ไบเดนยกย่องความเป็นปึกแผ่นของนาโต ด้านปูตินอ้างชาติตะวันตกคือฝ่ายเริ่มสงคราม

ปูตินและไบเดน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐอเมริกากล่าวต่อชาวโปแลนด์ว่า ไม่มีทางที่ยูเครนจะกลายเป็นชัยชนะของรัสเซีย ขณะที่ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวโทษว่ายูเครนและชาติตะวันตกเป็นฝ่ายยั่วยุให้เกิดสงครามขึ้นก่อน

วานนี้ (21 ก.พ.) ในการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา (State of the Nation) ของนายปูติน ซึ่งมีขึ้นก่อนวาระครบ 1 ปีที่รัสเซียยกทัพเข้ารุกรานยูเครนเมื่อ 24 ก.พ. 2022

ในสุนทรพจน์ครั้งนี้ นายปูตินกล่าวว่า “ยูเครนและดอนบาสกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการโป้ปดมดเท็จ” โดยกล่าวโทษชาติตะวันตกที่ถอนตัวจาก “ข้อตกลงพื้นฐาน” และกล่าว “ถ้อยคำปากว่าตาขยิบ” รวมทั้งขยายเครือข่ายพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต และ “ปิดล้อมเราด้วยร่ม”

“ผมขอย้ำว่ามันคือพวกเขาที่น่าถูกประณามในสงครามนี้ และพวกเราก็ใช้กำลังเพื่อหยุดยั้งมัน” นายปูตินกล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้ฟัง

ขณะเดียวกัน ผู้นำรัสเซียอ้างว่ารัสเซียต้องการแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างสันติ

นายปูตินกล่าวว่าที่ผ่านมา รัสเซียพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคดอนบาส ทางภาคตะวันออกของยูเครนด้วยสันติวิธี

เขาชี้ว่า คำมั่นสร้างสันติภาพของชาติตะวันตกเป็น “เรื่องหลอกลวง” และ “การโกหกคำโต” อีกทั้งยังกล่าวอ้างว่ารัฐบาลยูเครนพยายามสะสมอาวุธชีวภาพและอาวุธนิวเคลียร์โดยไม่มีหลักฐานยืนยันใด ๆ

“พวกเราพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหานี้โดยสันติ และพยายามเจรจาอย่างสันติเพื่อหาหนทางออกจากความขัดแย้งที่ยากลำบากนี้ แต่ลับหลังพวกเรามีผู้เตรียมแผนการอื่นเอาไว้” นายปูตินกล่าว

ประธานาธิบดีรัสเซียตอกย้ำวาทกรรมเรื่องหน้าที่ของรัสเซียในการ “จัดการกับรัฐบาลนีโอนาซี” ของยูเครน โดยชี้ว่า รัสเซียกำลังปกป้องชีวิตประชาชน และรัสเซียไม่ได้ทำสงครามกับประชาชนยูเครน แต่เปรียบคนเหล่านี้เป็น “ตัวประกัน” ในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

คำบรรยายวิดีโอ, รัสเซีย ยูเครน : สงครามในยูเครนผ่านไป 1 ปี ทำให้โลกเปลี่ยนไปอย่างไร

ในตอนหนึ่ง ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ชาติตะวันตกใช้ตอบโต้รัสเซียต่อการทำสงครามที่เกิดขึ้นนั้น ไม่สามาถสร้างความเสียหายให้แก่รัสเซียได้อย่างที่หวัง

นายปูตินยังสาธยายว่า "มาตุภูมิแห่งนี้” สำนึกในคุณค่าของทหารกล้าผู้สละชีพใน “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” พร้อมระบุว่า เขาจะก่อตั้งมูลนิธิขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

ทางการยูเครนตอบโต้ว่าสุนทรพจน์ของนายปูตินครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า รัสเซีย “ได้มาถึงทางตัน”

Vladimir Putin

ที่มาของภาพ, EPA

ไบเดน : "รัสเซียจะไม่มีทางมีชัยเหนือยูเครน"

ปธน.สหรัฐฯ กล่าวทักทายชาวโปแลนด์

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ปธน.สหรัฐฯ กล่าวทักทายชาวโปแลนด์

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงวอร์ซอของโปแลนด์ หลังเข้าหารือกับนายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนที่กรุงเคียฟ แบบไม่มีประกาศล่วงหน้า ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่พระราชวังหลวงกรุงวอร์ซอต่อชาวโปแลนด์

สาระสำคัญของถ้อยแถลงของนายไบเดน คือ เน้นถึงความเป็นปึกแผ่นของสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ปีที่แล้ว

พร้อมย้ำความสำคัญของการยืนหยัดสู้ตามแนวทางประชาธิปไตย ของทั้งยูเครนและชาติตะวันตก พร้อมส่งสัญญาณชัดไปยังประธานาธิบดีรัสเซียว่า การทำสงครามต่อยูเครนถือว่าเป็น "การทำผิดโดยสิ้นเชิง"

"ยูเครนจะไม่มีวันเป็นชัยชนะของรัสเซีย ไม่มีทางเป็นไปได้" ประธานาธิบดีไบเดน กล่าว

ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนชาวโปแลนด์ที่ให้ที่พึ่งพิงแก่ผู้ประสบภัยสงครามชาวยูเครนกว่า 1.5 ล้านคน
คำบรรยายภาพ, ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนชาวโปแลนด์ที่ให้ที่พึ่งพิงแก่ผู้ประสบภัยสงครามชาวยูเครนกว่า 1.5 ล้านคน

การเดินทางเยือนยุโรปของนายไบเดนครั้งนี้ มีกำหนดพบปะผู้นำชาติสมาชิกของนาโตทั้งหมด 9 ชาติ เพื่อที่เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของสหรัฐฯ ที่มีต่อชาติพันธมิตร

นายไบเดนระบุว่า ภายใต้มาตรา 5 ของกฎบัตรนาโต ถ้าสมาชิกหนึ่งชาติถูกโจมตี สมาชิกทั้งหมดจะช่วยกันปกป้อง และความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ต่อทั้งพันธมิตรและมาตรา 5 อย่างเป็น "ปึกแผ่น"

ในสุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวต่อชาวรัสเซียว่า ชาติตะวันตกไม่ได้วางแผนโจมตีรัสเซีย และว่าสงครามที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น เพราะมันคือโศกนาฏกรรม คนที่เริ่มต้นสงครามคือ ประธานาธิบดีปูติน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องง่ายดาย หากเขาจะเป็นผู้ปลดชนวนสงคราม และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ยูเครนต้องได้รับความช่วยเหลือจากชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ

ในช่วงที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ต่อชาวโปแลนด์, สำนักวิจัยและคลังสมอง the Kiel Institute for the World Economy ในเยอรมนี เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริจาคความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนระหว่าง 24 ม.ค. 2022-15 ม.ค. 2023 พบว่า สหรัฐฯ คือผู้บริจาคความช่วยเหลืออาวุธยุทโธปกรณ์รายใหญ่สุดด้วยมูลค่าเกือบ 4.7 หมื่นล้านสหรัฐ หรือ 1.6 ล้านล้านบาท ตามมาด้วย สหราชอาณาจักร 5.1 พันล้านสหรัฐ หรือ 1.76 แสนล้านบาท

graphic

ขณะที่นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติให้แก่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ตอบโต้คำกล่าวอ้างของนายปูตินที่ว่ารัสเซียเผชิญภัยคุกคามทางทหารจากยูเครนและชาติอื่นว่า “ไร้สาระ”

“ไม่มีใครโจมตีรัสเซีย” นายซัลลิแวน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี

หลังจากนี้ ประธานาธิบดีไบเดนที่อยู่ระหว่างการเยือนโปแลนด์ มีกำหนดการจะกล่าวสุนทรพจน์ตอบโต้ผู้นำรัสเซีย โดยคาดว่าจะสื่อถึงมุมมองต่อสงครามในยูเครนว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างโลกประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการ

หลังจากเปิดฉากเข้ารุกรานยูเครนมาได้เกือบ 1 ปี มีรายงานว่ากองทัพรัสเซียเผชิญความสูญเสียอย่างหนัก แต่ก็คาดว่าจะเปิดฉากการโจมตีระลอกใหม่ในฤดูใบไม้ผลิที่ใกล้จะถึงนี้

ด้านนายอันเดรจ์ ดูดา ประธานาธิบดีโปแลนด์ ระบุว่า การเดินทางเยือนของผู้นำสหรัฐฯ เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อยูเครน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงโลกเสรี โดยมีผู้นำสหรัฐฯ เคียงข้างอย่างไม่รู้ลืม

สํานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ หรือ OHCHR เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากสงครามในยูเครน โดยตัวเลขผู้ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตอยู่ที่ 8,006 คน ขณะที่ยอดผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 13,287 คน

อย่างไรก็ตาม นางมาทิลดา บ็อกเนอร์ หัวหน้าภารกิจติดตามสถานการณ์ในยูเครนของ OHCHR เตือนว่าตัวเลขจริงของผู้บาดเจ็บและล้มตายในสงครามนี้อาจสูงกว่าตัวเลขยืนยันดังกล่าวมาก เนื่องจากยังขาดข้อมูลในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่เมืองมาริอูโปล ซึ่งเป็นสมรภูมิการสู้รบที่ดุเดือดทางภาคใต้ของยูเครน