19 กันยา 2549 : อดีตข้าราชการทำเนียบฯ เล่าเหตุการณ์ในนิวยอร์กเมื่อทักษิณรู้ว่าถูกรัฐประหาร

สมลักษณ์ ส่งสัมพันธ์

ที่มาของภาพ, สมลักษณ์ ส่งสัมพันธ์

คำบรรยายภาพ, พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) บนเที่ยวบินพิเศษที่มุ่งหน้าไปส่งอดีตนายกรัฐมนตรียังกรุงลอนดอนก่อนกลับกรุงเทพฯ
    • Author, สมลักษณ์ ส่งสัมพันธ์
    • Role, อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร

ในโอกาสครบรอบ 15 ปี การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ดิฉันได้รับการติดต่อจากกองบรรณาธิการบีบีซีไทยให้เขียนเล่าความหลังให้ผู้อ่านบีบีซีไทยทราบ เมื่อครั้งอยู่ร่วมคณะของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในวันที่เขาถูกยึดอำนาจ

ดิฉันเคยเขียนเล่าเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ "รัฐบาลหอย ถึงรัฐบาลปู 37 ปี ไดอารี่การเมือง" มาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เริ่มเกษียณ ในฐานะที่เคยทำงานใกล้ชิดกับอดีตนายกรัฐมนตรีถึง 15 คน โดยในสมัยนายกฯ ทักษิณนั้น ดิฉันได้ปฏิบัติงานในฐานะ ผู้อำนวยการสำนักการต่างประเทศ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงมีหน้าที่จัดเตรียมการเดินทางเยือนต่างประเทศให้กับนายกฯ และมักร่วมเดินทางไปด้วย

ทั้งนี้ขอเรียนว่าในการเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ เขียนในฐานะที่ท่านทักษิณเป็นอดีตนายกฯ ซึ่งเคยเป็นผู้นำประเทศ ด้วยความสำนึกว่า ไม่ว่านายกฯ ท่านใดเข้ามาบริหารประเทศ ส่วนตัวก็จะปฏิบัติงานให้กับทุกท่านอย่างเต็มที่สุดความสามารถ ตามที่ได้รับความไว้วางใจด้วยความภาคภูมิใจเสมอมา

พล.อ.สนธิ

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

สถานการณ์และภารกิจก่อนถูกยึดอำนาจ

ก่อนที่จะเล่าถึงเหตุการณ์ที่นิวยอร์กในวันถูกยึดอำนาจ อยากจะขอปูพื้นให้เห็นภาพเหตุการณ์โดยรวมก่อนว่า ในช่วงนั้นนายกฯ ทักษิณมีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศหลายแห่ง ในช่วงเดือน ก.ย. 2549 ซึ่งเดิมได้มีการวางแผนการเดินทางไว้ ดังนี้

  • 10-11 ก.ย. ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-อียู หรือ ASEM ครั้งที่ 6 ที่ฟินแลนด์
  • 12-14 ก.ย. เยือนคอสตาริกา ทวีปอเมริกากลาง (ต่อมาได้เห็นชอบให้เลื่อนการเยือนออกไป)
  • 15-16 ก.ย. ไปคิวบา (ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับคอสตาริกา) เพื่อร่วมประชุม กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด หรือ NAM
  • 16 ก.ย. แวะค้างคืนที่เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก
  • 17-21 ก.ย. เยือนนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly - UNGA) โดยมีซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญคือ เพื่อขอการสนับสนุนจากประเทศสมาชิก ให้สนับสนุนนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรีจากประเทศไทย เป็นเลขาธิการสหประชาชาติคนต่อไป

การเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯ ทักษิณครั้งนี้นับเป็นการเดินทางที่ยาวนาน ไปหลายประเทศ กำหนดตั้งแต่ 10-21 ก.ย. เมื่อท่านเดินทางไปประชุม ASEM ที่ฟินแลนด์เสร็จสิ้นในวันที่ 11 ก.ย. แล้ว ก็จะต้องมีกำหนดกลับถึง กทม วันที่ 12 ก.ย. หลังจากได้เลื่อนการเดินทางเยือนคอสตาริกาออกไป แต่โดยที่การจะกลับมากรุงเทพฯ แล้ว จะต้องเดินทางไกลออกไปประชุมที่คิวบาอีกในวันที่ 15 ก.ย. ก็จะเป็นการเสียเวลา ท่านจึงไม่เดินทางกลับ แต่ไปรอที่ลอนดอน ให้คณะเดินทางกลับมาก่อน อีกทั้งในช่วงนั้นมีการประท้วงจากฝ่ายต่อต้านท่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การยึดอำนาจได้

ทั้งนี้ช่วงก่อนการเดินทาง นายกฯ ทักษิณต้องเผชิญกับแรงกดดันจากฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งรณรงค์ให้ท่านออกไปจากการเมือง การคัดค้านกดดันสงบลง ในช่วงการเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ระหว่าง 8-13 มิ.ย. 2549

ในช่วงนั้นมีข่าวว่าได้มีการแต่งตั้งนายทหารที่มีความภักดีกับนายกฯ ทักษิณ ดังนั้นแม้จะมีข่าวลือมากมายว่าจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้น แต่ก็เชื่อกันว่าหากมีการปฏิวัติแล้วก็น่าเป็นทหารฝั่งอดีตนายกฯ ทักษิณที่ต้องการจะเห็นรัฐบาลอยู่ในอำนาจต่อไป

ในการเดินทางไปคิวบา เครื่องบินของคณะได้แวะรับท่านที่ลอนดอน หลังจากที่เดินทางถึงคิวบา และเข้าร่วมประชุม NAM ซึ่งท่านได้ถ่ายภาพร่วมและทักทายกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่มาร่วมประชุมรวมถึงเลขาธิการสหประชาชาติด้วยแล้ว เมื่อประชุมเสร็จก่อนที่จะเดินทางต่อไปนิวยอร์กเพื่อร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ คณะต้องแวะค้างคืนที่เมืองแคนคูน เม็กซิโก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนิวยอร์ก ในค่ำวันที่ 16 ก.ย. เนื่องจากคิวบาและสหรัฐฯ ขัดแย้งกัน สหรัฐฯ ไม่ยอมรับผู้ที่เดินทางจากคิวบาเข้าสหรัฐฯ

สมลักษณ์ ส่งสัมพันธ์

ที่มาของภาพ, สมลักษณ์ ส่งสัมพันธ์

คำบรรยายภาพ, ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีทางไกลจากนิวยอร์กเมื่อค่ำ 18 ก.ย. 2549

ภารกิจที่สหรัฐฯ

คณะของนายกฯ ทักษิณถึงนิวยอร์กในวันที่ 17 ก.ย. แล้วเริ่มงานทันที่ในช่วงเช้าของวันที่ 18 ก.ย. นายกฯ ทักษิณได้ไปร่วมงานตามที่นัดหมายไว้ ได้แก่ การร่วมประชุม Business Roundtable บรรยายให้นักธุรกิจสหรัฐฯ ฟัง รวมทั้งรับประทานอาหารกลางวันและกล่าวสุนทรพจน์ที่ Council on Foreign Relations จากนั้นก็ได้เดินทางกลับที่พักโรงแรม Grand Hyatt จำได้ว่ามีคนไทยจำนวนหนึ่งสวมเสื้อเหลืองมาถือป้ายต่อต้านท่านที่หน้าโรงแรมด้วย

คืนนั้นในช่วง 22.00 น. นายกฯ ทักษิณมีกำหนดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทางไกลผ่านวิดีโอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้ท่านอยู่ถึงนิวยอร์ก ก็ยังสามารถทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ครม. ได้ ก่อนการประชุม ดิฉันต้องปฏิบัติหน้าที่เตรียมอุปกรณ์ ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เทคนิคของสถานทูต สถานกงสุล และศูนย์เทคโนโลยีของทำเนียบรัฐบาล

ระหว่างนั้น มีข่าวลือจากกรุงเทพฯว่าจะเกิดการรัฐประหาร ส่วนตัวก็ไม่เชื่อเท่าไหร่ คิดว่าประเทศไทยไม่น่าจะมีการรัฐประหารแล้ว ระหว่างที่อยู่ที่นิวยอร์กมีผู้สื่อข่าวชาวต่างประเทศในประเทศไทยหลายคนโทรศัพท์มาสอบถามถึงสถานการณ์ที่จะเกิดการรัฐประหาร ก็ยังบอกไปว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังเรียบร้อย และไม่คิดว่าจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น

ประชาชนจำนวนหนึ่งออกไปให้กำลังใจทหาร

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Image

คำบรรยายภาพ, ประชาชนจำนวนหนึ่งออกไปให้กำลังใจทหารที่เคลื่อนรถถังออกมาโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ปี 2549

เช้าวันที่ 19 ก.ย. ในนิวยอร์ก

อดีตนายกฯ ทักษิณมีกำหนดการที่จะเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 16 ในเวลา 11.00 น ซึ่งมีการกำหนดผู้เข้าร่วมระดับสูงเพียงไม่กี่คน ดิฉันจึงเตรียมการกับเพื่อนร่วมงานไว้ว่าหลังจากนายกฯ เดินทางออกไปแล้ว จะไปทานอาหารเช้าและออกไปหาซื้อของฝากลูกน้องและเพื่อนฝูง แต่ไม่ทันไร หลังจากที่แต่งตัวเสร็จแล้ว ผอ. กองพิธีการซึ่งขึ้นไปดูแลการจัดอาหารที่ห้องนายกฯ ทักษิณตั้งแต่เช้า ก็โทรศัพท์มาบอกว่า นายกฯ สั่งให้ขึ้นไปที่ห้องท่านด่วน พร้อมทั้งนำอุปกรณ์และติดต่อเจ้าหน้าที่เทคนิคขึ้นไปด้วย ตอนแรกก็ยังสงสัยว่าท่านจะแถลงข่าวอะไรอีก ยังคิดว่าหรือท่านติดใจจากการใช้ระบบนี้จากการประชุม ครม. ในค่ำที่ผ่านมา จึงประสงค์จะใช้แถลงข่าวภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ที่สมัชชาสหประชาชาติ แต่สงสัยว่าทำไมจึงต้องรีบขนาดนั้น

เมื่อติดต่อเจ้าหน้าที่เทคนิคได้ และนำอุปกรณ์ขึ้นไปที่ห้องนายกฯ ก็ได้เห็นท่านกำลังวุ่นวายบอกว่า "ที่ประเทศไทยกำลังจะปฏิวัติผม" ขอให้รีบติดตั้งอุปกรณ์โดยด่วน

จากคำบอกเล่าของ ผอ.กองพิธีการ ซึ่งเห็นท่านตั้งแต่แรก อดีตนายกฯ ทักษิณ วิ่งออกมาจากห้องนอนทั้งชุดนอน ในสภาพผมยุ่งเหยิง ในช่วง 7 โมงเช้า ( ซึ่งเป็นเวลาช่วงค่ำของประเทศไทย ) เรียกหาคนใกล้ชิดบอกว่า "มันกำลังจะปฏิวัติผม " จึงต้องการที่จะแถลงข่าวกลับมายังประเทศไทยผ่านระบบวิดีโอทางไกล ต่อต้านการรัฐประหารโดยประกาศภาวะฉุกเฉินและให้ทีวีพูลถ่ายทอดสด

จำได้ว่าในช่วงของการติดตั้งอุปกรณ์ ท่านก็เพียรถามว่า ติดตั้งได้ไหม ได้หรือยัง ขณะเดียวกันก็วุ่นวายอยู่กับการตรวจแก้ข้อความซึ่งเป็นประกาศภาวะฉุกเฉินที่เตรียมไว้ก่อนหน้า โดยมี ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกฯ ขณะนั้น ช่วยปรับแก้ เพราะช่วงนั้นเป็นที่ทราบกันว่าเมื่ออดีตนายกฯ ทักษิณกลับถึงประเทศไทย ฝ่ายพันธมิตรก็เตรียมที่จะยกขบวนไปประท้วงที่สนามบิน

ในระหว่างนั้นจำได้ว่าวุ่นวายมาก ต้องติดต่อประสานงานมายังทำเนียบฯ เพื่อให้เตรียมรับสัญญาณ ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่รู้อะไรชัดเจน คิดว่ามีความพยายามจะทำปฏิวัติ และนายกฯ ทักษิณต้องการออกประกาศฉุกเฉินป้องกันไว้ก่อน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ท่านทักษิณจึงถามหลายคนไม่ว่าจะเป็นรองนายกฯ สุรเกียรติ์ อาจารย์พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษา และ นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกรัฐบาล ซึ่งอยู่ที่นั้นว่าจะทำได้อย่างไร ทุกคนจึงต่างวุ่นวายกับการประสานมาที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ทีวีพูลรับสัญญาณ เมื่อทีวีพูลซึ่งอยู่ที่ช่อง 5 ไม่ยอมรับสัญญาณ ท่านจึงรู้ว่าทีวีพูลถูกฝ่ายตรงข้ามคุมไว้แล้ว แต่ท่านก็ยังพยายามทุกวิถีทางที่จะแถลงข่าวผ่านเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาล www.thaigov.go.th แต่ปรากฏว่าทหารก็ได้ยึดทำเนียบรัฐบาลไว้แล้ว

คำบรรยายวิดีโอ, 15 ปี รัฐประหาร 19 กันยา 2549

ในที่สุดก็คิดได้ว่า ควรตามสื่อจากช่อง 9 ซึ่งติดตามคณะนายกฯมาทำข่าวการเยือนให้ช่วยติดต่อกับผู้บริหารในการรับสัญญาณให้ ซึ่งกว่าจะติดต่อได้ก็ใช้เวลาและยังมีปัญหาในการส่งภาพสด ส่งได้เฉพาะเสียง นายกฯ ทักษิณจึงได้อ่านออกอากาศแถลงข่าวประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่อ่านไม่ทันเสร็จก็ถูกสกัดตัดเสียงสัญญาณ ท่านจึงรู้ว่าเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำแล้ว

แม้ทุกวันนี้ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันรัฐประหารในนิวยอร์กครั้งไร ก็มักจะนึกถึงภาพในระหว่างที่พวกเราทุกคนช่วยกันประสานงาน นายกฯ ทักษิณจะถามว่าติดตั้งอุปกรณ์เสร็จหรือยัง ติดต่อการรับสัญญาณได้หรือยัง เดี๋ยวไม่ทัน อีกทั้งได้ยินท่านพูดด้วยอารมณ์โกรธด้วยว่า จะปลดคนนั้น ปลดคนนี้ และจับเข้าคุกด้วย กล่าวได้ว่าบรรยากาศในตอนนั้นเต็มไปด้วยความเครียดอย่างมาก

พล.อ.สนธิ กับพล.อ.สุรยุทธ์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร บอกว่าต้องส่งเทียบเชิญถึง 2 ครั้ง ก่อนที่ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ จะตอบรับเป็นนายกฯ คนที่ 24

เตรียมสู้ก่อนเปลี่ยนใจยอมยุติ

นายกฯ ทักษิณประณามพวกทำการรัฐประหารและตอนแรกคิดจะสู้ไม่ถอย กำหนดการในช่วงเช้าต้องยกเลิก ท่านสั่งการให้แก้ไขสุนทรพจน์ซึ่งมีกำหนดจะพูดที่สมัชชาสหประชาชาติในเวลา 19.00 น ซึ่งได้เปลี่ยนจากเดิมที่จะกล่าวในวันที่ 20 ก.ย. เพื่อประณามและบอกเล่าให้นานาชาติรับรู้ถึงการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมทั้งมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดไปประจำการใกล้ห้องท่าน ตั้งใจจะทำ war room ศูนย์บัญชาการรบสู้ โดยให้อยู่ที่นิวยอร์กอีก 2 วันเพื่อดูสถานการณ์ ดิฉันจึงต้องวุ่นวายเร่งรีบติดต่อกับผู้อำนวยการของการบินไทย และบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเมื่อท่านทราบว่าคณะปฏิวัติได้มีการเข้าเฝ้าฯ แล้ว ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต่อสู้ต่อไป ท่านจึงเปลี่ยนใจพร้อมกับยกเลิกการไปกล่าวสุนทรพจน์ และเปลี่ยนกำหนดการที่จะเดินทางกลับทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้สั่งให้ยกเลิกการเดินทางกลับประเทศไทย ในการขอเส้นทางบิน หรือ flight clearance เพื่อขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าของแต่ละประเทศ โดยเปลี่ยนเส้นทางบิน ซึ่งเดิมจะบินตรงกลับกรุงเทพฯ เพื่อเปลี่ยนให้นายกฯ ทักษิณไปลงที่ลอนดอนก่อน ก็ต้องใช้เวลานานในการติดต่อประเทศอื่นเพิ่มเติม

ทำงานด้วยความเร่งรีบและเหนื่อยล้า

นึกถึงตัวเองเมื่อเช้าวันที่ 19 ก.ย. 2549 ตัวเราไม่ได้ทานอาหารเข้า แต่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นไปช่วยงานที่ห้องนายกฯ ด่วน ท่ามกลางความวุ่นวายในการประสานและติดต่อมายังทำเนียบฯ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ จนเที่ยง จึงรู้สึกหิวมาก จนต้องไปหาอาหารที่มีเหลือในห้องเตรียมอาหารของนายกฯ มาทานเพื่อประทังความหิว ทานไปได้นิดเดียวก็ต้องรีบ เตรียมความพร้อม ประสานเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับทางโรงแรม ทุกคนได้รับแจ้งให้เก็บของพร้อมขนกระเป๋า โดยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเดินทางออกไปล่วงหน้าในเวลา 19.00 น ช่วงที่เดินออกจากโรงแรม ก็เห็นนักข่าวต่างประเทศจำนวนมาก ต่างมารอถ่ายภาพทำข่าวเหตุการณ์ครั้งนี้

การที่สหรัฐฯ เห็นว่าอดีตนายกฯ ทักษิณเป็นบุคคลที่เสี่ยงต่อการถูกภัยคุกคามระดับสูง เมื่อถึงสนามบินแล้ว การตรวจจึงต้องใช้เวลานาน กระทำกันกลางลาน กว่าจะผ่านการตรวจรักษาความปลอดภัยก็ใช้เวลานาน ท่ามกลางความเหนื่อยล้าและหิวโซ ในที่สุดประมาณ 5 ทุ่มเศษ ผู้อำนวยการเดินทางของบริษัทการบินไทย จึงให้พวกเราไปรอพักบนเครื่องบิน พร้อมกับให้รับประทานอาหารคนละจานและรอหลับอยู่บนเครื่อง จนกระทั่งตี 5 การประสานเรื่องเส้นทางการบินจึงเรียบร้อย นายกฯ ทักษิณจึงเดินทางมาขึ้นเครื่องและออกเดินทางทันที

ถ่ายรูปร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรีบนเที่ยวบินพิเศษการบินไทยมุ่งหน้าไปลอนดอนก่อนกลับกรุงเทพฯ

ที่มาของภาพ, สมลักษณ์ ส่งสัมพันธ์

คำบรรยายภาพ, ผู้เขียนถ่ายรูปร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรีบนเที่ยวบินพิเศษการบินไทยมุ่งหน้าไปลอนดอนก่อนกลับกรุงเทพฯ

บรรยากาศบนเครื่องบิน

ในการเดินทางเยือนต่างประเทศ ปรกติขณะที่อยู่บนเครื่องบิน นายกฯ ก็มักเดินมาคุยกับสื่อมวลชนที่ติดตามคณะเสมอ ในครั้งนี้ท่านก็เดินมาหาและเปิดใจกับสื่อว่า "จะเลิกเล่นการเมือง" อยากใช้ชีวิตปกติ ธรรมดา มีแผนจะสอนหนังสือและทำการกุศล ท่านบอกว่า "อยากจะกลับไปประเทศไทยอีกในอนาคตเพราะเป็นบ้านเกิด และอยากใช้ชีวิตที่ประเทศไทย"

ก่อนที่เครื่องบินจะถึงลอนดอน ท่านได้กล่าว "ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างแข็งขันให้ท่านตลอด 6 ปีที่ผ่านมา และขอให้ทำหน้าที่ต่อไปไม่ว่าใครจะมาบริหารประเทศ " นับเป็นคำพูดที่น่านับถือและประทับใจอย่างมาก

บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้า ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ และสื่อมวลชน รวมทั้งพนักงานต้อนรับของการบินไทยเข้าไปอำลาและขอถ่ายภาพกับท่าน ทุกคนมีความรู้สึกสงสารและเห็นใจท่านในตอนนั้น และรู้สึกชื่นชมที่ท่านใจแข็ง เก็บความเศร้าไว้ได้

อดีตนายกฯ ทักษิณแวะลงที่ลอนดอนโดยมีนายพันศักดิ์ ประธานที่ปรึกษา และผู้ติดตามใกล้ชิดร่วมลงไปส่งท่าน ขณะนั้นก็เห็นสื่อต่างประเทศพากันมาทำข่าวนายกฯ ทักษิณที่ลานบินด้วย จากนั้นคณะที่เหลือก็เดินทางกลับประเทศไทย

การจากกันคราวนั้น เป็นเพียงการจากไทยชั่วคราว แต่อีกไม่นาน ตัวท่านก็ได้กลับมาไทย แล้วก็ต้องจากไปอีกครั้ง แต่ชื่อของท่านยังวนเวียนอยู่ในการเมืองไทยจนปัจจุบัน

สมลักษณ์ ส่งสัมพันธ์

ที่มาของภาพ, สมลักษณ์ ส่งสัมพันธ์

คำบรรยายภาพ, พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) ถ่ายรูปร่วมกับข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการต่างประเทศ บนเที่ยวบินพิเศษที่มุ่งหน้าไปส่งอดีตนายกรัฐมนตรียังกรุงลอนดอน ก่อนกลับกรุงเทพฯ

ครบรอบ 15 ปี รัฐประหาร ทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณ ชินวัตร ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้น กลับมาดำรงตำแหน่งนายกฯ เป็นสมัยที่ 2

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

สนธิ ลิ้มทองกุล และ จำลอง ศรีเมือง เริ่มเคลื่อนไหวขับไล่ทักษิณ อ้างเรื่องทุจริต ใช้อำนาจไม่ชอบ ปิดกั้นสื่อ และไร้ความสามารถในการแก้ปัญหาชายแดนใต้

นายสนธิพูดคุยกับ พล.ต. จำลอง ช่วงที่ทั้งสองคนร่วมเป็นแกนนำ พธม.
คำบรรยายภาพ นายสนธิพูดคุยกับ พล.ต. จำลอง ช่วงที่ทั้งสองคนร่วมเป็นแกนนำ พธม. ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

ทักษิณเทขายหุ้นในชินคอร์ปให้เทมาเส็กได้เงินมา 7.3 หมื่นล้านบาท สร้างความไม่พอใจให้ชนชั้นกลางไทยเนื่องจากไม่ต้องเสียภาษี

ผู้คนนับหมื่นออกไปตามท้องถนนในกรุงเทพฯ เรียกร้องให้ทักษิณลาออก

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

ทักษิณประกาศยุบสภา จัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง แต่พรรคฝ่ายค้านหลักไม่ลงแข่ง และประชาชนจำนวนมากกาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน”

ศาล รธน. สั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และจัดการเลือกตั้งใหม่

ลิขสิทธิ์ภาพ THAI NEWS PIX

ครม. มีมติให้จัดการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ในวันที่ 15 ต.ค. 2549

พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ระบุว่า กองทัพจะไม่ทำรัฐประหาร

คณะรัฐประหารนำโดย พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล ขณะ ทักษิณ อยู่ที่นิวยอร์ก เพื่อเข้าประชุมยูเอ็น

ลิขสิทธิ์ภาพ Piti A Sahakorn/LightRocket via Getty Images

ผู้นำรัฐประหารจัดตั้ง คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หลังจากนั้น มีอำนาจเด็ดขาดในการรักษาพระนคร กล่าวหารัฐบาลทักษิณว่าก่อให้เกิดปัญหา ความขัดแย้งแบ่งฝ่าย สลายความรู้รักสามัคคีของคนในชาติอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์

ลิขสิทธิ์ภาพ Piti A Sahakorn/LightRocket via Getty Images

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน และผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ เข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานสถานการณ์ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตองคมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

เกิดเหตุระเบิดอย่างน้อย 6 จุด ใน กทม. มีผู้เสียชีวิต 3 คน และ บาดเจ็บ 30 ในจำนวนนี้ มีชาวต่างชาติอย่างน้อย 8 คน ตำรวจอ้างว่าเป็นฝีมือขบวนการแบ่งแยกดินแดนจากภาคใต้

กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปให้เป็นวันที่ 16 หรือ 23 ธ.ค. 2550

ลิขสิทธิ์ภาพ Davies Surya/BBC

ศาล รธน. สั่งยุบพรรคไทยรักไทยในความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง และตัดสิทธิการเมือง กก.บห.พรรค 111 คน

ลิขสิทธิ์ภาพ AFP/GETTY IMAGES

รัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านการลงประชามติ

พรรคพลังประชาชนรณรงค์ โหวตโน ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ในชั้นประชามติ แต่ไม่อาจฝ่ากระแส รับไปก่อน แก้ทีหลัง และ โหวตเยสเพื่อให้มีเลือกตั้ง
คำบรรยายภาพ พรรคพลังประชาชนรณรงค์ โหวตโน ร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ในชั้นประชามติ แต่ไม่อาจฝ่ากระแส รับไปก่อน แก้ทีหลัง และ โหวตเยสเพื่อให้มีเลือกตั้ง ลิขสิทธิ์ภาพ AFP/Getty Images

สมัคร สุนทรเวช นำพรรคพลังประชาชน ร่างใหม่ของไทยรักไทย คว้า 228 เก้าอี้ ในศึกเลือกตั้งทั่วไปชิง 480 ที่นั่ง โดยพรรคประชาธิปัตย์ ตามมาอันดับ 2 คว้าไป 165 ที่นั่ง

ลิขสิทธิ์ภาพ PORNCHAI KITTIWONGSAKUL

พรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคเล็ก โดยมี สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ และ ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

ทักษิณกลับไทย

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เริ่มชุมนุมใหญ่ขับไล่ สมัคร สุนทรเวช ออกจากตำแหน่งนายกฯ เพราะมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับทักษิณ ชินวัตร

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

ทักษิณ และครอบครัวหนีไปอังกฤษ หลังไม่ปรากฏตัวต่อศาลในคดีทุจริต

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

การชุมนุมขยายวง พธม. บุกยึดทำเนียบรัฐบาล สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสนามบิน 2 แห่งในกรุงเทพฯ

ลิขสิทธิ์ภาพ Yvan Cohen/LightRocket via Getty Images

ศาล รธน. สั่งให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของสมัครสิ้นสุดลง เนื่องจากรายการทำกับข้าวทางโทรทัศน์

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยของ ทักษิณ ขึ้นเป็นนายกฯ แทน ท่ามกลางการประท้วงของ พธม.

ลิขสิทธิ์ภาพ EPA

ศาลสั่งจำคุกทักษิณ 2 ปี ในข้อหาทุจริต แม้เจ้าตัวอยู่ต่างแดน

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

พธม. เข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

ศาล รธน. สั่งยุบพรรคพลังประชาชน เนื่องจากการทุจริตการเลือกตั้งของ ยงยุทธ ติยะไพรัช และตัดสิทธิทางการเมือง กก.บห.พรรค 37 คน ทำให้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชนะการโหวตในสภาได้เป็นนายกฯ หลังเกิดการ “พลิกขั้วทางการเมือง" จากการมี ส.ส. รัฐบาลเดิมบางส่วน ประกอบด้วย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตย และกลุ่ม "เพื่อนเนวิน” อดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชนร่วมโหวตสนับสนุน

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

ผู้สนับสนุนทักษิณ “กลุ่มคนเสื้อแดง” นับหมื่นชุมนุมต่อเนื่องในกรุงเทพฯ เรื่องร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ นำไปสู่การสลายการชุมนุมโดยกองทัพ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 91 คน

ขบวนแห่ผู้สนับสนุนเสื้อแดงรวมตัวกันระหว่างขบวนแห่ศพเหยื่อการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและกองกำลังความมั่นคงของไทย เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2553
คำบรรยายภาพ ขบวนแห่ผู้สนับสนุนเสื้อแดงรวมตัวกันระหว่างขบวนแห่ศพเหยื่อการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและกองกำลังความมั่นคงของไทย เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2553 ลิขสิทธิ์ภาพ Athit Perawongmetha/Getty Images

พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ทำให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาล หลังเกิดการชุมนุมขนาดใหญ่โดย กปปส. ซึ่งมีจุดเริ่มต้นแรกเพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ก่อนพัฒนาสู่ประเด็นขับไล่รัฐบาล

ลิขสิทธิ์ภาพ Getty Images