในแถบยุโรปแต่ละครั้งนั้น มีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินหลายพันบาท ผู้ขอต้องฝ่าฟันการจองคิวอันยาวนานและการสัมภาษณ์ซึ่งเป็นด่านที่หินมากที่สุด โดยมีคำถามตั้งแต่ “ทำไมจองรถไฟเที่ยวนี้ คุณจะเดินทางจากเมืองนี้ไปเมืองนี้ยังไง ทำไมต้องไปเมืองนี้” นอกจากนี้ จุดที่ยากที่สุดคือผู้ขอวีซ่าจำเป็นต้องมีตั๋วเครื่องบิน
“เราไม่สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินได้หรอกโดยเซนส์ (sense-ความรู้สึก) ของเรา ถ้าหากวีซ่าเราไม่ผ่าน ดังนั้นวิธีเลี่ยงของคนจำนวนมากก็คือไปซื้อตั๋วที่ยังไม่จ่ายตังจากเอเจนท์ (Agent-นายหน้า) ขายตั๋ว ซึ่งเขาก็คิดค่าบริการตรงนี้หลักหลายร้อยเหมือนกัน เรารู้สึกว่าเรื่องนี้มันน่าหงุดหงิดมาก เข้าใจสถานทูตหมดเลย แล้วก็เข้าใจเอเจนท์ด้วย แต่ในมุมของคนขอวีซ่า มันมีค่าใช้จ่ายยุบยับเต็มไปหมด ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่ แล้วธุรกิจนี้มันก็หมุนไปด้วยเงินจำนวนเยอะมาก” ทายาท กล่าว
ผู้ดำเนินรายการหนังพาไปยังบอกกับบีบีซีไทยด้วยว่า เขามักมองหาประเทศที่ไม่ต้องทำวีซ่าเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากเหล่านี้ นอกจากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศที่ต้องใช้วีซ่าจริง ๆ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ปี 2566 คนไทยยื่นทำวีซ่าเพิ่มขึ้น
ล่าสุด วีเอฟเอสโกลบอล (VFS Global) เปิดเผยว่า จำนวนการยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกประเภทในประเทศไทยปี 2566 มีสัดส่วนคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับการยื่นคำร้องขอวีซ่าในปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด นั่นหมายความว่านักเดินทางเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการและข้อจำกัดการเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ
จุดหมายปลายทางยอดนิยมที่คนไทยชื่นชอบในปี 2566 ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ เยอรมนี อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร
วีเอฟเอสโกลบอลเป็นบริษัทพาณิชย์ที่ดำเนินธุรกิจเป็นศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของสหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศในเขตเชงเก้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในสหภาพยุโรป
บริษัทนี้มีศูนย์ดำเนินงานด้านวีซ่า 149 แห่งทั่วโลก หนึ่งในนั้นตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการสำหรับผู้ต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยว อยู่พำนัก ศึกษา ฯลฯ ในประเทศดังกล่าวข้างต้น

ที่มาของภาพ, กระทรวงการต่างประเทศ
รัฐบาลเดินหน้าดันฟรีวีซ่าเชงเก้น-สหราชอาณาจักร
ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยหาเสียงนโยบายด้านการต่างประเทศไว้ว่า “หนังสือเดินทางไทย เดินทางได้ทั่วโลก” โดยระบุว่าต้องการเสริมอิทธิพลหนังสือเดินทางไทย ให้คนไทยเดินทางไปได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องขอวีซ่า
ล่าสุด พาสปอร์ตไทยจะสามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มี.ค. 2567 โดยกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าความตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน ในปี 2568
โดยก่อนหน้านี้ไทยได้ยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนไปตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2566 ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่าตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นมา
รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ยังเดินหน้าเจรจากับสหภาพยุโรปเพื่อขอให้ยกเว้นวีซ่าเชงเก้นให้กับหนังสือเดินทางไทย โดยระหว่างการร่วมงาน World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วงกลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา นายเศรษฐาได้พูดคุยหารือกับ นายอเล็กซานเดอร์ เดอ ครู นายกรัฐมนตรีประเทศเบลเยียม และ นางอัวร์วูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปแห่งสหภาพยุโรป เรื่องขอยกเว้นวีซ่าเชงเก้นให้กับหนังสือเดินทางไทย ควบคู่ไปกับการหารือทางการค้าอื่น ๆ
นายกรัฐมนตรียังหารือเรื่องนี้กับ นายฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีประเทศเยอรมนี ระหว่างการเยือนประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2567 และขอให้นายเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ช่วยดันเรื่องฟรีวีซ่าเชงเก้น ระหว่างการเข้าเยี่ยมนายเศรษฐาเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ไทยยังเริ่มเจรจาฟรีวีซ่ากับสหราชอาณาจักรด้วยเช่นกัน จากการเปิดเผยของนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ที่มาของภาพ, Facebook/ไทยคู่ฟ้า
สส.ก้าวไกลติงนายกฯ หยุดขายฝันฟรีวีซ่าเชงเก้น
นายจุลพงษ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า เขากังวลกับท่าทีของนายเศรษฐาที่ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่องว่ารัฐบาลกำลังเดินเรื่องเจรจากับสหภาพยุโรป เพื่อขอยกเว้นวีซ่าเชงเก้นสำหรับพลเมืองที่ถือหนังสือเดินทางไทย ทั้งที่ทางอียูมีหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่ายังไม่พิจารณายกเว้นวีซ่าเชงเก้นให้กับไทย
“ทีแรกที่ท่านนายกฯ ไปพูดกับประธานอียู ผมก็ยังเฉย ๆ ผมไม่คิดว่าท่านจะพูดเรื่องนี้ต่อไปอีก แต่พอท่านไปเจอนายกรัฐมนตรีของเบลเยียม ท่านก็ให้สัมภาษณ์อีกว่าท่านได้ไปขอร้องต่อนายกฯ เบลเยียมให้พิจารณาเรื่องนี้ และล่าสุดท่านประธานาธิบดีของเยอรมัน ท่านนายกฯ ก็ยังออกมาพูดอีก ผมก็เลยเข้าใจว่ามันไม่ดีนะ ถ้านายกฯ ท่านพูดโดยไม่รู้ว่าได้รับรายงานหรือเปล่า และในแง่ของอียู เขาอาจจะมอง [ประเทศไทย] ไม่ดีเท่าไร” สส.พรรคก้าวไกล กล่าว

ที่มาของภาพ, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
นายจุลพงษ์อ้างว่าตนเองได้รับข้อมูลว่า ช่วงเดือน ต.ค. 2566 ทางสถานทูตไทยในยุโรปทำหนังสือไปยังสหภาพยุโรป เพื่อขอเจรจายกเว้นวีซ่าเชงเก้น จากนั้นประมาณเดือน พ.ย. 2566 มีหนังสือลงนามโดยเลขาธิการฝ่ายกิจการเข้าเมืองและกิจการภายในของสหภาพยุโรปได้ตอบกลับทางการไทยมาว่า อียูไม่มีนโยบายพิจารณายกเว้นวีซ่าให้แก่พลเมืองประเทศใดประเทศหนึ่งโดยการร้องขอของประเทศนั้นเพียงประเทศเดียว เนื่องจากการพิจารณายกเว้นวีซ่าของอียูนั้นจะพิจารณาเป็นรอบ ๆ ซึ่งจะนำคำขอของหลายประเทศมาพิจารณารวมกัน และจะเปิดพิจารณาอีกครั้งช่วงกลางปี 2568
ในหนังสือดังกล่าวยังระบุด้วยว่า การพิจารณายกเว้นวีซ่าเชงเก้นให้แก่ประเทศต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงทางเศรษฐกิจ การเคารพหลักสิทธิมนุษยชน การเข้าเมืองในรูปแบบที่ไม่ปกติของพลเมืองประเทศนั้น ๆ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยว และความเชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ บีบีซีไทยไม่ได้เห็นเอกสารที่นายจุลพงษ์กล่าวอ้าง และยังรอการยืนยันข้อมูลเรื่องนี้จากกระทรวงการต่างประเทศ
เพิ่มอิทธิพลพาสปอร์ตไทย ฝันเกินตัวหรือไม่ ทำได้จริงหรือ
“ผมไม่คิดว่าเราฝันเกินตัว” ศ.ดร.ฐิตินันท์ บอกกับบีบีซีไทย เนื่องจากเขามองว่าเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลตั้งเป้าให้สูงไว้ก่อน
ด้านนายจุลพงษ์ รองประธาน กมธ. การต่างประเทศฯ เห็นตรงกัน พร้อมกับมองว่าประเทศไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
“หากเราสร้างจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) ต่อหัวของคนไทยให้เพิ่มขึ้นได้ มันจะทำให้คนโดดวีซ่าน้อยลง แต่หากเศรษฐกิจในประเทศฝืดเคืองแบบนี้ คนก็จะอาศัยวีซ่าฟรี ไป [ต่างประเทศ] และโดดวีซ่า” รองประธาน กมธ. การต่างประเทศฯ กล่าว
ส่วน ศ.ดร.ฐิตินันท์ บอกกับบีบีซีไทยว่า “กฎเหล็กของการให้วีซ่าคือ ถ้าเขาให้วีซ่าคุณแล้ว คุณต้องกลับประเทศคุณนะ” เนื่องจากที่ผ่านมามีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ลักลอบเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น ดังนั้น “ปัญหาการลักลอบเข้าเมือง” จึงเป็นปัญหาที่อีกฝ่ายหนึ่งกังวลที่สุด หากจะให้ฟรีวีซ่าแก่หนังสือเดินทางไทย
ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังมองว่า ไทยยังมีปัญหาอาชญากรรมในประเทศที่เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาการฟอกเงิน ค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด สแกมเมอร์ออนไลน์ ค้าสัตว์ป่า ฯลฯ จึงยิ่งส่งผลให้ประเทศปลายทางไม่แน่ใจว่าหากเปิดฟรีวีซ่าให้ไทยแล้ว จะเอื้อให้กลุ่มอาชญากรเหล่านี้สบช่องขยายเครือข่ายออกไปนอกประเทศด้วยหนังสือเดินทางไทยหรือไม่
“ต้องทำให้ประเทศปลายน้ำมั่นใจว่า คนของเราจะไม่นำปัญหาอะไรไปให้” ศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าว
ในปี 2565 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า ประมาณ 37% ของจำนวนผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในประเทศเกาหลีใต้ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทยที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้าน สส.พรรคก้าวไกล มองว่าหลักสิทธิมนุษยชนก็สำคัญ เนื่องจากไทยยังมีปัญหาค้ามนุษย์ทั้งในประเทศและรอบชายแดน รวมทั้งมีปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นหลายกรณีภายในประเทศ
“อย่างล่าสุดก็มีข่าวว่าตำรวจซ้อมผู้ต้องหา ใช้ถุงดำคลุมหัว” นายจุลพงษ์ กล่าว
การเลือกตั้งในปีที่ผ่านมา นายเคียร์ต วิลเดอร์ส นักการเมืองที่มีแนวความคิดขวาจัดต่อต้านมุสลิมและต้องการยุติการรับผู้อพยพ ได้รับชัยชนะการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ และได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนล่าสุด
ในปีนี้ สหรัฐอเมริกาก็จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งมีแนวโน้มว่านักการเมืองฝ่ายขวาอย่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงชิงชัยตำแหน่งนี้อีกครั้ง ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยจึงสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากจุฬาฯ ว่า กระแสเอียงขวาในการเมืองโลกขณะนี้จะส่งผลต่อนโยบายเพิ่มอิทธิพลพาสปอร์ตของไทยหรือไม่
ศ.ดร.ฐิตินันท์ ตอบว่าปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลต่อไทย เพราะนโยบายรับคนเข้าเมืองของประเทศเหล่านั้นจะรัดกุมมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลที่หันขวาทั้งหลายจะกีดกันชาวต่างชาติด้วยความกังวลว่าอาจเข้าไปทำงาน แย่งงานคนในชาติ และใช้สวัสดิการของประเทศ
ด้านผู้ดำเนินรายการหนังพาไปบอกกับบีบีซีไทยว่า เขายินดีที่รัฐบาลเริ่มเดินหน้าเจรจาขอฟรีวีซ่ากับประเทศต่าง ๆ แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็มีข้อกังวล
“การได้เดินทางท่องเที่ยว การได้วีซ่า เป็นสิทธิพิเศษอย่างหนึ่งของชนชั้นกลางขึ้นไป เพราะเรามีเงินเที่ยว มีเวลา มันก็สะดวกเรา แต่ถ้าเกิดเราต้องเสียอะไรไปภายใต้เงื่อนไข มันไม่ได้มีแค่ชนชั้นกลางที่เสีย คนที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปในประเทศนั้น เขาก็อาจเสีย [ผลประโยชน์] ไปด้วย เราก็ดีใจแหละถ้าหากได้ฟรีวีซ่าเพิ่มมา แต่ขอให้รัฐบาลบอกเราให้หมดได้ไหม ว่ามันแลกกับอะไร” บอล จากรายการหนังพาไป บอกทิ้งท้ายกับบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, Facebook/ไทยคู่ฟ้า
ผู้รับจ้างยื่นขอวีซ่าจะได้รับผลกระทบไหม
กมลมณี ศิลปี ทำอาชีพรับจ้างยื่นขอวีซ่าประเภทต่าง ๆ มานานกว่า 7 ปี ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ประเทศในเขตเชงเก้น จีน หรือ อินเดีย ในจำนวนนี้ 60% ของลูกค้าเป็นคนไทยที่ต้องการขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ และอีก 40% เป็นชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในไทยระยะยาวเนื่องจากสมรสกับคนไทย หรือต้องการใช้ชีวิตเกษียณในประเทศไทยระยะยาว
เธอบอกว่าในจำนวนคนไทยที่ต้องการยื่นขอวีซ่าไปต่างประเทศเกือบ 90% ยื่นขอเพื่อจุดประสงค์ท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นการขอยื่นทำวีซ่าเชงเก้น ตามมาด้วยวีซ่าเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ โดยแต่ละเดือนเธอมีลูกค้าคนไทยประมาณ 30-40 คน แต่ยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนจะได้วีซ่า และยากที่จะบอกว่าเกณฑ์การพิจารณาของเจ้าหน้าที่เป็นเช่นไร
“วีซ่าอินเดีย จีน แค่ยื่นเอกสารครบก็ไม่ถามอะไรมาก สามารถได้วีซ่าเลย แต่สำหรับเชงเก้นหรือยูเค (สหราชอาณาจักร) คนละเรื่องเลย คัดกรองละเอียดมาก บางคนมีเงินในบัญชีเยอะมาก เป็นถึงเจ้าของธุรกิจ ไม่ได้วีซ่าก็มี หรือคนที่เราคิดว่ามีงาน มีเงินเดือนประจำ น่าจะได้แน่ ๆ แต่ไม่ได้ [วีซ่า] ก็เยอะ”

ที่มาของภาพ, Getty Images
ธุรกิจรับจ้างยื่นคำขอวีซ่า “ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองว่าการขอวีซ่าเป็นเรื่องยุ่งยาก” โดยหน้าที่ของกมลมณีคือช่วยลูกค้าจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ตามรายการที่สถานทูตหรือบริษัทดำเนินจัดการวีซ่า เช่น วีเอฟเอสโกลบอลร้องขอ ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เอกสารยืนยันตัวบุคคล ข้อมูลทางการเงิน รายการเดินบัญชีธนาคาร เอกสารรับรองการทำงาน เป็นต้น
“สาเหตุที่เขามาจ้างเราก็เพราะว่าเขาไม่อยากเตรียมเอกสารต่าง ๆ เอง ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขาสามารถทำได้ กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะจัดเตรียมเอกสารอะไรอย่างไรบ้าง แล้วก็ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ เพราะแบบฟอร์มต่าง ๆ มันเป็นภาษาอังกฤษ”
กมลมณีบอกกับบีบีซีไทยว่า เมื่อจีนจะเริ่มฟรีวีซ่าให้กับคนไทยในวันที่ 1 มี.ค. ที่จะถึงนี้ พบว่าลูกค้าที่จะขอวีซ่าไปจีนลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากไม่ใช่กลุ่มลูกค้าหลัก แต่หากสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปตกลงฟรีวีซ่าให้หนังสือเดินทางไทยจริง เธอก็ “น่าจะได้รับผลกระทบ” ไม่น้อย
โดยส่วนตัว กมลมณีเห็นด้วยที่ไทยเริ่มผลักดันให้พาสปอร์ตไทยมีอิทธิพลมากขึ้นจากเดิม แต่ก็มองว่าความหวังที่ไทยจะได้ฟรีวีซ่าจากประเทศดังกล่าว “เป็นเรื่องยาก และหากเกิดขึ้นจริงก็คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้”










