ชาวอังกฤษวัย 73 ปีเสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินสิงคโปร์แอร์ฯ ตกหลุมอากาศรุนแรง บาดเจ็บกว่า 70 ราย

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
ความคืบหน้ากรณีเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน SQ321 ลอนดอน-สิงคโปร์ ตกหลุมอากาศจากสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงและลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ยังมีผู้โดยสารที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในไทยทั้งสิ้น 58 คน ขณะที่ผู้โดยสารอีก 143 คน ที่บาดเจ็บเล็กน้อย เดินทางกลับไปยังสิงคโปร์แล้วช่วงเช้ามืดของวันนี้ (22 พ.ค.)
ข้อมูล ณ เวลา 13.00 น. ผู้โดยสารที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เป็นผู้ป่วยในแผนกผู้ป่วยหนัก 20 คน ขณะที่ผู้โดยสารที่เข้ารับการรักษาทางแพทย์ก่อนหน้านี้ 27 คน กลับบ้านได้แล้ว
สำหรับผู้เสียชีวิต 1 ราย คือนายเจฟฟ์ คิทเชน ชายชาวอังกฤษวัย 73 ปี คาดว่าเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวาย
นายโกะห์ ชุน ฟง ซีอีโอของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอที่โพสต์ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวขอโทษต่อทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เครื่องบินตกหลุมอากาศรุนแรง
"เราเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อประสบการณ์อันเลวร้าย ซึ่งทุกคนบนเที่ยวบิน SQ321 ต้องเผชิญ" ซีอีโอของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ระบุ
เหตุการณ์ที่เกิดกับเที่ยวบินที่ SQ321 คือ เหตุการณ์ทางการบินที่มีผู้เสียชีวิตครั้งแรกในรอบ 24 ปี ของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส
คลิปวิดีโอที่ผู้โดยสารบันทึกไว้ระหว่างที่เดินออกจากเครื่องบินหลังลงจอดฉุกเฉิน แสดงให้เห็นสภาพความเสียหายภายในห้องโดยสาร ทั้งสิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น หน้ากากออกซิเจนที่หลุดรุ่ยเสียหายลงมาจากเพดานห้องโดยสาร ส่วนที่เก็บสัมภาระเหนือหัวพังเสียหายหลายจุด
นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้ออกแถลงการณ์ให้คำมั่นว่าจะ "สอบสวนอย่างละเอียด" ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
กระทรวงคมนาคมสิงคโปร์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนมายังกรุงเทพฯ ขณะที่สำนักงานสอบสวนความปลอดภัยด้านการขนส่งของสิงคโปร์ ระบุว่าจะประสานงานกับทางการไทยเพื่อตรวจสอบเที่ยวบินที่เกิดเหตุ

ก่อนหน้านี้ สิงคโปร์แอร์ไลน์ส ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เมื่อเวลา 22.00 น. ของคืนวานนี้ (21 พ.ค.) ระบุว่าเที่ยวบินจากลอนดอนไปยังสิงคโปร์ได้เผชิญกับ "สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงอย่างฉับพลัน" ขณะบินอยู่เหนือพื้นที่แอ่งอิรวดีของประเทศเมียนมา ที่ความสูง 37,000 ฟุต
นักบินประกาศภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และเปลี่ยนเส้นทางการบินไปยังกรุงเทพฯ ประเทศไทย
สำหรับเที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสารทั้งสิ้น 211 คน และลูกเรืออีก 18 คน
ผู้โดยสาร 211 คน สัญชาติอะไรบ้าง
สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เปิดเผยข้อมูลสัญชาติของผู้โดยสารบนเที่ยวบิน ดังนี้
- ออสเตรเลีย 56 คน
- สหราชอาณาจักร 47 คน
- สิงคโปร์ 41 คน
- นิวซีแลนด์ 23 คน
- มาเลเซีย 16 คน
- ฟิลิปปินส์ 5 คน
- ไอร์แลนด์, สหรัฐฯ ชาติละ 4 คน
- อินเดีย 3 คน
- อินโดนีเซีย, เมียนมา, สเปน, แคนาดา ชาติละ 2 คน
- เยอรมนี, อิสราเอล, ไอซ์แลนด์ เกาหลีใต้ ชาติละ 1 คน
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถลงเหตุเที่ยวบิน SQ321 ขอลงจอดฉุกเฉิน
เมื่อเวลาประมาณ 19.50 น. วันที่ 21 พ.ค. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์สเที่ยวบิน SQ321 ตกหลุมอากาศจากสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงว่า หลังจากได้รับการประสานงานจากนักบินของสายการบินดังกล่าวประสานงานขอมาลงจอดฉุกเฉินเวลาประมาณ 15.50 น. เพื่อให้สนามบินปฏิบัติการช่วยเหลือตามแผนฉุกเฉิน
หลังจากเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ พบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากอย่างน้อย 70 ราย โดย ผอ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบุว่า มีผู้บาดเจ็บระดับวิกฤตหรือสาหัส 7 ราย, ผู้บาดเจ็บระดับปานกลาง 23 ราย และลูกเรือ 1 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 16 ราย
นอกจากนี้ยังมีผู้โดยสารอีก 30 ราย ที่บาดเจ็บเล็กน้อย ตอนนี้อยู่ในพื้นที่พักรอการเดินทางต่อไปยังสิงคโปร์ ซึ่งเครื่องบินที่บินมาจากสิงคโปร์เพื่อรับผู้โดยสารดังกล่าวที่พร้อมที่จะเดินทางกลับ จะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิราว 21.45-22.00 น.
ส่วนผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายชาวต่างชาติ สัญชาติอังกฤษ อายุ 73 ปี

ที่มาของภาพ, reuters

ที่มาของภาพ, reuters

ที่มาของภาพ, reuters

ที่มาของภาพ, reuters
ก่อนหน้านี้สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์สออกแถลงการณ์ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายและบาดเจ็บอีกหลายสิบคนบนเที่ยวบิน SQ 321 ที่เดินทางออกจากสนามบินฮีทโธรว์กรุงลอนดอนของอังกฤษมุ่งหน้าสู่สนามบินชางงีในสิงคโปร์ หลังจากเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง นักบินจึงขออนุญาตลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ในแถลงการณ์ของสายการบินดังกล่าวระบุว่า เครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-300ER มีผู้โดยสารบนเครื่องบิน 211 คน และลูกเรืออีก 18 คน พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ที่เสียชีวิต
สายการบินรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ในขณะนี้กำลังประสานงานกับทางการไทยเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารบนเครื่อง และส่งทีมงานไปยังกรุงเทพมหานครเพื่อให้การช่วยเหลือเพิ่มเติม

ที่มาของภาพ, PONGSAKORNR RODPHAI

ที่มาของภาพ, อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
จนถึงขณะนี้ ยังไม่ทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินขณะเกิดเหตุ สันนิษฐานว่า มาจากสภาพอากาศแปรปรวน แต่เหตุการณ์รุนแรงเช่นนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก ส่วนใหญ่เป็นในลักษณะตกหลุมอากาศ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่น่ากังวลมากนัก
บางครั้งเหตุการณ์เช่นนี้สามารถคาดการณ์ได้ และนักบินจะทราบจากการแจ้งทางวิทยุการบินและมีคำเตือนล่วงหน้า แต่บางครั้งก็ไม่ทราบมาก่อน
"การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศแปรปรวนเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยากเมื่อเทียบกับจำนวนเที่ยวบินที่สายการบินดำเนินการมาแล้วกว่าล้านเที่ยว อย่างไรก็ตาม อากาศแปรปรวนรุนแรงดูน่ากลัวและนำไปสู่การบาดเจ็บสาหัส หรือที่เศร้ามากกว่านั้น ก็คือ กรณีการเสียชีวิตในครั้งนี้" จอห์น สตริคแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินทั่วไป บอกกับบีบีซี
สตริคแลนด์กล่าวอีกว่า ลูกเรือมีทรัพยากรที่จะสามารถคาดการณ์สภาพอากาศแปรปรวนได้ แม้ว่าสภาพอากาศของโลกบางจุดก็มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ พวกเขายังได้รับการฝึกอบรมให้ตอบสนองต่อเหตุสภาพอากาศแปรปรวนด้วยวิธีการต่าง ๆ ด้วย
"นี่จึงเป็นเรื่องที่ไม่เสียหายใด ๆ หากว่า สายการบินแนะนำให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดขณะที่นั่งอย่างหลวม ๆ ตลอดเที่ยวบินไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินระยะไกลหรือใกล้ก็ตาม" เขากล่าวเสริม
สถานการณ์ผู้บาดเจ็บ
รายงานจากโรงพยาบาลล่าสุดในวันพุธที่ 22 พ.ค. เวลา 13.00 น. ตามเวลาในกรุงเทพฯ ระบุว่า มีผู้โดยสารที่บาดเจ็บ 27 คน ได้รับการรักษาและกลับบ้านแล้ว ขณะที่ผู้ป่วยอีก 58 คนยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยแบ่งเป็น 41 คนอยู่ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ 15 คน อยู่ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท 15 คน และที่โรงพยาบาลกรุงเทพ 2 คน
ตัวเลขผู้ป่วยในแผนกผู้ป่วยหนัก (ไอซียู) มีจำนวน 20 คน
- ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ 13 คน ได้แก่ ชาวออสเตรเลีย 3 คน, ชาวอังกฤษ 2 คน, ชาวจีน (ฮ่องกง) 1 คน, ชาวมาเลเซีย 5 คน, ชาวนิวซีแลนด์ 1 คน, ชาวสิงคโปร์ 1 คน
- ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท 7 คน ได้แก่ ชาวอังกฤษ 4 คน, ชาวฟิลิปปินส์ 1 คน, ชาวมาเลเซีย 1 คน, ชาวสิงคโปร์ 1 คน
ตัวเลขผู้ป่วยที่ยังรักษาตัว/พักฟื้น จำนวน 38 คน
- ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ 28 คน ได้แก่ ชาวอเมริกัน 1 คน, ชาวออสเตรเลีย 6 คน, ชาวอังกฤษ 8 คน, ชาวฟิลิปปินส์ 5 คน, ชาวไอริช 2 คน, ชาวเกาหลีใต้ 1 คน, ชาวมาเลเซีย 1 คน, ชาวนิวซีแลนด์ 1 คน, ชาวเมียนมา 1 คน, ชาวสเปน 1 คน
- ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท 8 คน ได้แก่ ชาวสิงคโปร์ 1 คน, ชาวออสเตรเลีย 3 คน, ชาวอินเดีย 1 คน, ชาวมาเลเซีย 2 คน, ชาวอังกฤษ 1 คน
- ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ 2 คน เป็นชาวสิงคโปร์ 2 คน
มีผู้ป่วย 9 คนที่เข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ การผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์และสภาพของผู้ป่วยคงที่ และมีผู้ป่วยอีก 5 คนที่กำลังเข้ารับการผ่าตัดวันนี้ (22 พ.ค.)











