You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
น้ำบนพื้นผิวดวงจันทร์มีต้นกำเนิดจากดวงอาทิตย์
หลังจากที่สองปีก่อน องค์การนาซาได้ค้นพบโมเลกุลน้ำในพื้นผิวของดวงจันทร์ ล่าสุดมีการวิเคราะห์เบื้องลึกจนพบว่า โมเลกุลน้ำที่แทรกอยู่ในฝุ่นดินดังกล่าว อาจเกิดขึ้นจากอนุภาคมีประจุไฟฟ้า “ไฮโดรเจนไอออน” ในลมสุริยะ ที่พัดมาจากดวงอาทิตย์นั่นเอง
ทีมนักธรณีเคมีจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) เผยผลวิเคราะห์ตัวอย่างฝุ่นดินบนพื้นผิวดวงจันทร์ (regolith) จากสถานที่ลงจอดของยานสำรวจในภารกิจฉางเอ๋อ 5 (Chang’e 5) โดยพบว่าลมสุริยะที่พัดกระหน่ำใส่พื้นผิวของดวงจันทร์ ได้ทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุบางอย่างและสร้างพันธะกับอะตอมของออกซิเจน จนเกิดเป็นโมเลกุลน้ำขึ้นมา
รายงานวิจัยดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ระบุว่า มีการใช้อุปกรณ์วิเคราะห์สารด้วยรังสีเอกซ์ ตรวจสอบเม็ดฝุ่นที่ได้จากชั้นหินบะซอลต์ภูเขาไฟอายุน้อย บริเวณละติจูดตอนกลางของดวงจันทร์
ทีมผู้วิจัยพบว่าบริเวณเปลือกนอกของเมล็ดฝุ่นมีร่องรอยการสัมผัสกับลมสุริยะอย่างรุนแรง เห็นได้จากความเข้มข้นของโมเลกุลไฮโดรเจนที่มีสูงถึง 1,116 - 2,516 ส่วนในล้านส่วน ทั้งยังมีปริมาณไอโซโทปของไฮโดรเจน เช่น ดิวเทอเรียม อยู่น้อยมาก สอดคล้องกับสัดส่วนของแร่ธาตุที่พบในลมสุริยะพอดี
ก่อนหน้านี้ มีการค้นพบแหล่งน้ำบนดวงจันทร์ในหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นน้ำแข็งในแอ่งหลุมลึกที่ปกคลุมด้วยเงามืด และที่เป็นโมเลกุลซึ่งถูกกักเก็บไว้ในเม็ดแก้วภูเขาไฟขนาดเล็กจิ๋ว
น้ำบางส่วนของดวงจันทร์นั้นมาจากโลกและจากอุกกาบาตที่พุ่งชน แต่ที่พบในฝุ่นดินบนพื้นผิวซึ่งคาดว่ามีอยู่เป็นปริมาณมหาศาล และอาจนำมาใช้ประโยชน์ในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์ในระยะยาวได้นั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าเกิดจากลมสุริยะ
ทีมผู้วิจัยยังพบว่าแร่ธาตุในฝุ่นดินของดวงจันทร์สามารถเก็บรักษาไฮโดรเจนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่บริเวณละติจูดตอนกลาง รวมทั้งขั้วเหนือและขั้วใต้ของดาวซึ่งมีอุณหภูมิต่ำ
ผลวิเคราะห์ในครั้งนี้ สามารถเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกสถานที่ลงจอดของยานอวกาศ เพื่อทำการสำรวจและตั้งฐานที่มั่นบนดวงจันทร์ในภารกิจครั้งต่อไป โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าพื้นดินของสถานที่นั้นจะมีโมเลกุลน้ำที่สกัดนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างเหลือเฟือ