เหตุใดการกวาดล้าง เคเค พาร์ค ถูกมองว่าเป็นเพียง "การแสดง" ของรัฐบาลทหารเมียนมา ?

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
- Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
การกวาดล้างเคเค พาร์ค (KK Park) ศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์ติดชายแดนไทยในรอบล่าสุด มาพร้อมกับการระเบิด 4 วันต่อเนื่องกันในช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. ท่ามกลางคำถามว่า รัฐบาลทหารเมียนมาตั้งใจจะปราบปรามสแกมเมอร์ในพื้นที่นี้อย่างจริงจัง หรือเป็นเพียงการแสดงเพื่อสร้างภาพครั้งใหญ่เท่านั้น
ล่าสุด เกิดการระเบิดต่อเนื่องอีก 3 ครั้งในวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยสื่อต่าง ๆ รายงานว่าฝ่ายกะเหรี่ยงผู้ควบคุมพื้นที่ตั้งเป้าหมายทำลายอาคารสำนักงานให้ได้ 80 หลัง
แหล่งข่าวในเมียวดีที่ไม่ขอเปิดชื่อด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย บอกกับบีบีซีไทยว่าพวกเขาเห็นทหารของกองกำลังป้องกันชายแดนกะเหรี่ยง หรือ กะเหรี่ยงบีจีเอฟ (Karen Border Guard Force - Karen BGF) นำพาบอสชาวจีนออกจากเคเค พาร์ค ก่อนการกวาดล้างเกิดขึ้น และทั้งหมดเข้าพักในโรงแรมเมียวดี รวมถึงที่พักในเมืองชเวโก๊กโก่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ภายใต้พื้นที่ควบคุมของกะเหรี่ยงบีจีเอฟ
แหล่งอาชญากรรมเคเค พาร์ค อยู่ห่างจากตัวเมืองเมียวดีราว 45 นาที หากเดินทางด้วยรถยนต์ แต่ประชิดกับชายแดนไทยบริเวณบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก จนสามารถเดินทางด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที หากหาทางข้ามแม่น้ำเมยที่กั้นระหว่างกันได้
กองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเมืองเคเค พาร์ค เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา และสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมดได้ในวันที่ 22 ต.ค. ส่งผลให้ชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในนั้นพากันเร่งหลบหนีไปยังพื้นที่อื่น ๆ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเลือกข้ามฝั่งมายังประเทศไทย ซึ่งตัวเลขล่าสุดอยู่ที่มากกว่า 1 พันคน
เคเค พาร์ค ศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์ใหญ่อันดับสองในพื้นที่ควบคุมของกะเหรี่ยงบีจีเอฟ
ในปี 2020 กลุ่มบริษัทตงเหมยกรุ๊ป (Dongmei Group) นำโดยนายหวัน ค๊อก-คอย อดีตหัวหน้ากลุ่ม 14K ที่มีฉายาว่า "ไอ้ฟันหลอ" นำกลุ่มนักลงทุนจากมาเลเซียเข้ามาลงทุนสร้างเมืองใหม่ชื่อว่า "เขตอุตสาหกรรมไซซีกัง" ในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา โดยบอกว่าตั้งใจพัฒนาให้เมืองนี้เป็น "เมืองท่าเซินเจิ้นของภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้"
พื้นที่ตั้งเมืองใหม่แห่งนี้อยู่ในพื้นที่ควบคุมของ พ.ต.เต่ง วิน รองผู้บังคับกองพันกะเหรี่ยงบีจีเอฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลทหารเมียนมาที่นำโดยพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย
กะเหรี่ยงบีจีเอฟนำโดย พ.อ.ชิต ตุ เป็นกองกำลังที่มีประวัติเคยหักหลังชาวกะเหรี่ยงด้วยกัน โดยหันไปเข้าข้างกองทัพเมียนมา เพื่อแลกเปลี่ยนกับการได้รับอนุญาตดูแลพื้นที่ชายแดนรัฐกะเหรี่ยง แต่ในปีที่แล้วพวกเขาเปลี่ยนชื่อเป็นเป็นกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นเอ (Karen National Army - KNA) และประกาศตัดขาดกับกองทัพเมียนมา เมื่อเห็นว่าทางการจีนกดดันเมียนมาให้ปราบจีนเทา และเห็นว่ากองทัพเมียนมาเริ่มอ่อนแอลง
ทว่า บทบาทของพวกเขาในเหตุการณ์สมรภูมิเมียวดีในปีที่แล้ว หลายฝ่ายมองว่า KNA ยังเล่นบทบาทเข้ากันได้ดีกับรัฐบาลเมียนมาเช่นเดิม เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กลุ่มจีนเทาในเมืองชเวโก๊กโก่ อาณาจักรอาชญากรรมไซเบอร์ขนาดใหญ่อีกแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของ พ.อ.ชิต ตุ ส่งผลให้ภาพลักษณ์กะเหรี่ยงบีจีเอฟยังไม่อาจถูกลบไปจากกองกำลังนี้

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
เมืองอุตสาหกรรมไซซีกังถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เคเค พาร์ค ในเวลาต่อมา และสามารถดึงดูดกลุ่มผู้ลงทุนจีนเทาหน้าใหม่ได้หลากหลาย หนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวถึงว่าเข้ามาร่วมลงทุนในเมืองนี้ด้วย คือ บริษัทดอกงิ้วคำ ของ นายจ้าว เหว่ย ชาวจีนเจ้าของอาณาจักรเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำของลาว ซึ่งต่อมาบริษัทฯ ของเขาปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเคเค พาร์ค
ก่อนจะมีศูนย์สแกมเมอร์ในเมืองไท่ฉาง ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก มีรายงานจำนวนมากระบุว่า เคเค พาร์ค เคยเป็นเมืองอาชญากรรมไซเบอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายทารุณมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายทุบตีพนักงานที่ถูกหลอกลวงให้มาทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ การลักพาตัว การเรียกค่าไถ่ การค้าประเวณี และข่าวลือเรื่องการค้าอวัยวะ
ภายในเมืองประกอบไปด้วยกาสิโน ศูนย์ความบันเทิง ร้านค้า อาคารสำนักงาน แหล่งที่อยู่อาศัยของเหล่าบอสจีนที่แยกออกไปต่างหากจากหอพักของแรงงานที่ประกอบด้วยผู้คนจากหลากหลายสัญชาติ รวมถึงโรงพยาบาลที่ดำเนินการโดยบุคลากรชาวจีน แต่สกุลเงินหลักที่พวกเขาใช้ในเมืองแห่งนี้กลับเป็นเงินบาทของไทย

เมืองแห่งนี้ยังถูกห้อมล้อมด้วยรั้วสูง และป้อมยามที่ทหารของกะเหรี่ยงบีจีเอฟคอยอำนวยความสะดวกและช่วยรักษาความปลอดภัย ทำให้มันดูเหมือนเมืองที่มีป้อมปราการขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่รกร้างบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา
ปัจจุบัน ทั้ง พ.อ.ชิต ตุ, พ.ต.เต่ง วิน, บริษัทตงเหมยกรุ๊ป, นายหวัน ค็อก-คอย, บริษัทดอกงิ้วคำ, และ นายจ้าว เหว่ย ต่างถูกขึ้นบัญชีอยู่ในกลุ่มผู้ที่ถูกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินของสหรัฐอเมริกา ฐานเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่พัวพันกับอาชญากรรมออนไลน์ระดับโลก
เกมการกล่าวหาระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับ KNU
ในปฏิบัติการกวาดล้างเคเค พาร์ค ครั้งล่าสุด รัฐบาลทหารของเมียนมาเลือกกล่าวโทษกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นคู่ปรับมาอย่างยาวนาน นั่นคือ กองสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู (Karen National Union - KNU) ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเคเค พาร์ค ซึ่งทาง KNU ออกแถลงการณ์ปฏิเสธในเวลาต่อมา
"KNU ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการหลอกลวงทางออนไลน์ที่เคเค พาร์ค ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับ KNU ทั้งสิ้น" แถลงการณ์วันที่ 26 ต.ค. ระบุ
"โฆษกคณะทหารเมียนมาจงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เพื่อปกปิดผลประโยชน์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และผลประโยชน์ที่กองทัพเมียนมาถูกกล่าวหาว่าได้จากปฏิบัติการหลอกลวงต่าง ๆ ภายในประเทศเมียนมา"
ผศ.ดร.สุรัชนี ศรีใย นักวิจัยอาคันตุกะ สถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค ของสิงคโปร์ ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่า หากดูแผนที่ตั้งของเคเค พาร์ค จะพบว่าอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องกับพื้นที่ควบคุมของกองพลที่ 6 (brigade 6) ของกองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นแอลเอ (Karen National Liberation Army – KNLA) ซึ่งเป็นปีกทหารของ KNU
เธอเห็นว่าเมื่อเทียบกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ในเมียนมา ถือว่า KNU เป็นกลุ่มที่มีพัฒนาการโครงสร้างทางการเมืองมาอย่างยาวนาน แต่พวกเขาก็เป็น "หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความแตกแยกมากที่สุด" ด้วยเช่นกัน
"โดยเนื้อแท้ KNU ไม่ได้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขนาดนั้น เราต้องพิจารณา KNU แต่ละกองพล ๆ แยกออกกันไป อย่าง brigade 6 ก็เป็น rogue (หัวไม้) มานานแล้ว หลังเกิดรัฐประหารขึ้น บาง brigade อาจจะมีความใกล้ชิดกับ SAC (สภาบริหารแห่งรัฐที่ตั้งขึ้นโดยรัฐบาลเมียนมา) หรือแม้กระทั่งใกล้ชิดกับ BGF"
ผศ.ดร.สุรัชนี มองว่าความสัมพันธ์ของขุนพลชาวกะเหรี่ยงอันคลุมเครือเช่นนี้ จึงไม่อาจตัดความเป็นไปได้ว่าไม่มีสมาชิกของ KNU คนใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับเคเค พาร์ค ได้

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ก่อนหน้านี้ สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเอสไอพี (United States Institute of Peace - USIP) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิชาการอิสระที่ก่อตั้งโดยรัฐสภาของสหรัฐฯ เคยระบุว่า พ.ท.โรเจอร์ ขิ่น ผู้นำกองพลที่ 7 (brigade 7) มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมืองใหม่หวันหยา ศูนย์สแกมเมอร์อีกหนึ่งแห่งที่จีนเทาเข้าไปสร้างในพื้นที่ควบคุมของเขา ประชิดริมแม่น้ำเมยติดชายแดนไทย และอยู่ห่างออกจากเคเค พาร์ค ขึ้นมาทางเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร
ทั้งนี้ พ.ท.โรเจอร์ ขิ่น มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พ.อ.ชิต ตุ และกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย หรือ ดีเคบีเอ (Democratic Karen Buddhist Army - DKBA) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหลอกลวงในแนวชายแดนไทย-เมียนมา ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นายวิชัย (นามสมมติ) ผู้ทำงานเก็บข้อมูลแหล่งอาชญากรรมสแกมเมอร์ในรัฐกะเหรี่ยงและประสานช่วยเหลือเหยื่อในศูนย์สแกมเมอร์ต่าง ๆ บอกกับบีบีซีไทยว่า ทุนจีนเทาเข้าไปทำธุรกิจกับผู้นำกะเหรี่ยงไม่ได้เลย "หากไม่มีทุนไทยสีเทา ตำรวจที่คอร์รัปชัน คนมีสีและตำแหน่งใหญ่โตตามชายแดน" เป็นผู้แนะนำให้พวกเขาได้รู้จักกัน
"ในช่วงเริ่มแรกทุนจีนเทาเข้าและไปบอกว่าจะช่วยพัฒนาสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ในดินแดนของชาวกะเหรี่ยง กว่าจะรู้ว่ามันเป็นแหล่งสแกมเมอร์ก็ต่อเมื่อการลงทุนเริ่มต้นเป็นรูปเป็นร่างไปแล้ว" เขากล่าวและยืนยันว่า ปัจจุบัน พ.ท.โรเจอร์ ขิ่น ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งผู้นำอาวุโสระดับสูงของ KNU อีกต่อไปแล้ว หลังเกิดกรณีฉาวดังกล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านนายกฤษณะ โชติสุทธิ์ อาจารย์ประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่า เมื่อไม่นานนี้คณะกรรมการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (State Security and Peace Commission - SSPC) ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่เข้ามาแทนที่ SAC เมื่อเดือน ก.ค. 2025 เพิ่งประกาศให้ KNU เป็นกลุ่มก่อการร้าย
ดังนั้น ในมุมมองเขาจึง "ไม่แปลกที่กองทัพพม่าใช้ช่วงจังหวะดังกล่าวสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้กับตนเอง พร้อม ๆ กับกล่าวหา KNU"
เขาบอกว่าในช่วงที่ผ่านมีกระแสข่าวว่า KNU ปล่อยที่ดินให้แก๊งสแกมเมอร์เช่าด้วย แต่อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ของการตั้งศูนย์สแกมเมอร์ ประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งผู้ให้เช่าที่ดิน ผู้คุ้มครองกิจการ นักลงทุน ผู้เช่าที่ เครือข่ายฟอกเงิน เป็นต้น
"การกล่าวหาว่า KNU มีส่วนเกี่ยวข้องอาจทำได้ แต่น้ำหนักอาจน้อยกว่านายทุนหรือผู้คุ้มครองผลประโยชน์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง" ผู้เชี่ยวชาญจาก ม.นเรศวร กล่าว
ทำไมกองทัพเมียนมาเลือกกวาดล้าง เคเค พาร์ค ในห้วงเวลานี้ ?
หากมองจากภาพใหญ่ ความเคลื่อนไหวเรื่องการปราบปรามองค์กรอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยชาติตะวันตกซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ เกิดขึ้นหลายระลอกด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการทยอยประกาศชื่อบุคคลและบริษัทที่ถูกดำเนินการมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน ซึ่งปรากฏรายชื่อขุนพลชาวกะเหรี่ยงและบุคคลในครอบครัว รวมถึงบริษัทในตระกูลอันมั่งคั่งของพวกเขา ไปจนถึงบุคคลใกล้ชิดผู้นำของกัมพูชา ซึ่งทางสหรัฐฯ กล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่หลอกลวงเงินชาวอเมริกันจำนวนหลายแสนล้านบาทต่อปี
กรณีล่าสุด คือการร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักร เพื่อยึดทรัพย์และดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินนักธุรชาวจีน ชื่อ นายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งบริษัทปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป ในกัมพูชา ซึ่งดำรงยศเนี้ยกออกญา และเป็นที่ปรึกษาผู้นำตระกูลฮุนทั้งสองรุ่น
"การกวาดล้าง เคเค พาร์ค เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่มีการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชาที่มีตัวแสดงและเส้นทางการเงินสัมพันธ์กับตัวแสดงในไทยและกัมพูชา อย่างเช่น แก๊ง 14K ซึ่งเชื่อมโยงกับ เคเค พาร์ค แตกต่างจากอดีตที่รัฐบาลจีนเข้ามาเปิดปฏิบัติการโดยตรง เพื่อช่วยเหลือชาวจีนที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ และนำตัวผู้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศ เช่น กรณีปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ในเมียวดีเมื่อปีที่ผ่านมา หลังเกิดการลักพาตัวนายหวัง ซิง ดาราชาวจีน" นายกฤษณะ กล่าว

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
เกือบทุกครั้งที่สหรัฐฯ ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ รัฐบาลจีนมักถูกเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเติบโตของกลุ่มอาชญากรรมชาวจีนในศูนย์หลอกลวงที่กระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะโครงการสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative - BRI) ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ถูกหลายฝ่ายมองว่าเป็นลมใต้ปีกให้กับกลุ่มจีนเทาในคราบนักลงทุน
ล่าสุดในร่างกฎหมายที่ นายชรีฟ เจฟเฟอร์สัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรครีพับลิกัน เสนอต่อรัฐสภาของสหรัฐฯ เพื่อจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจร่วมระหว่างหน่วยงานเพื่อปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ฉ้อโกงชาวอเมริกัน ก็ระบุในร่างกฎหมายว่า "มีความเชื่อมโยงที่น่ากังวลระหว่าง รัฐบาลจีน องค์กรอาชญากรรมจีน กับนักการเมืองท้องถิ่นที่คอร์รัปชัน" ซึ่งช่วยให้กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติเติบโต
ช่วงกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการร่วมจากทั้งสองสภาของรัฐสภาสหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนบริษัทสเปซเอ็กซ์ ในฐานะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ เนื่องจากพบหลักฐานว่าองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา อาศัยเชื่อมต่อสัญญาณจากสตาร์ลิงก์ เพื่อหลอกลวงผู้คนไปทั่วโลก
เมื่อสัปดาห์ก่อน อีลอน มัสก์ เจ้าของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ออกมาเปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้ตัดการเชื่อมต่อระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์กับอุปกรณ์มากกว่า 2,500 เครื่อง ซึ่งถูกใช้ในขบวนการหลอกลวงตามแหล่งปฏิบัติการในเมียนมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.สุรัชนี มองว่าการตัดสัญญาณสตาร์ลิงก์อาจเข้าทางรัฐบาลทหารเมียนมาที่พยายามควบคุมสื่อในประเทศช่วงเลือกตั้งด้วย และส่งผลกระทบให้ฝ่ายต่อต้านไม่สามารถใช้โดรนสู้รบกับกองทัพเมียนมาได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายวิชัย ซึ่งขอให้บีบีซีไทยใช้นามสมมติด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย มองว่าการกวาดล้างเคเค พาร์ค ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงกดดันจากรัฐบาลจีนที่มีต่อรัฐบาลทหารของเมียนมา ซึ่งต้องการให้เมียนมาปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา มาโดยตลอด เพราะศูนย์เหล่านี้ก็หลอกลวงชาวจีนด้วยเช่นกัน แต่ปัญหาคือ "ทั้งรัฐบาลทหารเมียนมาและกะเหรี่ยงบีจีเอฟ ต่างก็ได้รับผลประโยชน์จากศูนย์หลอกลวงเหล่านี้"
"ภายใต้การคว่ำบาตรโดยนานาชาติหลังรัฐบาลทำรัฐประหาร นี่คือแหล่งเงินทุนใหญ่ไม่กี่แห่งที่ไหลเข้าไปเลี้ยงกองทัพพม่า" เขากล่าว
ด้าน ผศ.ดร.สุรัชนี บอกกับบีบีซีไทยว่า ยังไม่เห็นบทบาทของจีนอย่างแข็งขันในปฏิบัติการกวาดล้างเคเค พาร์ค แต่ไม่ตัดข้อสันนิษฐานว่าการดำเนินการดังกล่าวของกองทัพเมียนมาอาจได้รับการกดดันจากรัฐบาลจีนมาอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ในกัมพูชา

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
แผนการกวาดล้างเคเค พาร์ค ถูกพูดถึงและถูกเตรียมการมาระยะหนึ่งแล้ว นายวิชัยบอกกับบีบีซีไทย
เขาอธิบายว่า "มันเป็นการเขียนสคริปต์บทละครร่วมกันระหว่างกองทัพพม่ากับบีจีเอฟ" ดังจะเห็นได้จากที่มีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและอพยพบอสชาวจีน รวมถึงนักต้มตุ๋นที่มีทักษะทั้งหมดไปยังตัวเมืองเมียวดี เมืองชเวโก๊กโก่ และศูนย์สแกมเมอร์ในพื้นที่ควบคุมของ DKBA เช่น ไท่ฉาง และเจดีย์สามองค์ ก่อนการกวาดล้างของกองทัพเมียนมาจะเริ่มต้นขึ้น
"จนถึงตอนนี้ยังไม่มีบอสจีนหรือใครก็ตามในเมืองเคเค พาร์ค ถูกนำมาดำเนินคดีโดยรัฐบาลทหารเมียนมา" นายวิชัย กล่าว
เขาเห็นว่าไม่มีห้วงเวลาใดเหมาะเจาะเท่ากับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกแล้ว หากกองทัพเมียนมาและกะเหรี่ยงบีจีเอฟจะ "เปิดการแสดง" เพราะต้องการ "แสดง" ให้ผู้นำของไทยและผู้นำระดับโลกในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เห็นว่ารัฐบาลทหารเมียนมา "จริงจัง" กับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ข้ามแดน
ประเด็นนี้พ้องกับความเห็นของ ผศ.ดร.สุรัชนี ที่มองว่าจังหวะการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างนั้นประจวบเหมาะราวกับวางไว้
"เรายังไม่รู้ว่า performative gesture (ท่าทีการแสดง) ของรัฐบาลทหารจะนำไปสู่ผลลัพธ์อะไร แต่มันทำให้เราเชื่อได้ว่าการปราบปรามครั้งนี้ที่เอาระเบิดไปลง มันจะไม่ได้ส่งผลอะไรจริงจังต่อการปราบปรามสแกมเมอร์"
ผศ.ดร.สุรัชนี ตั้งข้อสังเกตว่าการเลือก เคเค พาร์ค เป็นเป้าหมายการกวาดล้างครั้งนี้ อาจเป็นเพราะศูนย์สแกมเมอร์แห่งนี้ "ทำเงินได้น้อยกว่าชเวโก๊กโก่" ก็เป็นได้ ดังนั้น การลงระเบิดต่อเนื่องกัน 4 วันในส่วนเมืองที่เพิ่งขยายออกมาใหม่ "อาจกระทบมากสุดก็แค่ทำให้พวกคนจีนเตะบอลไม่ได้" เมื่อพิจารณาจากตำแหน่งจุดระเบิดที่เกิดขึ้นใกล้กับสนามกีฬา ติดกับย่านที่พักอาศัย และสำนักงานสร้างใหม่
มุมมองนี้สอดคล้องกับผู้ทำงานคลุกคลีกับพื้นที่สแกมเมอร์อย่างนายวิชัย ที่บอกกับบีบีซีไทยว่าเมืองชเวโก๊กโก่เป็นศูนย์อาชญากรรมออนไลน์ที่ทำเงินได้มากกว่าเคเค พาร์ค เพราะศูนย์สแกมเมอร์เครือข่ายใหญ่ ๆ ตั้งอยู่ที่นั่น และการระเบิดกลุ่มอาคารบางส่วนในเคเค พาร์ค ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกะเหรี่ยงบีจีเอฟหรือสแกมเมอร์ทุนจีนแต่อย่างใด เนื่องจากพวกเขายังทำเงินได้จากแหล่งปลอดภัยอื่น ๆ ที่อยู่พื้นที่ควบคุมของกะเหรี่ยงบีจีเอฟและ DKBA

ที่มาของภาพ, PEA
ด้านนายกฤษณะ อาจารย์ประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา ม.นเรศวร ให้ความเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเมียนมา กะเหรี่ยงบีจีเอฟ และ DKBA มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของพื้นที่สแกมเมอร์ชายแดนอย่างมาก แต่เมื่อดูโครงสร้างอำนาจภายในกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟ เห็นได้ว่าผู้มีอิทธิพลหลัก ๆ มีอยู่ 3 คน ด้วยกัน คือ พ.อ.ชิต ตุ, พ.ต.เต่ง วิน, และ นายซอ โม๊ะ โต่ง
"การปราบสแกมเมอร์ในพื้นที่ เคเค พาร์ค ที่คาดว่าเป็นพื้นที่ของซอ เต่ง วิน อาจไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสามคนนี้ เนื่องจากตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่าการเดินเกมของกะเหรี่ยงบีจีเอฟนั้น มีการถ่ายโอนผลประโยชน์ไปมา มีการยอมเสียผลประโยชน์บางจุด และมีการต่อรองผลประโยชน์ตลอดเวลา เพื่อให้ผลประโยชน์ชายแดนยังคงอยู่ในเครือข่ายที่ควบคุมได้ โดยมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นตัวเชื่อมร้อยที่สำคัญ" เขากล่าวกับบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, YATAI IHG
ผู้เชี่ยวชาญจาก ม.นเรศวร ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการกวาดล้าง เคเค พาร์ค ในครั้งนี้ อาจสัมพันธ์กับการเมืองภายในเมียนมา โดยเฉพาะในบริบทที่การเลือกตั้งกำลังมาถึงในสิ้นปีนี้
"ช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งจึงเป็นช่วงเวลาที่กองทัพพม่าใช้ในการแสวงหาพันธมิตรทางการเมือง การพุ่งเป้ากวาดล้างศัตรูทางการเมือง หรือแม้กระทั่งการสร้างภาพในเวทีระหว่างประเทศ แต่หลังจากการเปิดปฏิบัติการดังกล่าว ต้องจับตามองตัวแสดงทางการเมืองในระดับโลกว่ามีตัวแสดงใดบ้างใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ทำไมปรากฏการณ์ทางการเมืองกับการปราบปรามสแกมเมอร์ในไทย เมียนมา กัมพูชา ถึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และความสัมพันธ์ระหว่างตัวแสดงทางการเมืองภายในประเทศเมียนมาเองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร" นายกฤษณะ กล่าว
ขณะที่ ผศ.ดร.สุรัชนี มองว่าปฏิบัติการกวาดล้าง เคเค พาร์ค ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการ "แสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่า ตนเองเป็นหนึ่งในหนทางการแก้ปัญหา แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหา" เพื่อปูทางสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายของตน เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปมาถึง
"กองทัพพยายามแสดงบทบาทว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม และพวกเขาต่างหากที่เข้ามาจัดการปัญหานี้" เธอกล่าว "การแสดงครั้งนี้ไม่ได้ต้องการแสวงหาคะแนนความนิยมในประเทศตนเอง แต่ต้องการแสวงหาความชอบธรรมบนเวทีโลก"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
นายวิชัยมองว่าหลังฝุ่นตลบได้ไม่นาน เคเค พาร์ค น่าจะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง และชี้ให้เห็นว่าการจัดการเมืองสแกมเมอร์ในชายแดนไทย-เมียนมานั้น ไม่ได้มีความซับซ้อนแค่เฉดสีของกลุ่มกะเหรี่ยงที่เข้ามาพัวพัน และแบ่งปันผลประโยชน์จากกลุ่มอาชญากรรมชาวจีนให้กับกองทัพเมียนมาเท่านั้น
"ผมคิดว่าเราต้องพูดถึงไทยเทาที่เข้าไปลงทุน บริษัทไทยที่ทำมาค้าขายกับเมืองเหล่านี้ และเจ้าหน้าที่ของไทยที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับแก๊งอาชญากรรมด้วย"
"พูดกันอย่างตรงไปตรงมาเลยนะครับ ถ้าเราบอกว่าตรงนี้เป็นการแสดง มันไม่ใช่แค่รัฐบาลทหารเมียนมากับบีจีเอฟได้หน้าเท่านั้น กลุ่มผลประโยชน์ไทยเทา ๆ ก็ได้เหมือนกัน การกวาดล้างทำให้พื้นที่ตรงนี้ไม่ถูกเพ่งเล็งไปสักพัก ไม่มีอะไรสมประโยชน์เท่าจังหวะนี้แล้ว" เขากล่าวกับบีบีซีไทย












