ผู้ต้องหาบงการก่อวินาศกรรม 9/11 อาจยอมรับสารภาพแลกงดเว้นโทษประหาร

ภาพเหตุการณ์ 9/11

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, แม็กซ์ แมตซา
    • Role, บีบีซีนิวส์

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอนแถลงว่า ชายสามคนซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีวางแผนโจมตีก่อการร้าย จนทำให้เกิดเหตุวินาศกรรมช็อกโลกในวันที่ 11 ก.ย. 2001 ได้เข้าสู่กระบวนการต่อรองคำรับสารภาพ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีขึ้นก่อนการพิจารณาคดีในชั้นศาลแล้ว

ผู้ต้องหาทั้งสามซึ่งได้แก่ คาลิด เชค โมฮัมหมัด, วาลิด มูฮัมหมัด ซาลีห์ มูบารัก บิน อัตตาช, และมุสตาฟา อาเหม็ด อดัม อัล-ฮาวซาวี ถูกควบคุมตัวไว้ภายในเรือนจำอ่าวกวนตานาโมของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่คิวบา เป็นเวลานานหลายปีมาแล้ว โดยยังไม่เคยเข้ารับการพิจารณาคดีในชั้นศาลแต่อย่างใด

สื่ออเมริกันหลายสำนักรายงานว่า ชายทั้งสามคนได้บรรลุข้อตกลงกับทางการ โดยยินยอมที่จะรับสารภาพในความผิดฐานเป็นผู้วางแผนโจมตีก่อการร้ายแล้ว เพื่อแลกกับการที่เหล่าอัยการจะไม่ยื่นคำฟ้องโดยขอให้ผู้พิพากษาตัดสินลงโทษประหารชีวิต

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของกระบวนการต่อรองคำรับสารภาพดังกล่าว

มีชาวอเมริกันเกือบ 3,000 คน ในรัฐนิวยอร์ก, เวอร์จิเนีย, และเพนซิลเวเนีย ต้องเสียชีวิตลงจากการโจมตีก่อการร้ายซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มอัลไคดา เหตุดังกล่าวได้จุดชนวน “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย” ซึ่งส่งผลให้สหรัฐฯ และพันธมิตรชาติตะวันตก ส่งกองทัพเข้ารุกรานอัฟกานิสถานและอิรักในเวลาต่อมา

Khalid Sheikh Mohammed when he was captured in 2003

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คาลิด เชค โมฮัมหมัด ขณะถูกจับกุมตัวในปี 2003

เหตุวินาศกรรม 9/11 ถือเป็นการโจมตีครั้งที่นองเลือดมากที่สุดบนผืนแผ่นดินสหรัฐฯ นับตั้งแต่กองทัพญี่ปุ่นโจมตีอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์เมื่อปี 1941 ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 2,400 คน

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ทางการสหรัฐฯ ได้เปิดเผยถึงกระบวนการต่อรองคำรับสารภาพนี้ครั้งแรก ในจดหมายที่อัยการส่งถึงครอบครัวของเหยื่อวินาศกรรม

จดหมายที่ลงนามโดย พล.ร.ต.แอรอน รักห์ หัวหน้าอัยการ ระบุว่า “เพื่อแลกเปลี่ยนกับการงดเว้นโทษประหารชีวิต ซึ่งเป็นการลงโทษรูปแบบหนึ่งที่อาจมีอยู่ในคำตัดสินได้ ผู้ต้องหาทั้งสามได้ยินยอมจะรับสารภาพในความผิดทุกข้อกล่าวหา รวมถึงการสังหารผู้คน 2,976 ชีวิต ตามที่ระบุไว้ในเอกสารรวบรวมความผิดฐานต่าง ๆ”

ชายทั้งสามคนถูกตั้งข้อหาในความผิดหลายฐาน ซึ่งรวมถึงโจมตีทำร้ายพลเรือน, ก่อเหตุฆาตกรรมโดยล่วงละเมิดกฎหมายสงครามหรือกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ, ก่อเหตุจี้เครื่องบิน, และก่อการร้าย

นิตยสารไทมส์รายงานโดยคาดการณ์ว่า ผู้ต้องหาทั้งสามจะยื่นคำรับสารภาพอย่างเป็นทางการต่อศาลโดยเร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้า

คาลิด เชค โมฮัมหมัด คือบุคคลที่ทั่วโลกถือกันว่าเป็นผู้บงการวางแผนโจมตีสหรัฐฯ ในเหตุการณ์ 9/11 โดยจัดแจงให้มีการจี้ยึดเครื่องบินโดยสารหลายลำ เพื่อบังคับให้พุ่งเข้าชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก และพุ่งเข้าชนกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่นอกกรุงวอชิงตันดีซี ส่วนเครื่องบินลำหนึ่งในจำนวนดังกล่าว ตกลงในท้องทุ่งของรัฐเพนซิลเวเนียเสียก่อน หลังผู้โดยสารบนเครื่องตัดสินใจเข้าต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย

โมฮัมหมัดนั้นเป็นวิศวกรที่ได้รับการศึกษาในสหรัฐฯ เขาถูกจับกุมตัวในประเทศปากีสถานพร้อมกับฮาวซาวี เมื่อเดือนมี.ค. ของปี 2003 อัยการระบุว่า เขาคือผู้เสนอความคิดที่จะจี้เครื่องบินเพื่อพุ่งเข้าชนอาคารสูง กับโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลไคดา และต่อมายังได้ช่วยคัดเลือกรวมทั้งฝึกฝนผู้ก่อการร้ายที่ร่วมจี้เครื่องบินบางคนด้วย

คำบรรยายวิดีโอ, รายงานพิเศษบีบีซีไทย: 20 ปีที่ไม่เคยลืมของคนไทยที่เห็นเหตุการณ์ 9/11 คำเตือน: วิดีโอมีภาพที่อาจทำให้ไม่สบายใจ

ก่อนหน้านี้โมฮัมหมัดถูกทรมานในเรือนจำอย่างน้อย 183 ครั้ง ด้วยวิธีที่เรียกกันว่า “เทคนิคการสอบสวนขั้นสูง” ซึ่งรวมถึงวิธีเทน้ำลงบนใบหน้าของนักโทษที่มีผ้าขนหนูคลุมอยู่ (waterboarding) ส่งผลให้ผู้ถูกทรมานรู้สึกเหมือนกับถูกกดจมน้ำ แต่ภายหลังทางการสหรัฐฯ ได้ยกเลิกวิธีทรมานแบบนี้ไปในที่สุด

เนื้อหาในจดหมายของหัวหน้าอัยการยังระบุว่า การตัดสินใจยอมรับข้อตกลงเรื่องคำรับสารภาพดังกล่าว “ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ” ทั้งยังถือเป็น “หนทางที่ดีที่สุดสู่ความเป็นธรรม”

ในเดือนก.ย.ของปีที่แล้ว มีรายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ปฏิเสธที่จะทำข้อตกลงคำรับสารภาพกับนักโทษ 5 ราย ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่คิวบา หลังนักโทษกลุ่มดังกล่าวซึ่งมีโมฮัมหมัดรวมอยู่ด้วยเสนอจะยอมรับผิด เพื่อแลกกับการที่ผู้นำสหรัฐฯ ให้การรับประกันว่าพวกเขาจะไม่ถูกขังเดี่ยวอีกต่อไป รวมทั้งสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลอาการบาดเจ็บ และการบำบัดเยียวยาบาดแผลทางใจได้ด้วย

สภาความมั่นคงแห่งชาติในสังกัดทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงว่าทางสำนักงานของประธานาธิบดีไบเดน เพิ่งได้รับแจ้งถึงเรื่องข้อตกลงคำรับสารภาพใหม่เมื่อวานนี้ (31 ก.ค.) โดยผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าไปมีส่วนในการเจรจาต่อรองเพื่อทำข้อตกลงดังกล่าวแต่อย่างใด

ด้านนายจิม สมิธ ซึ่งภรรยาของเขาเสียชีวิตในเหตุวินาศกรรม 9/11 ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ว่า “ครอบครัวของเหยื่อเหตุก่อการร้าย ต้องรอคอยมานานถึง 23 ปี กว่าที่จะถึงวันของเราในชั้นศาล เพื่อที่จะได้คิดบัญชีกับสิ่งที่สัตว์ร้ายเหล่านี้ทำไว้กับคนที่เรารัก...ก่อนหน้านี้พวกเขาปล้นโอกาสนั้นไปจากเรา” สมิธยังกล่าวด้วยว่า บรรดาผู้ต้องหาที่สมคบคิดกันก่อวินาศกรรมนั้น สมควรได้รับโทษสูงสุด

ด้านพรรครีพับลิกันได้ออกมาโจมตีรัฐบาลของประธานาธิบดีไบเดนในทันที หลังทราบว่ามีการทำข้อตกลงคำรับสารภาพกับผู้ต้องหาบงการก่อวินาศกรรม 9/11 โดยวุฒิสมาชิกมิตช์ แม็กคอนเนล ซึ่งเป็นผู้นำพรรคเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา กล่าวประณามข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็น “การถอนตัวเยี่ยงกบฏ โดยละทิ้งความรับผิดชอบที่รัฐบาลมีต่อการพิทักษ์ปกป้องอเมริกา และต่อการให้ความเป็นธรรมกับประชาชน”

“สิ่งเดียวที่เลวทรามยิ่งไปกว่าการเจรจากับผู้ก่อการร้าย ก็คือการยอมไปเจรจากับพวกมันหลังถูกจับกุมตัวได้แล้ว”