บีบีซีสำรวจเมือง "ชเวโก๊กโก่" ศูนย์รวมแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันในเขตสงคราม

ที่มาของภาพ, Natalie Thomas/BBC
- Author, โจนาธาน เฮด
- Role, ผู้สื่อข่าวภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- Reporting from, รายงานจากประเทศเมียนมา
กลุ่มอาคารสูงสะท้อนแสงแดดวาววับจับตา ที่สร้างขึ้นใหม่เหนือทุ่งข้าวโพดริมแม่น้ำเมยฝั่งประเทศเมียนมา เป็นภาพที่สร้างความรู้สึกตื่นตะลึงจนต้องกะพริบตาถี่แล้วจ้องมองอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป
แปดปีก่อนหน้านี้ ตรงบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นเขตของรัฐกะเหรี่ยงไม่มีสิ่งใดอยู่เลยนอกจากต้นไม้ และอาคารที่ก่อด้วยปูนซีเมนต์อีกสองสามหลัง สงครามกลางเมืองที่ดำเนินมายาวนานในเมียนมา ทำให้ภูมิภาคแถบนี้กลายเป็นพื้นที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ปัจจุบันพื้นที่ตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศไทย กลับมีเมืองสมัยใหม่ขนาดเล็กผุดขึ้นมาราวกับภาพลวงตา เมืองแห่งนี้ชื่อว่า "ชเวโก๊กโก่" (Shwe Kokko) ซึ่งมีความหมายในภาษาพม่าว่า "ต้นก้ามปูสีทอง"
ทุกวันนี้เมืองชเวโก๊กโก่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ทำเงินมหาศาลผ่านการหลอกลวงต้มตุ๋น, ค้ามนุษย์, และฟอกเงิน โดยบุคคลที่อยู่เบื้องหลังอาณาจักรธุรกิจมืดแห่งนี้ คือนายเฉอ จื้อเจียง ซึ่งตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำไทยที่กรุงเทพมหานคร และกำลังรอการส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน
แต่ถึงกระนั้น บริษัท "ย่าไท่" (Yatai) ของนายเฉอ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการสร้างและบริหารเมืองชเวโก๊กโก่ พยายามนำเสนอภาพลักษณ์ของเมืองที่แตกต่างออกไปในวิดีโอส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุน โดยระบุว่าเมืองชเวโก๊กโก่นั้นเป็นสถานที่ตากอากาศ และเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับช่วงวันหยุดพักผ่อนของนักท่องเที่ยวชาวจีน ทั้งยังเป็นสวรรค์ของบรรดามหาเศรษฐีที่ต้องการใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อความสุขอีกด้วย

ที่มาของภาพ, Jonathan Head/BBC
เรื่องราวความเป็นมาของเมืองชเวโก๊กโก่นั้น แท้จริงแล้วเป็นหนึ่งในตำนานความทะเยอทะยานที่เกินจะควบคุมได้ ของเหล่าทุนจีนสีเทาที่พากันแผ่ขยายอิทธิพลออกนอกประเทศในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งนายเฉอ จื้อเจียง ก็ถือเป็นหนึ่งในบุคคลกลุ่มดังกล่าวที่ต้องการสร้างเมืองใหม่ เพื่อเป็นใบเบิกทางนำธุรกิจใต้ดินอย่างบ่อนการพนันและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของเขา ออกมาดำเนินการนอกประเทศอย่างเป็นอิสระ
อย่างไรก็ตาม ความทะเยอทะยานที่ตั้งเป้าหมายไว้สูงจนเกินไปของนายเฉอ กลับดึงดูดความสนใจของรัฐบาลจีน จนทำให้ตอนนี้ทางการจีนหันมาเร่งปราบปรามบรรดาแก๊งมิจฉาชีพ ที่ตั้งฐานตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาให้สิ้นซาก เพราะแก๊งอาชญากรรมเหล่านี้ชักจะเหิมเกริม โดยมุ่งเป้าฉ้อโกงเงินของชาวจีนเป็นจำนวนมากขึ้นทุกที
รายงานข่าวเรื่องการหลอกลวงต้มตุ๋นและค้ามนุษย์ ส่งผลกระทบทางลบต่อการท่องเที่ยวไทยด้วยเช่นกัน ทำให้ทางการไทยต้องสั่งตัดไฟที่เคยขายให้เมืองชายแดนฝั่งพม่า ออกมาตรการคุมเข้มธุรกรรมทางการเงินเพิ่มขึ้น ทั้งยังขู่จะระงับวีซ่าของผู้ที่ต้องสงสัยว่าใช้ไทยเป็นทางผ่าน เพื่อเดินทางเข้าออกเมืองมิจฉาชีพที่ชายแดนด้วย
ประกอบกับในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองชเวโก๊กโก่ตกอยู่ในสภาพเหมือนถูกทิ้งร้าง เพราะสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นหลังเหตุรัฐประหารครั้งล่าสุดในเมียนมา ทำให้เมืองแห่งนี้ขาดท่อน้ำเลี้ยงจากบรรดานักลงทุนและนักท่องเที่ยว บริษัทย่าไท่จึงพยายามที่จะกู้ภาพลักษณ์ของเมืองชเวโก๊กโก่กลับคืนมา ด้วยการเปิดเมืองให้สื่อมวลชนรวมทั้งบีบีซีได้เข้าชม บริษัทย่าไท่หวังว่าการรายงานข่าวครั้งนี้อาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของเมือง หรือแม้แต่อาจจะช่วยให้นายใหญ่อย่างเฉอ จื้อเจียง ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำก็เป็นได้
เจาะลึกด้านในของเมืองชเวโก๊กโก่
ตามปกติแล้วการเดินทางไปยังเมืองชเวโก๊กโก่เป็นเรื่องยาก เพราะนับตั้งแต่การก่อสร้างเมืองเริ่มขึ้นในปี 2017 มันก็กลายเป็นสถานที่ต้องห้ามที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่อาจเข้าถึงได้ ยิ่งเกิดสงครามกลางเมืองที่ยกระดับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังกองทัพเมียนมาก่อเหตุรัฐประหารในปี 2021 การเดินทางไปยังเมืองชเวโก๊กโก่ยิ่งถือว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
หากขับรถไปจากนครย่างกุ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจของประเทศเมียนมา จะต้องใช้เวลาถึงสามวันเพื่อผ่านด่านตรวจต่าง ๆ บนท้องถนน ทั้งยังเสี่ยงจะโดนลูกหลงจากการต่อสู้ระหว่างกลุ่มติดอาวุธตามรายทางอีกด้วย ทว่าการข้ามแดนไปเมืองชเวโก๊กโก่จากฝั่งไทยกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ก็ยังต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ทหารและตำรวจตระเวนชายแดนสกัดจับได้
ผู้ช่วยคนสนิทของเฉอ จื้อเจียง คือคนที่นำคณะสื่อมวลชนของบีบีซีชมรอบเมืองชเวโก๊กโก่ โดยเน้นชี้ชวนให้สื่อสังเกตเห็นถนนและทางเดินที่ใหม่เอี่ยม วิลลาหรือคฤหาสน์หรูหลายหลัง รวมทั้งแมกไม้เขียวขจี "คุณเฉอเชื่อในประโยชน์ของการสร้างเมืองสีเขียว" หวัง ฟู่กุ้ย มัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ที่นำทีมข่าวบีบีซีชมเมืองกล่าว เขาเล่าว่าตนเองเคยเป็นตำรวจในมณฑลกวางสีทางตอนใต้ของจีนมาก่อน แต่ชีวิตผกผันจนต้องมาลงเอยในเรือนจำไทย หลังถูกคนใส่ร้ายว่าพัวพันกับคดีฉ้อโกง หลังออกจากคุกเขาได้รู้จักกับเฉอ เจ้อเจียง และได้กลายมาเป็นหนึ่งในมือขวาที่นายเฉอไว้วางใจมากที่สุด

ที่มาของภาพ, Jonathan Head/ BBC
เมื่อมองเผิน ๆ เมืองชเวโก๊กโก่ดูคล้ายกับเมืองต่างจังหวัดของจีนอย่างมาก ป้ายต่าง ๆ ที่ติดตามอาคารนั้นเขียนด้วยตัวอักษรจีน บรรดายานยนต์ที่ใช้ในการก่อสร้างจำนวนมาก ต่างวิ่งเข้าออกสถานที่ก่อสร้างกันขวักไขว่ แต่ถึงกระนั้นตัวแทนของบริษัทย่าไท่กลับตอบไม่ได้อย่างชัดเจนว่า ใครบ้างคือนักลงทุนผู้เช่าอาคารในเมืองแห่งนี้ "คนรวยจากหลายประเทศ พากันมาเช่าวิลลาหรู" ส่วนอาคารสำหรับทำธุรกิจนั้น "ผู้เช่าเป็นกลุ่มธุรกิจหลายประเภท ทั้งโรงแรมและกาสิโน"
ทว่าผู้คนส่วนใหญ่ในเมืองที่ทีมข่าวบีบีซีพบเห็น คือชาวกะเหรี่ยงในท้องถิ่นที่เป็นชนกลุ่มน้อยของเมียนมา ซึ่งพากันเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองทุกวัน แต่กลับไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ควรจะเป็นแขกของโรงแรมและบ่อนกาสิโนในเมืองชเวโก๊กโก่เลย
ผู้แทนของบริษัทย่าไท่ยืนยันว่า ไม่มีแก๊งมิจฉาชีพหรือคอลเซ็นเตอร์หลงเหลืออยู่ในเมืองแห่งนี้อีกแล้ว โดยมีการติดป้ายใหญ่ที่เขียนด้วยภาษาจีน, อังกฤษ, และพม่าทั่วทั้งเมือง ข้อความในนั้นระบุว่าห้ามใช้แรงงานทาสอย่างเด็ดขาด ส่วนธุรกิจหลอกลวงต้มตุ๋นก็ควรออกไปจากเมืองเสียให้หมด อย่างไรก็ตาม คนท้องถิ่นกระซิบบอกกับทีมข่าวบีบีซีว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งหลายยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ตามปกติ
แก๊งคอลเซ็นเตอร์สัญชาติจีนเริ่มขยายตัวออกนอกประเทศเมื่อราวสิบปีก่อน ในตอนที่การลงทุนจากจีนเริ่มบูมตามเมืองชายฝั่งทะเลของกัมพูชา ซึ่งต่อมาอาณาจักรของทุนจีนสีเทายังได้แผ่ขยายมาครอบคลุมแถบชายแดนจีน-เมียนมา ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไร้กฎเกณฑ์ควบคุม จนมาลงเอยที่ชายแดนไทย-เมียนมา เป็นแห่งล่าสุด ซึ่งผู้คนทราบกันดีว่าเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยการต่อสู้แย่งชิง ระหว่างกองทัพเมียนมากับกลุ่มกบฏและขุนศึกหลายกลุ่ม เพื่อครองอำนาจเหนือเขตแดนรัฐกะเหรี่ยง

ที่มาของภาพ, Jonathan Head/ BBC
กิจการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พนักงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประกอบไปด้วยคนหลายเชื้อชาติ ทั้งชาวจีน ชาวแอฟริกัน ชาวอนุทวีปอินเดีย และคนจากชาติต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพวกเขาถูกขังอยู่ในกลุ่มอาคารที่มีกำแพงสูงล้อมรอบ ถูกบังคับให้คอยใช้เล่ห์หลอกลวงเอาเงินที่ผู้คนทั่วโลกเก็บออมมาเป็นของตน
แม้จะมีพนักงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์บางคนที่ยอมทำงานด้วยความเต็มใจ แต่ก็มีหลายคนที่ถูกหลอกและถูกลักพาตัวมาเพื่อบังคับใช้แรงงานดังกล่าว คนที่หนีออกมาได้ต่างบอกเล่าถึงประสบการณ์อันเลวร้าย ขณะถูกทุบตีและทรมานเพื่อบังคับให้ทำงานที่ไม่สุจริต พนักงานบางส่วนในจำนวนนี้เป็นคนท้องถิ่นของเมืองชเวโก๊กโก่เอง
ทีมข่าวบีบีซีมีโอกาสได้พูดคุยกับหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอเล่าว่าเคยทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มหนึ่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แต่ตอนนี้เธอลาออกโดยได้รับอนุญาตจากหัวหน้าแก๊งแล้ว เพราะไม่พอใจกับสภาพการทำงานที่เป็นอยู่
หญิงคนนี้เล่าว่าเธอทำงานเป็นสมาชิกของ "ทีมนางแบบ" ซึ่งคนในทีมส่วนใหญ่จะเป็นหญิงสาวหน้าตาดี คอยทำหน้าที่ติดต่อและหลอกล่อเหยื่อหลายราย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดฉันคนรัก "เป้าหมายหลักคือพวกคนแก่ คุณอาจจะเริ่มการสนทนาโดยทักไปว่า โอ้...คุณดูเหมือนกับเพื่อนของฉันเลย เมื่อเริ่มสนิทกันแล้วก็จะเริ่มยั่วยวนให้หลงรัก โดยส่งภาพสวย ๆ ของคุณไปให้ หรือส่งภาพที่สวมชุดนอนวาบหวิวในบางครั้ง"
เมื่อเหยื่อติดเบ็ดแล้ว หัวข้อการสนทนาจะเปลี่ยนไปสู่การชักชวนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลกำไรตอบแทนสูง อย่างเช่นการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี โดยนางนกต่อจะอ้างว่า วิธีนี้เป็นหนทางทำเงินที่ทำให้เธอร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วมาก่อน "เมื่อเหยื่อเริ่มไว้วางใจ ฉันจะส่งต่อการสนทนาให้เหยื่อได้พูดคุยกับคนในอีกแผนกหนึ่ง คนกลุ่มนี้จะคอยติดต่อสื่อสารกับเหยื่อ ระหว่างที่เหยื่อคล้อยตามและเริ่มจ่ายเงินให้เพื่อร่วมลงทุนดังกล่าว"

ที่มาของภาพ, Thanyarat Doksone/ BBC
ระหว่างการเยือนสั้น ๆ ของทีมข่าวบีบีซี เราได้เห็นแต่เพียงสิ่งที่บริษัทย่าไท่ต้องการจะให้ออกสู่สายตาชาวโลก แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปชมภายในตัวอาคารต่าง ๆ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ทีมข่าวบีบีซีสามารถถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอได้แต่เพียงด้านนอกของสถานที่ก่อสร้าง โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นทหารของกลุ่มติดอาวุธในท้องถิ่น คอยตามประกบและจับตาดูตลอดเวลา
หญิงสาวคนที่เคยทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์บอกเราว่า "ทุกคนในเมืองชเวโก๊กโก่รู้ดี ว่าพวกเขาทำอะไรกันในอาคารเหล่านั้น การอวดอ้างว่าเมืองนี้ห้ามทำธุรกิจแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปแล้วเป็นเรื่องโกหก ไม่มีทางที่บริษัทย่าไท่จะไม่ล่วงรู้ถึงเรื่องนี้เลย เพราะพวกเขาทำธุรกิจนี้กันทั้งเมืองบนตึกสูง ไม่มีใครไปหาความสำราญที่นั่น"
เปิดประวัติ "เฉอ จื้อเจียง" เจ้าพ่อเมืองชเวโก๊กโก่
"ผมสาบานได้เลยว่า บริษัทย่าไท่จะไม่ยอมรับธุรกิจที่ฉ้อโกงหรือหลอกลวงต้มตุ๋นผ่านระบบโทรคมนาคมอย่างเด็ดขาด" เฉอ จื้อเจียง กล่าวให้คำมั่นผ่านสายวิดีโอคอลกับผู้สื่อข่าวบีบีซี จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่เขาถูกคุมขังอยู่
ตัวแทนของย่าไท่เป็นผู้จัดการให้นายเฉอได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวด้วยตนเอง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่านายหวัง ฟู่กุ้ย มือขวาของนายเฉอจะเป็นผู้ส่งต่อคำถามจากผู้สื่อข่าวให้เจ้านายของเขาตอบ โดยคอยระแวดระวังไม่ให้ผู้คุมในเรือนจำเห็นว่าผู้สื่อข่าวบีบีซีอยู่ในสายวิดีโอคอลในขณะนั้นด้วย
ไม่มีใครรู้ประวัติโดยละเอียดของนายเฉอ จื้อเจียง นักธุรกิจจากเมืองเล็ก ๆ ที่ทางการจีนกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการแก๊งอาชญากรรม เขาเกิดในหมู่บ้านที่ยากจนของมณฑลหูหนานเมื่อปี 1982 ออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 14 ปี และหันไปเรียนการเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์แทน ก่อนจะย้ายไปทำงานที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อมีอายุได้ 20 กว่าปี โดยเข้าร่วมทำธุรกิจการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศจีน
นายเฉอเริ่มร่ำรวยขึ้นจากธุรกิจการพนันออนไลน์ ทำให้ในปี 2014 เขาถูกศาลจีนตัดสินว่ามีความผิดฐานออกหวยใต้ดิน แต่ไม่ได้รับโทษเพราะพำนักอยู่ในต่างประเทศ ต่อมาเขาลงทุนในธุรกิจบ่อนกาสิโนที่กัมพูชาและเปลี่ยนสัญชาติเป็นชาวกัมพูชาได้สำเร็จ โดยใช้ชื่อในการทำธุรกิจที่ต่างกันออกไปถึงอย่างน้อย 4 ชื่อด้วยกัน
เมื่อปี 2016 เขาบรรลุข้อตกลงกับซอ จิต ทู ขุนศึกชาวกะเหรี่ยง เพื่อร่วมสร้างเมืองใหม่ชเวโก๊กโก่ด้วยกัน โดยนายเฉอเป็นผู้ออกเงินทุน รวมทั้งอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง ในขณะที่กองกำลังติดอาวุธ 8,000 นาย ของซอ จิต ทู จะคุ้มกันรักษาความปลอดภัยให้กับเมืองดังกล่าว

ที่มาของภาพ, Courtesy Yatai
ในวิดีโอส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุนที่บริษัทย่าไท่จัดทำขึ้น บอกว่าเงินลงทุนก้อนโตที่ใช้สร้างเมืองชเวโก๊กโก่ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะเนรมิตเมืองมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยโรงแรมหรู บ่อนกาสิโน และอุทยานธุรกิจไซเบอร์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในโครงการ "แถบและเส้นทาง" (BRI) ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นผู้ริเริ่ม เพื่อขยายการลงทุนและระบบโครงสร้างพื้นฐานของจีนไปทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ทางการจีนออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับนายเฉอในปี 2020 และรัฐบาลเมียนมาก็เริ่มทำการสอบสวนบริษัทย่าไท่ในปีเดียวกัน หลังสร้างคฤหาสน์หรือวิลลาหรูเกิน 59 หลัง ตามข้อกำหนดของรัฐบาลเมียนมา ทั้งยังเปิดบ่อนกาสิโนก่อนที่รัฐบาลจะไฟเขียวให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ในเดือนส.ค. ปี 2022 ตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลได้เข้าจับกุมนายเฉอตามคำขอของรัฐบาลจีน เขาถูกนำตัวมาขังไว้ในเรือนจำที่กรุงเทพฯ ทั้งยังถูกรัฐบาลอังกฤษคว่ำบาตรพร้อมกับซอ จิต ทู หุ้นส่วนผู้ร่วมสร้างเมืองชเวโก๊กโก่ เนื่องจากพัวพันกับการค้ามนุษย์
นายเฉออ้างว่าเขาถูกรัฐบาลจีนหักหลัง เนื่องจากก่อนหน้านั้น เขาดำเนินการสร้างเมืองชเวโก๊กโก่ตามคำสั่งของกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีน ทั้งยืนยันว่าเมืองใหม่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการแถบและเส้นทางในตอนนั้น ส่วนสาเหตุที่ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนหันมาเล่นงานเขาในภายหลัง เป็นเพราะเขาไม่ยอมส่งมอบโครงการก่อสร้างเมืองชเวโก๊กโก่ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน ซึ่งปรารถนาจะครอบครองดินแดนอาณานิคมสักแห่งตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา

ที่มาของภาพ, Courtsey Yatai
แม้จะปฏิเสธไม่ยอมรับว่าบริษัทย่าไท่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่นายเฉอกล่าวว่ามีความเป็นไปได้สูงที่แก๊งหลอกลวงต้มตุ๋นจะเข้ามาฟอกเงินที่เมืองชเวโก๊กโก่ "เพราะเมืองของบริษัทย่าไท่เปิดกว้างเต็มที่ ให้ทุกคนเดินทางเข้าออกได้อย่างเสรี การปฏิเสธลูกค้านั้น ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากสำหรับนักธุรกิจอย่างผม นี่คือจุดอ่อนของตัวผมเอง"
คำพูดของนายเฉอยิ่งทำให้เชื่อแน่ได้ว่า บริษัทย่าไท่ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการทุกสิ่งในเมืองชเวโก๊กโก่ ไม่อาจหยุดยั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ให้เข้ามาทำธุรกิจสีเทาได้ และถ้าไม่มีแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้แล้ว ก็ยากที่จะมีธุรกิจใดเลือกเข้ามาลงทุนในเมืองแห่งนี้ ยิ่งทางการไทยตัดไฟและช่องทางสื่อสารโทรคมนาคมต่าง ๆ ระบบสาธารณูปโภคในเมืองจะต้องหันไปพึ่งพาเครื่องปั่นไฟที่ต้นทุนสูงเพราะใช้น้ำมันดีเซล ส่วนการสื่อสารก็ต้องอาศัยฝูงดาวเทียมสตาร์ลิงก์ของอีลอน มัสก์ ซึ่งค่าบริการแพงลิ่วเช่นกัน
เจสัน ทาวเวอร์ นักวิจัยจากสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา (USIP) ซึ่งศึกษาปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมืองชเวโก๊กโก่มานาน บอกว่าแผนกลยุทธ์ของบริษัทย่าไท่ในตอนนี้คือ "ฟอกขาวโครงการของตนเอง เพื่อสร้างเรื่องเล่าใหม่ที่ยืนยันว่าเมืองชเวโก๊กโก่คือสถานที่ปลอดภัย อาจจะมีการโยกย้ายบางหน่วยของอุตสาหกรรมหลอกลวงต้มตุ๋น อย่างเช่นห้องทรมาน ไปซ่อนไว้ที่โซนอื่นของเมือง"
อย่างไรก็ตาม ทาวเวอร์มองว่าแผนการนี้ไม่น่าจะได้ผล "จะมีธุรกิจถูกกฎหมายแบบไหนกัน ที่จะเสี่ยงเข้าไปลงทุนในเมืองชเวโก๊กโก่ พูดง่าย ๆ ก็คือมันไม่ดึงดูดนักลงทุนทั่วไป หลังจากนี้ระบบเศรษฐกิจที่นั่นก็จะยังคงขับเคลื่อนด้วยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อไป"
ธุรกิจสีเทาในเขตสงคราม
หลังจากที่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมภายในกาสิโนแห่งหนึ่งได้ในที่สุด ทีมข่าวบีบีซีได้พบกับผู้จัดการกาสิโนชาวออสเตรเลียซึ่งมีท่าทีค่อนข้างเป็นมิตร เขาบอกว่ากาสิโนแห่งนี้อาจต้องปิดตัวลงในไม่ช้า เพราะนอกจากชาวกะเหรี่ยงในท้องถิ่นจำนวนหนึ่งที่เข้ามาเล่นเกมยิงปลาดิจิทัลกันอย่างสนุกสนานแล้ว ห้องด้านหลังซึ่งมีไว้เล่นเกมไพ่และหมุนรูเล็ตต์ล้วนว่างเปล่า ไม่มีลูกค้าชาวต่างชาติเลยแม้แต่คนเดียว
ผู้จัดการกาสิโนชาวออสเตรเลียยังบอกว่า สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว โดยในช่วงแรกที่เมืองชเวโก๊กโก่ยังมีกาสิโนเพียงหนึ่งหรือสองแห่ง ธุรกิจของเขาได้รับความนิยมและทำกำไรได้มากมายในยุคก่อนเกิดสงครามกลางเมือง แต่ทุกวันนี้เมืองชเวโก๊กโก่กลับมีกาสิโนเพิ่มเป็น 9 แห่ง ทำให้ไม่มีลูกค้าเพียงพอที่จะสนับสนุนให้กิจการทั้งหมดทำกำไรได้ ดังนั้นรายได้ที่แท้จริงจึงมาจากการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเมืองชายแดนแห่งนี้
เราไม่อาจจะล่วงรู้ได้เลยว่า บรรดาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนกาสิโนออนไลน์เหล่านี้ สามารถทำเงินได้มากมายมหาศาลขนาดไหน แม้สถานที่ทำการและทีมผู้บริหารของแก๊งอาชญากรรมเหล่านี้ จะรวมอยู่ในสถานที่แห่งเดียวกันและดำเนินการโดยผู้บริหารชุดเดียวกันก็ตาม บริษัทของพวกเขาต่างจดทะเบียนในฮ่องกง ไทย หรือเมียนมา แต่ก็เป็นเพียงบริษัทเปลือกบังหน้า (shell company) ที่มีรายได้ต่ำจนชวนให้น่าสงสัยอย่างยิ่ง

ที่มาของภาพ, Jonathan Head/BBC
สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ทีมข่าวบีบีซีได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ คือสถานบันเทิงคาราโอเกะบาร์ ซึ่งมีห้องส่วนตัวหรูหราคล้ายถ้ำใต้โดมขนาดใหญ่ ผนังของโดมเป็นจอภาพดิจิทัลที่ฉายภาพฉลามและปลาทะเลเขตร้อนแหวกว่ายไปมา บางครั้งจอภาพดังกล่าวก็ฉายวนวิดีโอเกี่ยวกับวิสัยทัศน์และคุณงามความดีของเฉอ จื้อเจียง แต่โดยรวมแล้วคลับแห่งนี้ค่อนข้างเงียบเหงาปราศจากลูกค้า มีเพียงพนักงานสาวจีนไม่กี่คนที่สวมหน้ากากโอเปราปกปิดใบหน้า พวกเธอฝืนเต้นรำอย่างซังกะตายไม่กี่นาที ก่อนจะหยุดและนั่งลง

ที่มาของภาพ, Jonathan Head/BBC
ในขณะที่เฉอ จื้อเจียง ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำไทย เขาได้มอบหมายการบริหารเมืองชเวโก๊กโก่ให้กับเหอ ยิ่งเฉียง ศิษย์เอกที่เขาฝึกฝนมากับมือ เหอเป็นคนหนุ่มที่มีอายุเพียง 31 ปี เขาอาศัยอยู่กับหวัง ฟู่กุ้ย ในวิลลาหรูหลายหลังริมฝั่งแม่น้ำเมย โดยมีกองทัพบอดี้การ์ดชาวจีนคอยอารักขา ในแต่ละวันพวกเขาเพลิดเพลินกับการเล่นไพ่นกกระจอก กินดื่มอาหารและแอลกอฮอล์ชั้นดี พร้อมกับคอยเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวทางธุรกิจไปด้วย
เหอ ยิ่งเฉียง ให้คำอธิบายเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ต่างจากคำพูดของเจ้านายอยู่บ้างว่า "เราเป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผมรับประกันได้ว่าเรื่องแบบนั้นไม่เคยเกิดขึ้นที่นี่แน่นอน หรือถึงแม้มันจะมีอยู่จริง คนท้องถิ่นก็มีระบบกฎหมายเป็นของตัวเอง เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องจัดการเรื่องนี้ ส่วนงานของเราคือการมอบโครงสร้างพื้นฐานและอาคารที่มีคุณภาพ รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรม"
คำอธิบายของนายเหอนั้นมีปัญหาอยู่ตรงที่ว่า แต่ไหนแต่ไรมาภูมิภาคนี้ของเมียนมาก็ไม่เคยมีระบบกฎหมายที่บังคับใช้อย่างชัดเจน ทั้งยังไม่มีรัฐบาลที่คอยดูแลหรือปกครองประชาชนด้วย แต่ดินแดนแถบนี้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของกลุ่มติดอาวุธหลากหลายกลุ่ม ซึ่งควบคุมเขตต่าง ๆ ในพื้นที่ติดกับชายแดนไทย ผู้บัญชาการของกองกำลังเหล่านี้คือผู้ตัดสินใจตัวจริงว่าจะอนุญาตให้ใครมีสิทธิ์เข้ามาทำธุรกิจ โดยเหล่าขุนศึกจะคอยรับเงินส่วนแบ่ง เพื่อนำไปซื้ออาวุธทำสงครามกับกองทัพเมียนมาหรือสู้รบกันเอง เขตปกครองของขุนศึกชนกลุ่มน้อยหลายแห่งนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่ามีอาคารของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่
นายเหอกล่าวยอมรับว่า สงครามกลางเมืองทำให้บริษัทย่าไท่ซื้อที่ดินมาได้ในราคาถูก ก่อนหน้านี้กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนของชาวกะเหรี่ยงเคยกล่าวหาว่า ซอ จิต ทู ขับไล่ชาวบ้านผู้ครอบครองที่ดินอยู่แต่เดิมออกไปโดยจ่ายค่าชดเชยให้น้อยมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการสร้างเมืองของบริษัทย่าไท่ ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไร้ชื่อแปของรัฐกะเหรี่ยง กลับดึงดูดแต่ธุรกิจผิดกฎหมายให้เข้ามาอยู่ในเมืองชเวโก๊กโก่ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองตกต่ำย่ำแย่ลงไปทุกที

ที่มาของภาพ, Jonathan Head/BBC
เมื่อเดือนที่แล้วสื่อมวลชนไทยตีข่าวเกรียวกราวถึงกรณีที่นายหวัง ซิง ดาราหนุ่มชาวจีนวัย 22 ปี ได้รับการช่วยเหลือให้ออกมาจากอาคารของแก๊งคอลเซ็นเตอร์แห่งหนึ่งที่ติดกับชายแดนไทย หลังถูกหลอกให้มาเข้าฉากถ่ายทำภาพยนตร์ที่กรุงเทพฯ ก่อนจะหายตัวไปเพราะถูกล่อลวงให้เดินทางไปยังเมืองชายแดนดังกล่าว จนในที่สุดทางการไทยและจีนได้ดำเนินปฏิบัติการร่วมเพื่อปล่อยตัวนายหวัง ซิง ให้เป็นอิสระจากการถูกบังคับทำงานกับแก๊งมิจฉาชีพ
ข่าวดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งพากันยกเลิกการเดินทางมาไทยในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยและอาจถูกลักพาตัวไป เหมือนกับนายหวัง ซิงและชาวจีนอีกหลายคน ทีมข่าวบีบีซีเองก็เคยได้รับอีเมลขอความช่วยเหลือจากคนที่ถูกหลอกไปเป็นพนักงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือคนเหล่านี้บอกว่า น่าจะยังมีผู้ที่ถูกหลอกไปเพื่อบังคับใช้แรงงานอีกหลายพันคน ถูกขังอยู่ในอาคารต่าง ๆ ซึ่งเกือบทั้งหมดอยู่ในกลุ่มอาคารขนาดเล็กติดชายแดนไทย ทางตอนใต้ของเมืองชเวโก๊กโก่
ผู้แทนบริษัทย่าไท่กล่าวเน้นย้ำกับบีบีซีว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ไม่ใช่พวกเดียวกับที่เคยอยู่ในตัวเมืองชเวโก๊กโก่ เพราะสถานที่ทำการหลอกลวงต้มตุ๋นนั้นสร้างขึ้นง่าย ๆ บางทีก็เป็นเพียงเพิงเล็ก ๆ ที่ปลูกอยู่เป็นกลุ่มในป่าที่เพิ่งถูกแผ้วถางเท่านั้น ซึ่งคนกลุ่มนี้คือต้นเหตุของสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นล่าสุด
อันที่จริงแล้ว สิ่งที่ผู้แทนบริษัทย่าไท่กล่าวอาจหมายถึงเมืองของแก๊งมิจฉาชีพแห่งอื่น ๆ อย่างเช่นเคเคพาร์ก (KK Park) ทางตอนใต้ของเมืองเมียวดี หรือกาสิโนตงเหมย (Dongmei) ที่ต่างก็บริหารโดยเจ้าพ่ออาชญากรรมระดับโลกชาวจีนจากเกาะมาเก๊า "วั่น ก๊วก กอย" เจ้าของฉายา "ไอ้ฟันหลอ"

ที่มาของภาพ, Jonathan Head/BBC
การเปรียบเทียบมาตรฐานการทำงานของตนเองกับแก๊งอาชญากรรมอื่น ไม่ได้ช่วยให้ภาพลักษณ์หรือสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของนายเฉอ จื้อเจียง ดีขึ้นกว่าเดิมแต่อย่างใด เพราะในอดีตเขาเคยมีอิทธิพลอย่างยิ่งถึงขั้นที่บรรดานักการเมือง ผู้บัญชาการตำรวจ ยังต้องรับฟัง แต่มาวันนี้เขากลับสูญเสียอิทธิพลนั้นไปทั้งหมด แม้แต่สิทธิพิเศษในเรือนจำก็ยังไม่เหลือ
ล่าสุดนายเฉอตัดพ้อว่าเขาถูกคุมเข้มจากเจ้าหน้าที่ในเรือนจำมากขึ้น แม้ทนายความของเขาได้ยื่นคัดค้าน "หมายแดง" หรือหมายจับของตำรวจสากลแล้ว แต่ตอนนี้คำสั่งจากทางการจีนเท่านั้นที่จะเป็นตัวตัดสินชะตากรรมของเขา
ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซี นายเฉอดูจะโมโหโกรธาอย่างยิ่งกับการที่ชะตาชีวิตพลิกผันอย่างไม่คาดฝัน "ก่อนหน้านี้ผมไม่เข้าใจว่าสิทธิมนุษยชนคืออะไร แต่ตอนนี้ผมได้รู้ซึ้งอย่างแท้จริงแล้วว่า มันเลวร้ายแค่ไหนที่คนผู้หนึ่งถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน"
"ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่า สิทธิมนุษยชนของคนธรรมดาในจีนถูกเหยียบย่ำทำลายไปมากขนาดไหน เพราะขนาดนักธุรกิจที่ผู้คนนับหน้าถือตาอย่างผม ซึ่งเคยไปร่วมงานเลี้ยงระดับรัฐงานเดียวกับสี จิ้นผิง ยังไม่มีสิทธิมนุษยชนหรือได้รับการปกป้องเกียรติศักดิ์ศรีในทางใดเลย"
แต่ถึงกระนั้น นายเฉอเชื่อมั่นอย่างจริงจังว่า เขาสามารถจะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ด้วยโครงการก่อสร้างเมืองใหม่ที่วันหนึ่งจะโดดเด่นยิ่งกว่า และมีภาพลักษณ์เหนือกว่าชเวโก๊กโก่ที่ถูกมองว่าเป็นแค่เมืองของนักหลอกลวงต้มตุ๋น แต่ตราบใดที่ทางการไทยและจีนยังคงเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อไป เงินลงทุนและผลกำไรที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงของเมืองชเวโก๊กโก่ ก็คงจะเหือดแห้งลงจนหมดไปในที่สุด











