ผู้จัดการโรงแรมในบ่อนปอยเปตเล่า ความช่วยเหลือมาช้า ทำไฟลุกลามจนคุมไม่อยู่

ด้านหน้าของอาคาร

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    • Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

จากหนึ่งในโรงแรมคาสิโนที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในย่านปอยเปต ประเทศกัมพูชา โรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ ซิตี้ แอนด์ กาสิโน ที่ถูกไฟไหม้เมื่อกลางดึกของ 28 ธ.ค. จนถึงช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น ในวันนี้มีสภาพไม่ต่างอะไรกับซากเมืองร้างที่อาคารทั้งสองฝั่งของโรงแรมถูกเปลวเพลิงเผาผลาญจนตึกผิดรูปและปกคลุมไปด้วยเขม่าควันสีดำ

 หลังจากที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ชีพจากฝั่งไทยหลายร้อยชีวิตเข้ามาให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 28 ธ.ค. ในวันศุกร์ที่ 30 ธ.ค. เจ้าหน้าที่อาสาสมัครดับเพลิงและกู้ชีพจากฝั่งไทยปฏิบัติภารกิจปูพรมค้นหาร่างไร้วิญญาณของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารของกัมพูชา จนพบศพเพิ่มอีก 7 ศพ

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจค้นหาอยู่ทั้งวันจนมั่นใจว่าไม่พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จากฝั่งไทยจึงถอนกำลังออกจากพื้นที่ตามคำขอของทางการกัมพูชา เป็นการเสร็จสิ้นภารกิจความช่วยเหลือจากฝั่งไทย และหลังจากนี้ทางการกัมพูชาจะเป็นผู้จัดการต่อเอง แต่การตัดสินใจนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ทางฝั่งไทยกังวลว่าจะไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้สูญหายที่ยังมีอีก 53 ราย

"ความช่วยเหลือเข้ามาช้า"

จากภาพนิ่งและวิดีโอที่ผู้คนในสื่อสังคมออนไลน์หลายรายได้โพสต์ลงไปในช่วงเวลาที่กำลังเกิดไฟไหม้โหมอย่างหนัก ทำให้เห็นว่าช่วงแรกที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่สามารถมีใครควบคุมไฟได้เลย

 นายมนัส ตันเฮง ผู้จัดการโรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ตอนเกิดไฟไหม้ บอกกับบีบีซีไทยด้วยสีหน้าอันอิดโรยว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรอยู่ที่บริเวณเหนือห้องครัวบริเวณชั้น 2 ของโรงแรม

 “ตอนแรกคิดว่าจะเอาอยู่ แต่กระแสลมแรงมาก จึงเริ่มประสานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของทั้งในพื้นที่และทางฝั่งไทย กว่าจะได้รับการอนุญาตเปิดด่านให้วิ่งข้ามมาที่ฝั่งปอยเปต ก็เป็นเวลานานนับชั่วโมง” มนัสอธิบาย

 เขาอธิบายว่าได้ประสานขอความช่วยเหลือจากทางฝั่งไทยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงบริเวณสะพานมิตรภาพคลองลึก บริเวณหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองของฝั่งปอยเปต แต่เจ้าหน้าที่ทางฝั่งไทยไม่ได้รับอนุญาตให้ข้ามชายแดนมาจนกระทั่งเวลาผ่านไปร่วมชั่วโมงหลังไฟเริ่มไหม้

“ทางรถดับเพลิงของกัมพูชาที่เข้ามาถึงก่อนก็ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ทำให้ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จริง ๆ ใช้เวลานานมากกว่าไฟจะลามไปทั่วโรงแรม เพราะไฟมันค่อย ๆ ลามมาจากด้านหลังของโรงแรมก่อนจะลุกท่วมทั่วทั้งสองอาคาร เรายังคิดว่าเอาอยู่เลย แต่พอไฟเริ่มลามไปทั่วแล้ว คราวนี้ใช้เวลาไม่นานก่อนจะลุกไหม้ทั้งอาคาร พอเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเห็นความรุนแรงของไฟ ก็ไม่กล้าเข้าไปดับเพลิง” มนัสเล่า 

“ในโรงแรมเองมีอุปกรณ์ดับไฟ แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนพนักงานเอาไม่อยู่ ประกอบกับด้านบนของห้องครัวเป็นห้องเก็บเอกสาร จึงทำให้เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี”

Grand Diamond

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

เสียหาย "พันกว่าล้าน"

หลังจากอาคารทั้งสองของโรมแรมแกรนด์ไดมอนด์ถูกเผาไหม้จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก มนัสเผยว่าจะต้องทลายตึกทิ้งทั้งหมด และเริ่มต้นกันใหม่ เพราะจากโครงสร้างที่เหลือจากไฟไหม้ ไม่สามารถจะทำอะไรต่อได้เลย

 “ประเมินความเสียหายคร่าว ๆ ไว้ที่พันกว่าล้านบาท โรงแรมเราเปิดมา 20 ปี แล้วแต่ไม่เคยเกิดเหตุเลวร้ายอะไรแบบนี้เลย แต่ในปอยเปตเองมีเหตุไฟไหม้ตามโรงแรมครั้งใหญ่มาแล้ว 3 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากฝั่งไทยเข้ามาได้เร็วกว่านี้ จึงควบคุมเพลิงได้ไวกว่า”

เหตุไฟไหม้ที่เผาผลาญโรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ผ่านไปได้สองวัน แต่สถานการณ์การท่องเที่ยวในปอยเปตดูเหมือนแทบไม่ได้รับผลกระทบ จากจุดผ่านแดนทางฝั่งไทยยังพบเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างเดินลากกระเป๋าใบใหญ่ข้ามแดนกันอย่างไม่ขาดสาย

 โรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ตั้งอยู่ตรงบริเวณหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งปอยเปต ด้วยขนาดของอาคารและทำเลที่ตั้ง จุดนี้จะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเห็นและเดินผ่านบริเวณโรงแรมก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังโรงแรมและกาสิโนแห่งอื่น ๆ ในปอยเปต

Grand Diamond

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

แม้สภาพเบื้องหน้าจะชวนหดหู่ แต่นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาต่างแวะถ่ายรูปกันอย่างคึกคักก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังโรงแรมอื่น ๆ ที่เรียงรายอยู่ทั่วปอยเปต

ถึงแม้ว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้จะทำให้มีผู้เสียชีวิตยืนยันถึงวันที่ 30 ธ.ค. ที่ 27 คน แต่สภาพการท่องเที่ยวของเมืองชายแดนแห่งนี้ไม่ได้ดูซบเซาไปเลย เพราะทันทีที่เดินผ่านพ้นบริเวณที่เกิดไฟไหม้ไปแล้ว กาสิโน ร้านอาหาร บาร์ คาราโอเกะ และอาบอบนวด ที่เรียงรายอยู่บนสองข้างทางต่างก็แข่งกันเปิดไฟหลากสีและเรียกลูกค้าเข้าไปใช้บริการกันอย่างคึกคัก 

คาสิโนอีกแห่งในปอยเปตที่ตกแต่งรอรับนักท่องเที่ยว

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, คาสิโนอีกแห่งในปอยเปตที่ตกแต่งรอรับนักท่องเที่ยวจากไทย
casino

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, แม้เกิดไฟไหม้ใหญ่ สภาพการท่องเที่ยวของเมืองชายแดนแห่งนี้ไม่ได้ดูซบเซาไปเลย

อาสาจากฝั่งไทย

บีบีซีไทยเริ่มเข้าใกล้บริเวณพื้นที่โรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ฯ ในช่วงบ่ายของวันที่ 30 ธ.ค. และได้พบเห็นรถกู้ชีพจากมูลนิธิต่าง ๆ อีกทั้งอาสาสมัครกู้ชีพจากหลายหลายที่รวมกันหลายร้อยคน ในเวลานั้นพวกเขากำลังเตรียมถอนกำลังกลับไทยหลังผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียนเมียนเจย กล่าวขอบคุณพวกเขาที่ช่วยเหลือในภารกิจนี้

 “พอเข้าถึงพื้นที่ก็มีความวุ่นวายพอประมาณ เพราะนี่ไม่ใช่บ้านเรา เราก็ต้องดูเรื่องกฎหมายด้วยว่าทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เราได้เข้าช่วยเหลือนำคนเจ็บที่ช่วยออกมาได้ไปส่งโรงพยาบาลในฝั่งไทย” นายสมศักดิ์ ปาลาวัฒน์ ผู้จัดการมูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวกับบีบีซีไทย

 ทีมอาสาสมัครจากกรุงเทพฯ ของสมศักดิ์ได้เข้าถึงพื้นที่ประมาณ 7.00 น. ของ 29 ธ.ค.

 สมศักดิ์อธิบายว่าภารกิจหลัก ๆ ในวันแรกคือการนำผู้รอดชีวิตออกมาปฐมพยาบาล และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณที่เกิดไฟไหม้ ส่วนภารกิจในวันที่สองหลังจากที่เพลิงไหม้สงบลงแล้ว เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยของกัมพูชา และเจ้าหน้าที่ทหารของกัมพูชา ได้เข้าร่วมค้นหาศพที่ยังติดค้างอยู่ในอาคาร

“สภาพที่เห็นข้างในคือไหม้แทบทั้งหมด และห้องพักบางชั้นไม่ได้ถูกไฟไหม้ทั้งหมด แต่มีกลุ่มควันปกคลุมหนาแน่นทั่วบริเวณ”

 ข้อมูลจากศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือคนไทยผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ แกรนด์ไดมอน ปอยเปต ที่ตั้งอยู่ก่อนถึงด่านข้ามแดนฝั่งไทย ระบุว่ายังมีผู้สูญหายอยู่ทื่ 53 คน และมีผู้เสียชีวิตยืนยันสะสมทั้งหมด 27 ราย โดยเหยื่อ 7 รายล่าสุดเพิ่งส่งออกมาจากปอยเปตข้ามาที่ฝั่งไทยเวลาประมาณ 21.00 น. ของ 30 ธ.ค.

“ทางผู้บัญชาการเหตุการณ์ตัดสินใจมอบพื้นที่คืนให้กับทางการกัมพูชา พวกเราก็เลยต้องมุ่งหน้ากลับไทย และถือว่าเป็นการสิ้นสุดของภารกิจ” สมศักดิ์กล่าว

เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิของฝั่งไทยถอนกำลังออกจากพื้นที่ฝั่งปอยเปตช่วงเวลา 17.00 น. และคืนพื้นที่ให้ทางการกัมพูชาได้จัดการต่อตามคำร้องขอ ถึงแม้ว่านี่เป็นหนึ่งในสองภารกิจนอกเขตประเทศไทย แต่สมศักดิ์คิดว่าภารกิจผ่านพ้นไปได้ดีด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

 “ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าและอาสาสมัครจากทุกภาคส่วนทั้งจากทางฝั่งกัมพูชาและไทยที่ยอมสละเวลาและเข้ามาช่วยกันจนภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี” สมศักดิ์ทิ้งท้าย

line forming

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai