ลำดับเหตุการณ์เปิดโปงธุรกิจสีเทาของชูวิทย์ เมื่อ "จอมแฉ" กำลังถูกแฉ

tnp

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, 21 มี.ค. 2566 นายชูวิทย์ ลงพื้นที่รณรงค์ต่อต้านนโยบายกัญชาเสรี เชิญชวนประชาชนไม่เลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าสภา ที่ซอยละลายทรัพย์ สีลม หลังยุบสภา

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแลอดีตนักธุรกิจกลางคืน ผู้ได้รับฉายาว่า "จอมแฉ" ที่ออกมาเปิดโปงธุรกิจสีเทาหลายธุรกิจตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา กำลังถูกนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม กล่าวหาว่ารับเงิน 6 ล้านของบุคคลหนึ่งในธุรกิจสีเทา

ภาพถ่ายถุงกระดาษที่ใส่ธนบัตรเป็นปึกในถุง 3 ใบ คือ เงินที่ทนายษิทรา อ้างว่าเป็นหลักฐานที่นายชูวิทย์ รับมาจากสารวัตร "ซัว" แห่งธุรกิจเป็นต่อกรุ๊ป จำนวน 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ พร้อมข้อความกล่าวหานายชูวิทย์ว่า "แฉไป ไถไป"

ทนายษิทรา แถลงอ้างอีกว่า ภาพถ่ายของเงิน 2 ถุงนี้ เป็นรูปถ่ายเมื่อปีที่แล้วที่นายชูวิทย์ รับมาจากสารวัตรซัว แบ่งจ่ายมาแล้ว 2-3 ครั้ง และยังมีเงินจากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์อีกครั้งละ 10 ล้านบาท

ขณะเดียวกันนายษิทรา ระบุว่า มีนายตำรวจนอกราชการรายหนึ่งที่สนิทสนามกับนายชูวิทย์ และข้อมูลจากวงในที่ระบุว่า บุคคลที่เป็น "กล่องดวงใจ" ของนายชูวิทย์ ที่ทำธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า สนิทสนมกับผู้ทำพนันออนไลน์ เป็นผู้พาสารวัตรซัว ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และเจ้าของเว็บพนันไปพบที่โรงแรม

ด้านนายชูวิทย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เงินสองถุง จำนวน 6 ล้านบาท ดังกล่าวเขาได้รับมาจริงจากนายตำรวจผู้ใหญ่ราชการที่รู้จักมานาน แต่ไม่ได้รับมาด้วยความเต็มใจและบอกไปว่าเขา "ไม่รับเคลียร์" เพื่อหยุดโจมตี

“เงิน 2 ถุง ถุงละ 3 ล้าน ที่ทนายตั้มพูดถึง เห็นแล้วจำได้ชัดเจนเป็นเงินที่นายตำรวจผู้ใหญ่นอกราชการคนหนึ่งที่ผมรู้จักมานาน นำมาให้ที่โรงแรมของผม โดยบอกว่าเป็นเงินของ “ซัว” ให้ผมช่วยหยุดโจมตี ผมบอกไปว่า “ไม่รับเคลียร์” มันไม่สามารถช่วยอะไรได้ ผมยังต้องแฉต่อ”

นายชูวิทย์ ยังระบุด้วยว่า เงินดังกล่าว ได้รับมาในปีนี้ มิใช่การรับเมื่อปีที่แล้ว ตามที่ทนายษิทรากล่าวหา

"เงินนั้นมาสองถุง รับช่วงเดือน ก.พ. ปีนี้ และปีที่แล้วจะมี (การรับเงิน) ได้อย่างไร เพราะยังไม่ได้พูดเรื่องลาลิซ่า แต่กำลังหมกมุ่นกับเรื่องจีนเทา" นายชูวิทย์ กล่าวถึงเงินที่ทนายษิทรานำมาเปิดเผยกับรายการเจาะลึกทั่วไทย ทางสถานีโทรทัศน์ MCOT HD เช้าวันที่ 24 มี.ค. พร้อมระบุว่า รับจากนายตำรวจที่เป็น "ผู้ใหญ่" ที่รู้จักกันมานาน ทำให้ตนปฏิเสธไม่ได้ เพราะเกรงใจ โดยตำรวจนายนั้นกล่าวว่า ชูวิทย์จะเอาไปทำอะไรก็ได้ เขาจึงนำเงินนั้นไปบริจาคโรงพยาบาล

นายชูวิทย์ ยังให้สัมภาษณ์ เจาะลึกทั่วไทยฯ ด้วยว่า ทนายตั้ม ออกมาในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงที่เขา "แฉ" เรื่องพรรคภูมิใจไทย (ภท.) "เลยออกมาเตะสกัดขาผม"

ล่าสุด นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า ทั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลศิริราช ได้ติดต่อขอคืนเงินบริจาคทั้งหมด โดยนายชูวิทย์ เปิดเผยว่า จะนำเงินส่วนนี้มอบให้กับ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เพื่อตรวจสอบต่อไป

หากดูลำดับเวลาที่นายชูวิทย์ เริ่มออกมาเปิดเผยเครือข่ายธุรกิจมืด เขาเริ่มจากการออกมาเปิดโปง “ทุนจีนสีเทา” ของเครือข่ายตู้ห่าว ตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค. - ธ.ค. 2565 โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเรื่องราวของเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ของสารวัตรที่ชื่อว่า "ซัว" ในเดือน ก.พ. หลังจากประเด็นของเว็บพนันมาเก๊า 888 ของเครือข่ายพี่น้อง 4 บ. และกรณีล่าสุด คือ การเปิดประเด็นรายวันโจมตีพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

บีบีซีไทย ย้อนดูไทม์ไลน์การออกมาเปิดเผยข้อมูลธุรกิจสีเทาและการเปิดประเด็นโจมตีพรรคภูมิใจไทย ดังนี้

tnp

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

ต.ค. 2565 -ม.ค. 2566 เครือข่ายทุนจีนสีเทาของ "ตู้ห่าว"

นายชูวิทย์ เป็นผู้ออกมาให้ข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับเครือข่ายฟอกเงินและยาเสพติดของ "ตู้ห่าว" หรือนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ที่เกิดจากการจับกุมผับลับชาวจีนย่านสาทรและพบยาเสพติด หลังจากเริ่มมีการดำเนินคดี นายชูวิทย์ ได้นำภาพหลักฐานวงจรปิดที่แสดงให้เห็นการทำงานของตำรวจ สน.ยานนาวา ก่อนที่เขาจะเดินหน้ากดดันให้คดีนี้เป็นคดีพิเศษ โดยอ้างว่า "ไม่ใช่ไม่ไว้ใจตำรวจ" แต่ ตำรวจมีกำลังจำกัดและกฎหมายที่จำกัด จึงต้องยื่นให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและอัยการสูงสุด

นายชูวิทย์ ยังเป็นผู้ที่เปิดเผยข้อมูลด้วยว่า มีบุคคลที่จะพา นายตู้ห่าว "เข้าไปกราบบุคคล ๆ หนึ่งที่ชอบสะสมนาฬิกา" และพบด้วยว่า มีการบริจาคเงิน 3 ล้านให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

3-4 ก.พ. 2566 เปิดข้อมูล อาบอบนวด ลาลิซ่า ของอดีตผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์

ตำรวจนครบาล นำทีมโดย พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) สั่งการนำกำลังไปจับ 1 ใน 2 อาบอบนวดระดับไฮเอนด์ ที่เปิดบริการใหม่ในกรุงเทพฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต คือ อาบอบนวด "ลาลิซ่า" ถนนรัชดาภิเษก ย่านสุทธิสาร

การบุกจับของตำรวจ เกิดขึ้นภายหลังสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี นำเสนอข่าวที่มีนายชูวิทย์ร่วมเปิดประเด็น อาบอบนวดดังกล่าวว่า เปิดให้บริการก่อนได้รับอนุญาต

นายชูวิทย์ เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า อาบอบนวดย่านรัชดาของนายกำพล วิคตอเรีย ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์เด็กสาวอายุต่ำกว่า 15 ปี หนีคดี มีหมายจับเมื่อหลายปีก่อน แต่กลับมาตกแต่งเปลี่ยนชื่อ "ปัดฝุ่นเปิดอาบอบนวดของตัวเองใหม่ 2 ที่ ได้แก่ เดอะลอร์ด (เปลี่ยนชื่อเป็นเดอะพาเลซ) และอีกที่ โคปา คาบานา (เปลี่ยนชื่อเป็นลาลิซ่า) อยู่ใจกลางรัชดาทั้งสองที่"

นายชูวิทย์ระบุด้วยว่า เมื่อโดนคดีค้ามนุษย์ ต้องถูกอายัดทรัพย์สิน แต่เสี่ยกำพล "ใช้อิทธิฤทธิ์ผสมผสานมนต์เงินตรา" ผ่านหน่วยงาน 2 หน่วยงาน "ทำให้อาบอบนวดเครือข่ายไม่ถูกยึด แล้วเอากลับมาเปิดใหม่หากินต่อเรื่องค้า ๆ ขาย ๆ มนุษย์ได้อีกเหมือนเดิม"

8 ก.พ. 2566 เปิดข้อมูลเว็บพนันออนไลน์ "สารวัตรซัว"

หลังจากนักแสดงสาว น.ส. อริศรา ทองบริสุทธิ์ หรือดิว ออกมาเปิดข้อมูลเรื่องธุรกิจเว็บพนันของอดีตแฟนหนุ่มเจ้าของเว็บพนัน มาเก๊า 888 กับพี่น้อง 4 บ. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. นายชูวิทย์ ออกมาโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า นอกจากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ของพี่น้อง 4 บ. แล้ว "พนันออนไลน์ที่ทำจนใหญ่โต มีเจ้าของเป็นทั้ง 'นายตำรวจ' ด้วย เป็น 'นายบ่อน' ด้วย ยังมีอีกหลายฝูง"

เขาบอกว่า มาเก๊า 888 เป็นไซส์ S (ขนาดเล็ก) แต่ไซส์ L คือ "สารวัตรซัว แห่งเป็นต่อกรุ๊ป"

นายชูวิทย์อ้างว่า ธุรกิจนี้มีเงินหมุนเวียนเป็นพันล้าน และใช้เส้นสายโรงเรียน ภปร. สามพราน เชื่อมโยงถึงนายพล "จ." นอกจากนี้ ยังใช้ "ลูกน้องหัวกะทิ" ทำพนันออนไลน์ "ตั้งแต่ยศร้อยตำรวจตรี ยันวันนี้เป็นพันตำรวจโท" และมีการจัดตั้งสหกรณ์เป็นของตัวเอง เปิดบริษัทบังหน้าเป็นสิบบริษัท

"สารวัตรซัว แต่ก่อนเคยอยู่ไซเบอร์ เป็นมือเก็บเว็บพนันอื่น ๆ ส่งให้นายพล 'จ' ที่วันนี้แม้ไม่อยู่ไซเบอร์แล้ว แต่ยังกินเศษเงินจากพวกพนันออนไลน์อยู่"

21 ก.พ. 2566 เริ่มเปิดประเด็นพรรคภูมิใจไทย

นายชูวิทย์ เริ่มเปิดข้อมูลต่อสาธารณะพุ่งเป้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เรื่องแรก จากกรณีความผิดปกติการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม เมื่อ 21 ก.พ.

หลังจากนั้น เขาเริ่มเปิดประเด็นรายวัน ตั้งแต่นโยบายกัญชาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ ที่บอกว่าเป็นกัญชาทางการแพทย์ แต่ปัจจุบันกลับพบผู้ได้รับผลกระทบจากกัญชามากขึ้น ตลอดจนการรับเงินบริจาคเข้าพรรคของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค

17 มี.ค. 2566 ยื่น กกต. ยุบพรรคภูมิใจไทย

นายชูวิทย์ ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรค ภท. กล่าวหาความผิดตามมาตรา 72 การรับเงินบริจาคของพรรคการเมืองโดยมิชอบของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ทำให้ พรรค ภท. เตรียมให้ ส.ส. ทั้ง 400 เขต ฟ้องดำเนินคดีต่อนายชูวิทย์

ต่อมาในวันที่ 21 มี.ค. 2566 นายชูวิทย์ ลงพื้นที่รณรงค์ต่อต้านนโยบายกัญชาเสรี เชิญชวนประชาชนไม่เลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าสภา ที่ซอยละลายทรัพย์ สีลม หลังยุบสภา

ส่วนการนำเงิน 6 ล้านบาท บริจาคโรงพยาบาล 2 แห่ง นายชูวิทย์ระบุว่า บริจาคให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 3 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 ก.พ. และบริจาคโรงพยาบาลศิริราช 3 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา