การโจมตีของอิสราเอลในกาตาร์จะปิดประตูการเจรจาหยุดยิงในกาซาหรือไม่ ผลกระทบต่อตะวันออกกลางจะเป็นอย่างไร

A man in a white shirt looks towards the scene of an Israeli airstrike on Doha. There is smoke rising in the background and people in the street in front of him who seem to be shouting and gesticulating

ที่มาของภาพ, Jacqueline Penney/AFPTV/AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักวิเคราะห์ระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลต่อกรุงโดฮาเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นสัญญาณของการทูตที่อ่อนแอลง
    • Author, ลูอิส บาร์รูโช
    • Role, ทีมข่าว BBC Global Journalism

นักวิเคราะห์บอกกับบีบีซีว่า การโจมตีของอิสราเอลที่มุ่งเป้าไปที่ผู้นำกลุ่มฮามาสในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ ถือเป็นการลุกลามบานปลายที่อันตรายในภูมิภาคนี้ และมีแนวโน้มที่จะเป็นอุปสรรคต่อความพยายามให้เกิดการหยุดยิงในกาซา ทั้งยังสั่นคลอนความเชื่อที่มีมานานเกี่ยวกับการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกด้วย

อิสราเอลอธิบายเหตุการณ์โจมตีทางอากาศต่อกลุ่มอาคารในใจกลางกรุงโดฮา ของกาตาร์ ซึ่งเป็นที่พักพิงของทีมเจรจาฮามาสว่า มีความ "แม่นยำ"

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลระบุว่า นี่คือการตอบโต้สำหรับยิงโจมตีอย่างเหี้ยมโหดที่นครเยรูซาเลมในวันก่อนหน้า ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และยังเป็นการตอบโต้การที่กลุ่มฮามาสมีบทบาทในการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 อีกด้วย

แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับมองว่า สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมหรือคาดการณ์ได้อย่างชัดเจนนั้น คือผลกระทบในวงกว้างที่จะตามมาจากการกระทำที่ไม่เคยมีมาก่อนของอิสราเอลในกาตาร์

A close-up image of Khalil al-Hayya, a senior leader and top Hamas official, wearing a blue formal shirt and jacket with a Palestinian flag on the lapel

ที่มาของภาพ, Emmanuel Dunand/AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, การโจมตีของอิสราเอลต่อกรุงโดฮานั้น มุ่งเป้าไปที่ทีมเจรจาของฮามาสที่อยู่ที่นั่น รวมถึง คาลิล ฮัล-ฮายยา

ประตูสู่การหยุดยิงเริ่มริบหรี่

ฮิวจ์ โลวัตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางแห่งคณะมนตรียุโรปว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (European Council on Foreign Relations – ECFR) ระบุว่า การโจมตีสมาชิกทีมเจรจาของฮามาสได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อการเจรจาหยุดยิงที่สหรัฐฯ สนับสนุนเพื่อให้เกิดการยุติสงครามในกาซา

ในขณะนี้ กาตาร์ ร่วมกับอียิปต์และสหรัฐฯ กำลังเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างกลุ่มฮามาสกับอิสราเอล ในการตกลงเกี่ยวกับการปล่อยตัวประกันและการหยุดยิงในฉนวนกาซา

"การสังหารผู้เจรจาที่คุณกำลังเจรจาหยุดยิงด้วย แทบไม่ใช่เค้าลางที่ดีสำหรับโอกาสในการบรรลุข้อตกลง" เขาบอกกับบีบีซี

บุคคลเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาสหกคน รวมถึงคาลิล อัล-ฮายยา ลูกชายของหัวหน้ากลุ่มในกาซา และผู้จัดการสำนักงานของเขา ถูกสังหารในการโจมตีของอิสราเอล ขณะที่กลุ่มผู้นำระดับสูงสุดรอดชีวิตมาได้

"พูดอย่างง่าย ๆ เลยก็คือ อิสราเอลเพิ่งจะระเบิดทีมเจรจาของฮามาส... ในขณะที่พวกเขาพบกันเพื่อหารือข้อเสนอล่าสุดที่สหรัฐฯ สนับสนุน ในการยุติสงคราม"

นี่เป็นครั้งแรกที่อิสราเอลมุ่งเป้าโจมตีผู้นำกลุ่มฮามาสบนผืนแผ่นดินกาตาร์ แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ที่นั่นมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม โลวัตต์บอกว่า วิธีปฏิบัติการของอิสราเอลเช่นนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน [ในภูมิภาคนี้]

"อิสราเอลเคยสังหารอิสมาอิล ฮานิเยห์ (ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส) มาแล้วในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่เขาเป็นคู่สนทนาหลักสำหรับการเจรจาหยุดยิง" เขาเปิดเผย

"ชัดเจนว่านี่คือการปิดโอกาสความเป็นได้ใด ๆ ก็ตามในการหยุดยิง ไม่ว่ารัฐบาลอิสราเอลจะพูดยังไงก็ตาม มันชัดเจนจากการกระทำแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้สนใจในข้อตกลงหยุดยิงเลย"

โลวัตต์ยังคาดการณ์อีกว่า การกระทำดังกล่าวอาจเปลี่ยนพลวัตภายในกลุ่มของฮามาส ซึ่งจะให้การเจรจาทางการทูตยากขึ้นไปอีก

"สิ่งที่อิสราเอลทำชัดเจนว่า... คือการทำให้ฝ่ายที่มีความคิดแนวสายกลางอ่อนแอลงจากการพยายามสังหารพวกเขา แต่ในขณะเดียวกันก็ไปเสริมข้อโต้แย้งของฝ่ายหัวรุนแรงที่มองว่าอิสราเอลเข้าใจแต่ภาษาของความรุนแรง แต่ไม่เข้าใจภาษาทางการทูต"

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลเคยโจมตีผู้นำกลุ่มฮามาสในเลบานอนและซีเรียมาแล้ว

A map showing where the Israeli strikes hit in the Qatari capital Doha
คำบรรยายภาพ, แผนที่แสดงจุดที่ถูกอิสราเอลโจมตี ในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์

ผลกระทบที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกาซา

แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ผลกระทบจากการโจมตีเมื่อวันอังคารนั้น ขยายวงไปมากกว่ากาซาแล้ว

การทิ้งระเบิดของอิสราเอลในกรุงโดฮา ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสมาเกือบสองปีแล้ว เป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ไปแล้ว

"แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เมืองหลวงในชาติอาหรับเมืองแรกที่อิสราเอลทิ้งระเบิดใส่ แต่นี่คือเมืองหลวงซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ เมืองแรกที่อิสราเอลทิ้งระเบิด" โลวัตต์ระบุ

"และกาตาร์ไม่ใช่อิหร่าน ไม่ใช่เลบานอน มันเป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ที่สำคัญ และยังลงทุนมากมายในประเทศตะวันตก"

ด้านแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียวขาว ระบุในการบรรยายสรุปหลังการโจมตีของอิสราเอลว่า อิสราเอลได้แจ้งฝ่ายบริหารของทรัมป์แล้วถึงการโจมตีที่เกิดขึ้น ที่ยังไม่ชัดเจนว่ามีการแจ้งมาล่วงหน้าก่อนเวลา หรือหลังการโจมตีเสร็จสิ้นแล้ว หรือระหว่างการโจมตี

เธอยังอ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่บอกว่า การโจมตีของอิสราเอลในกรุงโดฮานั้น "ไม่ได้ทำให้เป้าหมายของอิสราเอลหรืออเมริกาก้าวหน้าไปกว่าเดิม" แต่ก็เสริมว่าเขาเชื่อว่าการกำจัดฮามาสนั้น "เป็นเป้าหมายที่คุ้มค่า"

อย่างไรก็ตาม ดร.ซานาม วาคิล ผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือ แห่งสถาบันคลังสมองแชทแธม เฮาส์ ในกรุงลอนดอน โต้แย้งว่าการโจมตีครั้งนี้บ่อนทำลายความมั่นคงของกาตาร์และทำให้เห็นถึงความเปราะบางของกลุ่มประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เชีย

"ข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจกำลังสนับสนุนการโจมตีผู้นำกลุ่มฮามาส ฉันคิดว่าอาจจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีของกาตาร์" ดร.วาคิล บอกกับบีบีซี "พวกเขาคงจะไม่สร้างความบาดหมางหรือตัดสายสัมพันธ์กับสหรัฐฯ แต่ [ตอนนี้] พวกเขารู้สึกเปราะบางอย่างแน่นอนภายใต้ภูมิทัศน์นี้"

ดร.วาคิล ยังตั้งข้อสังเกตว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นยังทำลายสมมติฐานที่มีมานานเกี่ยวกับความเป็นชาติพันธมิตร

"มันมีสมมติฐานที่ว่าในการเป็นพันธมิตรกันนั้น ประเทศต่าง ๆ จะไม่โจมตีกันเอง หรือไม่ยินยอมให้มีการโจมตีประเทศของกันและกัน" เธออธิบาย

"ความจริงที่ว่า สหรัฐฯ สนับสนุนการกระทำที่รัฐอื่นละเมิดอธิปไตยของกาตาร์ จะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นวงกว้างไปทั่วอ่าว ไม่ใช่เพียงเฉพาะต่อกาตาร์เท่านั้น"

ด้าน ดร.เอช เอ เฮลล์เยอร์ จากสถาบันรอยัลยูไนเต็ดเซอร์วิส (Royal United Services Institute - Rusi) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในสหราชอาณาจักร ก็เห็นพ้องกันในประเด็นนี้

เขาระบุว่า ผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้สะท้อนว่ารัฐบาลกาตาร์และผู้เล่นรายอื่น ๆ ในภูมิภาค "จะสงสัยว่า สิ่งที่อเมริกาเคยรับประกันความปลอดภัยให้จะคุ้มค่าจริงหรือไม่ หากอิสราเอลสามารถกระทำใด ๆ ได้โดยลอยนวลพ้นผิด"

Israel's Prime Minister Benjamin Netanyahu, looking perplexed and concerned and away from the camera, visits the scene of a shooting in Jerusalem on 8 September.

ที่มาของภาพ, Menahem Kahana/AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลระบุว่า การโจมตีที่กรุงโดฮา เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้สำหรับการกราดยิงอย่างโหดเหี้ยมในนครเยรูซาเลมเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดร.วาคิล ยังเน้นย้ำถึงอำนาจอันจำกัดที่รัฐบาลกาตาร์มีต่อรัฐบาลสหรัฐฯ แม้ว่าจะเป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศ อัล-อูเดด (al-Udeid) และเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮามาสก็ตาม

"กาตาร์ยังคงต้องพึ่งพาสหรัฐฯ อย่างมากในด้านความมั่นคงของประเทศ... มันยิ่งทำให้กาตาร์ดูเหมือนจะเป็นตัวประกันมากกว่า และแสดงถึงข้อจำกัดด้านอิทธิพลของประเทศ"

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่มีความเชื่อดั้งเดิมกันว่า อิสราเอลจะหลีกเลี่ยงการโจมตีเจ้าหน้าที่ฮามาสในกาตาร์ เพื่อรักษาพื้นที่ทางการทูตที่กาตาร์จัดเตรียมไว้ให้ แต่ ดร.วาคิล ระบุว่าตอนนี้อิสราเอลได้ละทิ้งสิ่งนั้นไปแล้ว และหันไปหาสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นโอกาสทางการทหารและทางการเมือง

"มีขีดความสามารถด้านการข่าวกรองและการทหารอยู่แล้ว และแน่นอน ทางการเมืองก็ดูเหมือนว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะดำเนินการ... เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ของประเทศ นั่นคือการกำจัดฮามาส แต่ก็รวมถึงการกำจัดกลุ่มต่าง ๆ ที่อิหร่านหนุนหลังในตะวันออกกลางให้ได้มากที่สุด [เท่าที่จะทำได้] ด้วย"

ไม่ว่าทรัมป์จะให้ไฟเขียวกับอิสราเอลโจมตีกาตาร์ ตามที่มีการถกเถียงกันหรือไม่ แต่ ดร.วาคิล มองว่า คำพูดของเขาที่ถูกอ้างถึงในการบรรยายสรุปของทำเนียบขาว เป็นการวางกรอบให้การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่ความล้มเหลวทางการทูต แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าของเขา

"การทำข้อตกลงใช่ว่าจะเกิดได้เพียงบนโต๊ะเจรจา" ดร.วาคิลกล่าว "มันคือสิ่งที่คุณทำเพื่อให้คนเข้ามาอยู่บนโต๊ะเจรจานั้น หรือเปลี่ยนตำแหน่งของพวกเขา และชัดเจนว่าประธานาธิบดีกำลังใช้วิธีการอื่น ๆ เพื่อแผ่อิทธิพลหรือส่งผลประโยชน์ต่อสหรัฐฯ"

ผลกระทบในภูมิภาค

ทั้ง ดร.วาคิล และโลวัตต์ เตือนว่าผลกระทบในภูมิภาคอาจหนักหน่วง

"เจ้าหน้าที่ทางการอาหรับ [ได้] มีความกังวลมากขึ้นต่อความรู้สึกที่ว่า อิสราเอลไม่เพียงแต่จะเกรี้ยวกราดเกินกว่าเหตุมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังกระทำสิ่งที่ขัดต่อธรรมเนียมเดิมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยแทบไม่ถูกยับยั้งจากสหรัฐฯ หรือยุโรปเลย" โลวัตต์กล่าว

ดร.วาคิลยังเสริมว่า "เราอยู่ในโลกใหม่ ภูมิประเทศใหม่ กฎใหม่ สมมติฐานใด ๆ ที่มีมาก่อนหน้ากำลังถูกทำลายให้แตกสลายลง"

ทั้งคู่ยังมองว่าความวิตกกังวลเช่นนั้นยังมีแนวโน้มที่จะให้ประเทศอำนาจต่าง ๆ ในภูมิภาคเสริมสร้างขีดความสามารถทางการทหารของตนเอง

"นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะโจมตีอิสราเอลนะ แต่... พวกเขาอยากมีความสามารถมากพอที่จะปกป้องตัวเอง" โลวัตต์ระบุ

ท้ายที่สุดแล้ว นักวิเคราะห์ทั้งสองคนเน้นย้ำว่า เหตุสะเทือนอารมณ์เมื่อวันอังคารนั้นจะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง

"เหยื่อรายใหญ่ที่สุดจากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่ใช่เพียงแค่ชาวอิสราเอลหรือชาวปาเลสไตน์ หรือแม้แต่ในภูมิภาคเอง แต่คือความน่าเชื่อของชาติตะวันตกต่างหาก" โลวัตต์กล่าวสรุป