You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
กมธ.ทหารฯ รับสอบกรณีทหารเกณฑ์ฆ่าตัวตายในค่าย ขณะที่งานศึกษาพบทหารเกณฑ์ป่วยซึมเศร้ามากกว่าคนปกติ
จากกรณีการเสียชีวิตของพลทหารคมทัช พันฤทธิ์ อดีตผู้ช่วยหาเสียงของ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 2 กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ภายในค่ายทหารเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ผลชันสูตรระบุสาเหตุของการเสียชีวิตจากการผูกคอตาย ภายในห้องน้ำโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์โยธินวิทยา จ.ราชบุรี
ล่าสุด สส.พรรคก้าวไกลรายนี้ได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ทหารฯ) ตรวจสอบเหตุจูงใจการฆ่าตัวตายของพลทหารคมทัช ซึ่งมีอาการบ่งชี้ถึงโรคซึมเศร้า และมีปัญหาการปรับตัวให้เข้ากับกองพัน โดยเธอยังไม่ปักใจเชื่อว่าเหตุจูงใจการอัตวินิบากกรรมดังกล่าวมาจากปัญหาส่วนตัวกับแฟนสาว ตามที่กองทัพบกชี้แจงกับสื่อมวลชนล่าสุด
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. น.ส.ธิษะณา เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์หรือทวิตเตอร์เดิมว่า พลทหารคมทัช ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยหาเสียงของเธอได้ผูกคอตายในห้องน้ำโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์โยธินวิทยา
พลทหารคมทัช เข้าตรวจเลือกทหารกองเกินหรือจับใบดำใบแดงเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นพลลูกมือ สังกัดกองร้อยบริการที่ 3 กองพันบริการ กองบริการ กรมการทหารช่าง ช่วยราชการ (พันบร.กบร.กช. ชรก.) ปฏิบัติงานที่โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์โยธินวิทยา จ.ราชบุรี และกำลังจะปลดประจำการภายในเดือน พ.ค. ที่จะถึงนี้
ในโพสต์ของ น.ส.ธิษะณา ยังเปิดเผยภาพข้อความการสนทนากับพลทหารคมทัชบางส่วนซึ่งมีใจความว่า ตัวเขามีความเครียดจากการใช้ชีวิตในกองร้อยฯ ไม่ว่าจะเป็น ระแวงว่า จะถูกทหารเกณฑ์ด้วยกันขโมยของระหว่างที่เขาไปตัดหญ้าข้างนอก พบเพื่อนร่วมกองร้อยดูดกัญชาตอนกลางคืน หรือความเครียดจากการไม่ได้ออกไปเรียนหนังสือและทำงานข้างนอก เนื่องจากที่บ้านมีปัญหาทางการเงินหลังบิดาของเขาเสียชีวิตลงในช่วงที่เขาเป็นทหารเกณฑ์
“ตอนแรกผมคิดว่าจะทน ๆ อยู่ไป แต่พอขึ้นกองร้อย อยู่แทบไม่ได้ กลัวอยู่ไปแล้วตัวเองเป็นอะไรก่อน เน่าทั้งระบบ” พลทหารคมทัชระบุในการสนทนาที่ สส.พรรคก้าวไกล เผยแพร่ลงในเอ็กซ์
ข้อความบางตอนของพลทหารคมทัชยังระบุด้วยว่า ตนเองอาจต้องไปตัดหญ้าและกวาดบ้านให้ผู้บังคับบัญชาแทนที่จะได้ทำงานเอกสารในกองพันฯ ตามที่คาดหวังไว้ ซึ่งเขาต้องรอดูว่าผู้กองในกองร้อยฯ จะจัดสรรให้ทหารเกณฑ์คนใดไปอยู่บ้านนาย และอาจมีบางคนที่กลับบ้านได้ ด้วยเงื่อนไขว่าต้องยกเงินเดือนให้นายทหารบางคนเป็นการแลกเปลี่ยน ซึ่งพบว่ามีเพื่อนทหารเกณฑ์คนหนึ่งได้ออกตามเงื่อนไขนี้ เนื่องจากมีพ่อเป็นเพื่อนกับผู้กอง
ทาง สส.พรรคก้าวไกลเรียกร้องให้ค่ายทหารเปิดเผยผลชันสูตรศพต่อสาธารณชนด้วยความจริงใจและโปร่งใส ขอให้ผู้บังคับบัญชากล้าเปิดเผยความจริงว่า กำลังพลในค่ายต้องประสบพบเจออะไรบ้าง และขอให้ผู้บังคับบัญชาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับตั้งคำถามว่ากองทัพมีนโยบายทางจิตเวชให้กับกำลังพลหรือไม่ รวมทั้งยังขอเสียงสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรผ่านกฎหมายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
คำชี้แจงของกองทัพบกเป็นอย่างไร
จากกระแสดังกล่าว ทำให้ทีมโฆษกกองทัพบกออกจดหมายข่าวชี้แจงเมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 19 มี.ค. ว่า หลังพบพลทหารคมทัชเสียชีวิตภายในห้องน้ำของโรงเรียนดังกล่าวทางหน่วยได้แจ้งไปยัง สภ.เมืองราชบุรี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ และพบว่า พลทหารคมทัช เสียชีวิตจากการผูกคอตายในห้องน้ำของโรงเรียน
ในวันเดียวกันผู้บังคับหน่วยต้นสังกัดได้เดินทางไปพบครอบครัว เพื่อแจ้งเหตุการณ์ดังกล่าว และแสดงความเสียใจ ตลอดจนแจ้งสิทธิและสวัสดิการที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับ โดยทางหน่วยต้นสังกัดจะช่วยดูแลอำนวยความสะดวกในด้านการจัดงานศพกับครอบครัว
อย่างไรก็ตาม น.ส.ธิษะณา ตั้งคำถามถึงคำชี้แจงดังกล่าวของกองทัพบก ได้ส่งคำร้องให้คณะกรรมการธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบแรงจูงใจการเสียชีวิตของอดีตผู้ช่วยหาเสียงในค่ายทหาร ซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าการฆ่าตัวตายครั้งนี้ เกิดจากปัญหาส่วนตัวกับแฟนตามที่กองทัพบกชี้แจงกับสื่อมวลชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาหรือไม่
“น้องไม่ได้ส่งข้อความเกี่ยวกับเรื่องแฟน แต่ส่งมาในเรื่องของการกดดันจากผู้บังคับบัญชาที่กระทำต่อตัวเขามาอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นดิฉันไม่สามารถพูดถึงมุมมองในเรื่องส่วนตัวได้ แต่เพื่อนทหารเกณฑ์ด้วยกันอาจจะทราบ ดิฉันก็ไม่อาจจะทราบได้และเป็นอำนาจของกมธ.ฯ ที่จะสืบทราบความจริงต่อไป” น.ส.ธิษะณากล่าว
ส่วนกรณีที่ผู้เสียชีวิตจะปลดประจำการอยู่แล้วคิดว่า อะไรคือมูลเหตุจูงใจในการกระทำครั้งนี้นั้น สส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เธอไม่อยากฟันธง เพราะอาจจะมีผลกระทบต่อทางญาติ
“ตอนที่ทำงานอยู่กับตนไม่มีอาการอะไร เพราะใช้ชีวิตอย่างอิสระ มาช่วยงานทั้งพรรค และงานส่วนตัวของตน เพิ่งมามีอาการตอนเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร พี่ส่งข้อความมาคุยกับตนเป็นประจำว่านอนไม่หลับ ซึ่งเป็นอาการเบื้องต้นของโรคซึมเศร้า ต้องยอมรับว่าจากที่ได้ทราบข่าวรู้สึกเสียใจมาก”
ด้าน ร.ท.ธนเดช เพ็งสุข รองประธานกมธ.การทหารฯ ซึ่งเป็นผู้รับหนังสือคำร้อง กล่าวว่า กมธ.ทหารฯ ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างชัดแจ้ง เพื่อตอบคำถามกับสังคมให้ได้
เบื้องต้นที่ทางกองทัพบกได้แจ้งถึงสาเหตุการอัตวินิบาตกรรมมาจากเรื่องแฟนสาวนั้น ร.ท.ธนเดชอธิบายว่า เป็นมุมมองของกองทัพบก ต้องยอมรับว่ามีหลายมุมมองมาก แต่ทางกมธ.ฯ ไม่ได้ทิ้งประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้ทางญาติผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจในผลชันสูตร จากเหตุการณ์นี้ทำให้กองทัพต้องกลับมาพิจารณาในประเด็นการดูแลสภาพจิตใจกำลังพลให้มากขึ้น
ถูกซ้อมทรมาน-ทุจริต-ป่วยซึมเศร้า ปัญหาการเกณฑ์ทหาร
สำนักข่าวประชาไทรวบรวมสถิติการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์ตั้งแต่ปี 2552-2566 พบว่ามีทหารเกณฑ์เสียชีวิตในค่ายทหารอย่างน้อย 20 คน ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการถูกซ้อมทรมาน รองลงมาคือ การฆ่าตัวตาย บางคนเสียชีวิตจากโรคประจำตัว หรือไม่มีการระบุเหตุเสียชีวิตที่แน่ชัด
รศ.ดร.ศิวัช ศรีโภคางกุล และ ผศ.ดร.เทอดศักดิ์ ไป่จันทึก ตีพิมพ์บทวิเคราะห์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในทหารเกณฑ์ไทยลงในวารสารนิติสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เมื่อปี 2560 โดยพวกเขาระบุว่า พบข่าวการละเมิดสิทธิมนุษยชนทหารเกณฑ์อย่างสม่ำเสมอ สาเหตุการเสียชีวิตที่แจ้งครอบครัวมักคลุมเครือ และหลายครั้งที่พบการกำชับให้จัดพิธีเผาศพอย่างเร่งรีบ
บทวิเคราะห์ชิ้นนี้ยังกล่าวด้วยว่า หลังจบการฝึกในช่วง 3 เดือนแรก พลทหารบางคนถูกส่งตัวไปรับใช้บ้านนาย ไม่ว่าจะเป็นทหารในราชการหรือนอกราชการก็ตาม งานหนักที่ต้องทำคือ ตัดหญ้า ซักผ้า เฝ้าบ้าน ไปตลาด ขับรถ คอยรับใช้ภรรยาเจ้านาย เป็นต้น
นอกจากนี้ยังพบรูปแบบการทุจริตในรูปแบบของการยกเงินเดือนให้นาย โดยเฉพาะสำหรับคนที่เข้าเป็นทหารเกณฑ์ 6 เดือน ซึ่งต้องฝึก 3 เดือนแรก ส่วน 3 เดือนหลัง พวกเขาจำนวนหนึ่งได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน โดยลงนามยินยอมยกเงินเดือนจำนวน 9,000 บาทให้เป็นของผู้กอง
“ผู้เขียนจึงหวังให้สังคมไทยปรับตัวเพื่อเข้าถึงกระแสการเคารพในสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีของมนุษย์ ทั้งนี้ สังคมที่ดีคือสังคมที่ต้องให้ทางเลือกกับประชาชน ขณะที่การเกณฑ์ทหารที่ผ่านมาถูกทำราวกับว่าเป็นความปกติ และไม่ถูกตั้งคำถามอย่างหยั่งลึกถึงความไม่จำเป็นที่ต้องคงเอาไว้”
ในบทวิเคราะห์ฉบับนี้ ยังระบุด้วยว่า การเกณฑ์ทหารยังนำไปสู่ความเครียดให้แก่คนจำนวนมาก เพราะต้องเปลี่ยนสถานภาพจากชีวิตพลเรือนไปเป็นทหารเกณฑ์ ส่งผลให้กำลังพลบางส่วนเป็นโรคจิตเภท โรคซึมเศร้า และประสบปัญหาการปรับตัว
จากสถิติระหว่างปี 2550-2553 ของกองสุขภาพจิต โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ พบว่า ในแต่ละปีมีทหารเกณฑ์เข้าสู่บริการบำบัดรักษาโรคทางจิตเวชอย่างต่อเนื่อง แม้บางรายมีอาการเจ็บป่วยทางจิตใจก่อนเกณฑ์ทหาร แต่มีจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาในช่วงระยะเวลา 3 เดือนแรกของการฝึกวิชาทหาร
ในปี 2563 มีงานตีพิมพ์ในวารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่อง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าในทหารกองประจำการใหม่ โดยให้ทหารเกณฑ์ผลัดเดือนพ.ค. ปี 2561 สังกัดกรมทหารอากาศโยธิน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ จำนวน 441 นาย ทำแบบประเมินภาวะซึมเศร้าและแบบสอบถามข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ในกองพัน
ผลการศึกษาชิ้นนี้พบว่า 19.95% ของทหารกองประจำการใหม่มีภาวะซึมเศร้า ซึ่งมากกว่าความชุกของโรคซึมเศร้าในประชากรทั่วไปซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 2.7% ของประชากรไทยคนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
เมื่อพิจารณาในรายละเอียดยังพบว่า ส่วนใหญ่แล้วทหารเกณฑ์ที่เป็นโรคซึมเศร้ามักมีระดับการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ป.ว.ช.) และเป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว บางรายมีโรคประจำตัวทางกายและจิตเวช
ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ชีวิตในกองพันจนทำให้เกิดโรคซึมเศร้า คือ ปัญหาการปรับตัวภายในกองพัน ระยะเวลาการฝึกวิชาทหาร การลงโทษของครูฝึก ความรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งกับกองพันหรือไม่มีความภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นทหารกองประจำการ เป็นต้น
วันนี้ (20 มี.ค.) นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์มติชนออนไลน์ว่า ทางกองทัพมีแพทย์ทหารเข้าไปดูสภาพจิตใจกำลังพลทุกระดับอยู่ตลอด รวมถึงการตรวจสุขภาพร่างกาย แต่ถ้าเป็นปัจจัยส่วนตัวมันก็เป็น "เรื่องเกินวิสัย" พร้อมกับแนะนำให้ไปดูข้อมูลกรมสุขภาพจิต ซึ่งพบว่าคนไทยโดยรวมจะเครียดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะอาชีพทหาร เกิดได้ทุกอาชีพ
อย่างไรก็ดี รมว.กลาโหมยอมรับว่า ข่าวนี้ไม่ส่งผลบวกต่อการเชิญชวนคนไทยมาเป็นทหาร แต่เชื่อว่า เยาวชนสามารถแยกแยะได้