You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ที่มาของกระแสความต้องการเปลี่ยนชื่อประเทศ "อินเดีย" เป็น "ภารัต" เป็นอย่างไร
การหยิบยกเอาชื่อ "ภารัต" (Bharat) ชื่อเรียกของประเทศอินเดียในภาษาฮินดี กลับมาใช้อีกครั้งโดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ในเอกสารเชิญร่วมรับประทานอาหารค่ำในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 20 ที่อินเดียจะเป็นเจ้าภาพ กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในอินเดีย
ในเอกสารดังกล่าวแทนที่จะระบุว่า เป็นคำเชิญถึงเหล่าผู้นำต่างชาติ จากนางเทราปที มุรมู ในฐานะประธานาธิบดีแห่งอินเดีย กลับใช้คำว่า "ประธานาธิบดีแห่งภารัต" แทน
จนถึงขณะนี้ ข้อความที่ระบุถึงชื่อประเทศในเว็บไซต์ทางการก็ยังใช้ชื่อว่า "รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอินเดีย" รวมทั้งการอ้างถึงตำแหน่งของนางมุรมูก็ยังเป็น "ประธานาธิบดีอินเดีย" ในเอ็กซ์ (ก่อนหน้านี้คือทวิตเตอร์)
ที่มาของแนวคิดการรื้อฟื้นคำว่า "ภารัต"
ที่จริงแล้ว การนำคำว่า "ภารัต" มาใช้ในจดหมายเชิญดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากโมฮาน ภควัต ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคบีเจพี กล่าวว่า ประเทศควรจะได้รับการเรียกขานว่า "ภารัต" แทนคำว่า "อินเดีย"
"หลายครั้ง เราใช้คำว่า อินเดีย เพื่อให้คนที่สื่อสารภาษาอังกฤษเข้าใจ แต่เราต้องหยุดการใช้คำ ๆ นี้ ชื่อของประเทศนี้จะยังคงเป็น ภารัต ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนก็ตามในโลกใบนี้" นายภควัต กล่าว
เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวว่า รัฐบาลกำลังจะเปลี่ยนชื่อทางการของประเทศมาเป็น "ภารัต" แต่ก็ยังไม่มีคำยืนยันใด ๆ ขณะที่รัฐมนตรีหลายคนจากฝั่งพรรครัฐบาลภารตียชนตา หรือพรรคบีเจพี ยินดีและสนับสนุนแนวความคิดนี้เพราะมองว่าเป็นความภาคภูมิใจ
"มีความสุขและความภูมิใจที่สังคมของเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่ยุคทอง อมฤทธิ์ กาล (Amrit Kaal)" ฮิมานตา บิสวา ซาร์มา มุขมนตรีแห่งรัฐอัสสัม กล่าว
สำหรับคำว่า "อมฤทธิ์ กาล" นี้ นายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของอินเดียอ้างถึงช่วงเวลาที่จะนำไปสู่ปี 2047 ที่อินเดียจะครบรอบการก่อตั้ง 100 ปี พวกเขาบอกว่าหลังจากปีดังกล่าวเป็นต้นไปอินเดียจะกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เจริญรุ่งเรืองและพัฒนาแล้วของโลก
มีส่วนเชื่อมโยงปมทางการเมืองหรือไม่
สิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งในความเคลื่อนไหวดังกล่าว คือเสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยตรงจากฟากฝั่งของกลุ่มผู้นำฝ่ายค้าน ที่เพิ่งรวมตัวกันก่อตั้งแนวร่วมใหม่ โดยใช้ชื่อเรียกจากตัวย่อของแนวร่วมดังกล่าวคือ Indian National Development Inclusive Alliance หรือแปลเป็นไทยว่า กลุ่มแนวร่วมพันธมิตรเพื่อการพัฒนาแห่งชาติอินเดีย หรือเรียกสั้น ๆ ว่า INDIA (อินเดีย)
"ผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่พวกเราได้ตั้งชื่อกลุ่มแนวร่วมพันธมิตรนี้ว่า INDIA หลังจากนั้นพรรคบีเจพีก็เริ่มส่งหมายเชิญด้วยคำว่า สาธารณรัฐภารัต แทนคำว่า สาธารณรัฐอินเดีย" นายมาโนจ จฮา ผู้นำพรรค RJD จากรัฐพิหาร โพสต์ในแพลตฟอร์ม เอ็กซ์
"คุณไม่มีทางพรากคำว่า อินเดีย หรือ ภารัต จากพวกเราได้" เขาระบุเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวด้านกฎหมายรายงานว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลอินเดียหยิบยกคำว่า ภารัต มาใช้เชื่อมโยงกับการประชุมสุดยอดผู้นำจี 20 คำนี้ยังถูกใช้ในเอกสารคู่มือที่ชื่อว่า "ภารัต มารดาแห่งประชาธิปไตย" ซึ่งมอบให้กับผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย
มีความเป็นไปได้เพียงใดที่ "อินเดีย" จะเปลี่ยนเป็น "ภารัต"
รัฐธรรมนูญอินเดียได้อ้างถึงประเทศอินเดียโดยใช้คำว่า "ภารัต" เช่นเดียวกัน แม้ว่าการอ้างถึงนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในมาตราที่ 1 ที่ระบุว่า "อินเดีย นั่นคือ ภารัต คือ สหภาพแห่งรัฐ (Union of States)"
ทว่า ในมาตราอื่น ๆ ของรัฐธรรมนูญ เมื่ออ้างถึงประเทศจะใช้คำว่า อินเดีย
ในอดีต มีหลายกรณีที่มีคนยื่นเรื่องฟ้องไปถึงศาลสูงสุดของอินเดีย โดยประสงค์จะเปลี่ยนชื่อประเทศอินเดียเป็นภารัต แต่คณะผู้พิพากษาไม่รับฟ้องเพื่อหลีกเลี่ยงการต้องเข้าไปอยู่ในความขัดแย้งประเด็นนี้ และมีหนึ่งกรณีที่ศาลแนะผู้ที่่มาฟ้องร้องว่าควรยื่นเรื่องให้รัฐบาลแทนจะดีกว่า
มีผู้พิพากษาบางคนที่ได้ให้ข้อสังเกตด้วยวาจาในข้อถกเถียงดังกล่าว แต่ก็ไม่ถือว่ามีน้ำหนักหรือคุณค่าทางกฎหมาย
"ประเทศอินเดีย ถูกเรียกว่า ภารัต ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว" อดีตหัวหน้าผู้พิพากษาของอินเดียเคยระบุไว้ครั้งหนึ่ง ขณะที่อดีตหัวหน้าผู้พิพากษาอีกรายบอกว่า สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกว่า พวกเขาต้องการที่จะเรียกว่า อินเดีย หรือ ภารัต
อินเดียกำลังจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำจี 20 ที่กรุงนิวเดลี ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ย. นี้
สำหรับกลุ่มจี 20 คือกลุ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 20 ประเทศ เมื่อนับรวมผลผลิตทางเศรษฐกิจในกลุ่มจี 20 แล้ว มีมูลค่าราว 85% ของทั้งโลก และมีมูลค่าการค้าคิดเป็น 75% ของทั้งโลก ขณะที่มีจำนวนประชากรราว 2 ใน 3 ของโลก
สมาชิกกลุ่มจี 20 ประกอบด้วย สหภาพยุโรป และอีก 19 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตุรกี สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ขณะที่สเปน มักได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมเป็นประจำ