ย้อนดู 19 ภาพ ครบรอบ 19 ปี รัฐประหาร 19 กันยา 49 เกิดอะไรขึ้นบ้างในวันประวัติศาสตร์

.

ที่มาของภาพ, Paweena Ninbut/BBC

วันที่ 19 ก.ย. 2549 ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนและหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทย เมื่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) ถูกรัฐประหารโดยคณะรัฐประหารที่เรียกตนเองว่า คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ซึ่งนำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันที่ 21 ก.ย. 2549 เรียกการรัฐประหารครั้งนั้นว่าเป็น "รัฐประหารแบบม้วนเดียวจบและไม่เสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว"

เกิดอะไรขึ้นบ้างตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของวันที่ 19 ก.ย. 2549 และสังคมไทยในห้วงเวลานั้นตอบสนองต่อการรัฐประหาร "ล้มทักษิณ" ในเวลานั้นอย่างไร บีบีซีไทยพาย้อนไปดูภาพเหตุการณ์-พาดหัวข่าว จากการรัฐประหารเมื่อ 19 ปีที่แล้ว

ช่วงค่ำวันที่ 19 ก.ย. 49 "เคลื่อนรถถังบุกยึดทำเนียบ"

ภาพชุดจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 20 ก.ย.49 แสดงภาพรถถังเคลื่อนที่ไปบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ก.ย. 49

ที่มาของภาพ, Paweena Ninbut/BBC

คำบรรยายภาพ, ภาพชุดจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 20 ก.ย. 49 แสดงภาพรถถังเคลื่อนที่ไปบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ก.ย. 49

ย้อนไปในช่วงเช้าของวันที่ 19 ก.ย. 49 มีคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งในขณะนั้นติดภารกิจอยู่ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เรียกผู้นำทุกเหล่าทัพเข้าประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ทว่าไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนใดเข้าร่วม

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ในขณะนั้น ให้เหตุผลว่าไม่สามารถเข้าร่วมได้เพราะเป็นการเรียกที่กระชั้นชิดเกินไป นั่นทำให้ตลอดทั้งวันนั้น "เกิดกระแสข่าวสะพัดอย่างต่อเนื่อง" ว่าจะมีการรัฐประหาร

ทหารชุดจู่โจมของคณะรัฐประหาร ปีนกำแพงทำเนียบรัฐบาล บุกเข้าปลดอาวุธตำรวจที่รักษาความปลอดภัยโดยไม่มีการต่อสู้ขัดขวาง ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 49

ที่มาของภาพ, หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

คำบรรยายภาพ, ทหารชุดจู่โจมของคณะรัฐประหาร ปีนกำแพงทำเนียบรัฐบาล บุกเข้าปลดอาวุธตำรวจที่รักษาความปลอดภัยโดยไม่มีการต่อสู้ขัดขวาง ตามการรายงานของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 20 ก.ย. 49
ภาพรถถังจอดอยู่ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 หลังมีรายงานข่าวทหารได้ทำการเข้ายึดบริเวณ

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพรถถังจอดอยู่ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 หลังมีรายงานข่าวทหารได้ทำการเข้ายึดทำเนียบฯ จากภาพสังเกตเห็นได้ว่ามีการผูกผ้าสีเหลืองบนรถถัง

หนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับวันที่ 20 ก.ย. 49 ยังรายงานด้วยว่า เมื่อเวลาราว 21.30 น. ของวันที่ 19 ก.ย. ได้เกิดเหตุ "ทหารบุกยึดทำเนียบแล้ว" โดยระบุว่า ตำรวจสันติบาลได้นำโซ่มาล็อกประตูทางเข้าของทำเนียบฯ แต่มีทหารพร้อมอาวุธเข้ามาเพื่อเจรจายึดพื้นที่ โดยทหารที่บุกเข้าไปในทำเนียบฯ มีผ้าพันคอสีเหลืองและกระจายตัวอยู่ตามจุดสำคัญ ก่อนจะเชิญนักข่าวทั้งหมดออกจากบริเวณทำเนียบรัฐบาล

ทักษิณ ชิงประกาศภาวะฉุกเฉินแต่ถูกตัดสัญญาน

พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 20 ก.ย. 2549

ที่มาของภาพ, หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

คำบรรยายภาพ, พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 20 ก.ย. 2549

ต่อมาในเวลา 22.15 น. ของวันที่ 19 ก.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ รักษาการนายกฯ ที่อยู่สหรัฐอเมริกา ได้มีความพยายามออกแถลงการณ์ผ่านดาวเทียมเผยแพร่ผ่านทางช่อง 9 อสมท ว่า "จำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯ" เนื่องจากเกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังออกแถลงการณ์เพิ่มเติมอีกสองฉบับ คือการเรียก พล.อ.สนธิ ให้มารายงานตัวต่อ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และอีกฉบับคือการแต่งตั้งให้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เข้าควบคุมสถานการณ์ และเป็นหัวหน้าแก้ไขถานการณ์ฉุกเฉิน แต่การสื่อสารของพ.ต.ท.ทักษิณ ถูกตัดสัญญาณก่อนจะแถลงการณ์จบ

หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายงานในขณะนั้นด้วยว่า หลังการแถลงการณ์ของนายกฯ ทักษิณ ผ่านช่อง 9 ไม่นาน ก็มี "ทหารเข้าไปคุมสถานีทั้งหมด และต่อมาไม่กี่อึดใจสถานีโทรทัศน์ทุกช่องก็งดแพร่ภาพ"

ทหารไทยประจำการที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ในกรุงเทพฯ ภายหลังการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2549 ทหารประจำการอยู่ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 หลังเกิดรัฐประหาร

ถัดมาเวลากลางดึกราว 22.55 น. ของวันที่ 19 ก.ย. โทรทัศน์ทุกช่องก็ขึ้นโลโก้ของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย พร้อมขึ้นคำประกาศของคณะรัฐประหาร ว่าได้ควบคุมสถานการณ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไว้ได้แล้วโดยไร้การขัดขวาง จึงขอความร่วมมือประชาชนให้อยู่ในความสงบ

แจงเหตุผลก่อรัฐประหารส่วนหนึ่งเพราะ "ประชาชนเรียกร้อง"

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้า คปค. พร้อมคณะ แถลงข่าวทางโทรทัศ์รวมการเฉพาะกิจถึงเหตุผลในการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 49

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้า คปค. แถลงข่าวทางโทรทัศ์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงเหตุผลในการยึดอำนาจ ในช่วงเช้าของวันที่ 20 ก.ย. 49

ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ 20 ก.ย. แกนนำ คปค. นำโดย พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ผบ.ทบ. ในขณะนั้น ในฐานะหัวหน้า คปค. ได้แถลงข่าวทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ย้ำสาเหตุของการที่ต้องยึดอำนาจและสัญญาว่าจะปฏิรูปการเมืองโดยเร็ว

จากนั้นเวลาประมาณ 15.00 น. ที่หอประชุมกิตติขจร พล.อ.สนธิ พร้อมแกนนำ คปค. ซึ่งประกอบไปด้วย พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผบ.ทร., พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ., พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.สส., พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. และ พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ร่วมตอบข้อสักถามจากสื่อมวลชลทั้งในและต่างประเทศกว่า 400 คน เป็นเวลา 30 นาที

โดย คปค. ชี้แจงสาเหตุการก่อรัฐประหารว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะ "การเรียกร้องของประชาชน" และจากการบริหารงานของรัฐบาล โดยถือว่า "กองทัพเป็นส่วนหนึ่งของประชาชน" และการรัฐประหาร ก็เพื่อ "ทำให้สิ่งที่ประชาชนต้องการได้รับการสนองตอบ"

"สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเป็นตัวกำหนดให้เราปฏิบัติ ไม่มีใครมาชี้นำเรา เรายึดเสียงของประชาชนเป็นหลัก" พล.อ.สนธิ ระบุในหว่างการแถลงการณ์

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แกนนำ คปค. ตอบคำถามสื่อมวลชนในช่วงบ่ายของวันที่ 20 ก.ย. 49

พล.อ.สนธิ ยังย้ำถึงเจตจำนงการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายในสองสัปดาห์ "แต่จะไม่ให้เกินหนึ่งปี" และ "หลังจากนั้นเราจะถอยออกมา" และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีคนต่อไปในการบริหารประเทศ

"เรามีหน้าที่มาทำภาระตรงนี้สองสัปดาห์ สำหรับผู้ที่เราจะพิจารณาให้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและคัดเลือกอยู่ เราต้องการคนที่มีความเป็นกลางและรักในระบอบประชาธิปไตย" พล.อ.สนธิ กล่าวในเวลานั้น

.

ที่มาของภาพ, มติชน

ต่อมา คปค. ได้เลือก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีต ผบ.ทบ. ให้ขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ 24 และเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 49 พล.อ.สุรยุทธ์ พร้อมทั้ง ครม. ชุดใหม่ก็ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเข้ารับตำแหน่ง

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ (คนกลาง) ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับ ครม.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับ ครม. เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 49

หลังรัฐประหาร 49 ที่ "เหมือนบรรยากาศวันเด็ก"

ภาพบรรยากาศหนึ่งวันให้หลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพบรรยากาศหนึ่งวันหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549
ภาพมวลชนออกมาถ่ายรูปและให้การสนับสนุนคณะรัฐประหาร จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 ก.ย. 2549

ที่มาของภาพ, Paweena Ninbut/BBC

คำบรรยายภาพ, ภาพมวลชนออกมาถ่ายรูปและให้การสนับสนุนคณะรัฐประหาร จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 ก.ย. 2549

ภายหลังการรัฐประหาร ประชาชนบางส่วนได้ออกมามอบสิ่งของและดอกไม้แก่เจ้าหน้าที่ทหาร โดยมีภาพทหารหยอกล้อกับเด็ก อุ้มเด็กให้นั่งบนรถถัง รวมถึงรับมอบดอกไม้และอาหารจากประชาชน

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 23 ก.ย. รายงานว่า แม้ถนนบางเส้นจะมีรถถังและทหารประจำการอยู่ แต่ "กลับไม่ใช่ภาพน่ากลัวสำหรับประชาชน" โดยประชาชน "เข้าไปยืนถ่ายรูปพูดคุยกับทหารด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม" และ "วิถีชีวิตคนเมือง" ไม่ได้เปลี่ยนไปจากปกติ "มีแต่รอยยิ้มเมื่อเห็นทหาร"

รายงานข่าวบนหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ระบุด้วยว่า มีเด็กคนหนึ่งบอกว่า เพื่อนร่วมห้องเรียนคุยกัน "อย่างสนุกสนาน" ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และไม่รู้สึกกลัวการปฏิวัติรัฐประหารเพราะ "เหมือนบรรยากาศวันเด็ก"

ภาพบรรยากาศ 1 วันหลังการก่อรัฐประหารปี 49

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพบรรยากาศหนึ่งวันหลังการรัฐประหารปี 49
หนังสือพิมพ์ข่าวสด รวบรวมภาพบรรยากาศเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2549

ที่มาของภาพ, หนังสือพิมพ์ข่าวสด

คำบรรยายภาพ, หนังสือพิมพ์ข่าวสด รวบรวมภาพบรรยากาศเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2549
นักท่องเที่ยวถ่ายรูปคู่กับทหาร รถถังที่ประดับประดาด้วยดอกกุหลาบและริบบิ้นสีเหลือ งเมื่อ 22 ก.ย. 2549

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถ่ายรูปคู่กับทหารและทหารที่ประดับประดาด้วยดอกกุหลาบและริบบิ้นสีเหลือง เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2549
บรรยากาศพระเตรียมออกเดินบิณฑบาต เมื่องช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ย. 2549

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, พระเตรียมออกเดินบิณฑบาต ในช่วงเช้าของวันที่ 23 ก.ย. 2549

ภาคธุรกิจเชื่อรัฐประหารส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ

ภายหลังการก่อรัฐประหารปี 49 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในเวลานั้น แสดงความคิดเห็นต่อการรัฐประหารว่า ตนไม่เห็นผลกระทบที่จะเกิดกับตลาดการเงิน และยอมรับว่าการยึดอำนาจครั้งนั้นไม่มีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ และการยึดอำนาจจะทำให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองหายไปและการลงทุนจะสามารถเดินหน้าได้

"ผลการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งนี้ ผมถือว่าดี ดีกว่าช่วงที่ผ่านมา และดีกับเศรษฐกิจ" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ระบุ

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับวันที่ 21 ก.ย. 49 ยังได้เผยแพร่ ผลสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล เรื่อง "ความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีการปฏิวัติ" ซึ่งพบว่า จากผู้เข้าร่วมการสำรวจทั่วประเทศทั้งหมด 2,019 คน มากกว่า 80% เห็นด้วยกับการรัฐประหารปี 49 โดยเชื่อว่ารัฐประหารจะช่วยลดความตึงเครียดทางการเมือง และจะทำให้สถานการณ์ภายในประเทศเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

หนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับวันที่ 21 ก.ย. 49 รายงานถึงความมั่นใจของภาคเอกชนต่อผลบวกของรัฐประหารไทยปี 49

ที่มาของภาพ, Paweena Ninbut/BBC

คำบรรยายภาพ, หนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับวันที่ 21 ก.ย. 49 รายงานถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนว่าการรัฐประหาร 49 จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทย
มีรายงานจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 21 ก.ย. 2549 ว่า ธปท. เชื่อมั่นเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นหลังรัฐประหาร

ที่มาของภาพ, Paweena Ninbut/BBC

คำบรรยายภาพ, มีรายงานจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 21 ก.ย. 2549 ว่า ธปท. เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นหลังรัฐประหาร

"การยึดอำนาจโดยสงบไม่เสียเลือดเนื้อ" สื่อนอกตีข่าวรัฐประหารไทยปี 49

หนังสือพิมพ์ไทยหลายฉบับรายงานตรงกันว่า ช่วงไม่กี่วันหลังการรัฐประหารปี 49 สื่อต่างประเทศหลายสำนักให้ความสนใจต่อการเมืองในประเทศไทยอย่างมาก

สื่อต่างชาติหลายสำนักเช่น AP และ BBC รายงานตรงกันว่าการทำรัฐประหารที่เกิดขึ้นได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากชาวไทย และกล่าวขานการรัฐประหารครั้งนี้ว่าเป็นการยึดอำนาจโดยสงบไม่เสียเลือดเนื้อ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานข่าว BBC รายงานด้วยว่า การทำรัฐประหารในไทยจะส่งผล "ยุ่งยาก" ต่อเศรษฐกิจ

ภาพเด็กหญิงมอบดอกไม้ให้ทหารหลังเหตุรัฐประหารปี 2549 จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 ก.ย. 2549

ที่มาของภาพ, หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

คำบรรยายภาพ, ภาพเด็กหญิงมอบดอกไม้ให้ทหารหลังเหตุรัฐประหารปี 2549 จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 ก.ย. 2549

นอกจากการรายงานข่าวของสื่อต่างชาติ ยังมีความคิดเห็นจากผู้นำนานาชาติต่อการก่อรัฐประหารปี 49 ด้วย เช่น นายแมตตี แวนฮาเลน นายกฯ ฟินแลนด์ ในเวลานั้น ที่ยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างประเทศไทย "ในเวลาที่ลำบาก" รวมถึงนางเฮเลน คลาร์ก นายกฯ นิวซีแลนด์ที่กล่าว "ประณามกระบวนการใด ๆ ก็ตามที่พยายามโค่นล้มรัฐบาลผ่านวิธีการที่ขัดรัฐธรรมนูญ"

.

ที่มาของภาพ, Paweena Ninbut/BBC

คำบรรยายภาพ, หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 21 ก.ย. 49 รวบรวมความคิดเห็นของผู้นำโลกต่อการรัฐประหารของไทยเมื่อปี 49

นอกจากนี้ ชาติร่วมอาเซียนยังได้ร่วมแสดง "ความห่วงใย" ต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ขณะที่ทางการสิงคโปร์ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่สำคัญในภูมิภาค และหากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในไทยยืดเยื้อก็จะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคด้วย

บทวิเคราะห์ของหลากนักวิชาการบนหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับในเวลานั้น ยังระบุด้วยว่า การก่อรัฐประหารในไทยถือเป็นการ "ก้าวถอยหลัง" ของประชาธิปไตยไทย