เหตุใด 7-Eleven ของญี่ปุ่น จึงอาจถูกซื้อกิจการโดยค้าปลีกคู่แข่งจากแคนาดา

ป้ายร้านเซเว่น มีโลโก้ของบริษัทแม่ในญี่ปุ่น

ที่มาของภาพ, getty images

คำบรรยายภาพ, เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) คือเชนร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อเจ้าของร้านเชนสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ได้รับข้อเสนอการซื้อกิจการจากคู่แข่งสัญชาติแคนาดา ข่าวนี้ได้สร้างความตกตะลึงในญี่ปุ่นอย่างมาก

ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากบริษัทญี่ปุ่นที่ใหญ่ระดับนี้ไม่เคยถูกซื้อโดยบริษัทต่างชาติมาก่อน

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา บริษัทจากญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะซื้อกิจการบริษัทต่างชาติมากกว่า

เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นเครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสาขา 85,000 แห่งใน 20 ประเทศและดินแดน และประสบความสำเร็จในการขายอาหารพร้อมรับประทานที่รวดเร็วและราคาถูก แต่อร่อย โดยเฉพาะในประเทศที่มีอาหารอร่อยราคาย่อมเยาจำนวนมากอยู่แล้ว เช่น ญี่ปุ่นและประเทศไทย

“เรามีจำนวนร้านมากกว่าร้านแมคโดนัลด์ หรือสตาร์บัคส์” ริวอิจิ อิซากะ ซีอีโอของบริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิง กล่าวกับบีบีซีนิวส์ ก่อนที่บริษัทจะได้รับข้อเสนอเข้าซื้อกิจการ

ปัจจุบัน ร้านสาขาของเซเว่น อีเลฟเว่นกว่า 1 ใน 4 จากทั้งหมด 85,000 แห่งอยู่ในญี่ปุ่น ในขณะที่ในสหรัฐอเมริกามีอยู่ราว 10,000 สาขา

ผู้เล่นรายใหญ่

เมื่อเปรียบเทียบกับ บริษัท เอลิเมนเทชัน คูช-ทาช (Alimentation Couche-Tard) ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกสัญชาติแคนาดา ซึ่งมีฐานอยู่ที่เมืองควิเบก บริษัทนี้เป็นเจ้าของธุรกิจเชนร้านสะดวกซื้อ เซอร์เคิล เค (Circle K) เกือบ 17,000 สาขา ใน 31 ประเทศ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของสาขาอยู่ในอเมริกาเหนือ

การเสนอราคาเข้าซื้อกิจการบริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิง บริษัทแม่ของเซเว่น อีเลฟเว่น ได้ตีมูลค่าบริษัทไว้กว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1 ล้านล้านบาท ก่อนที่ข่าวการเสนอซื้อกิจการจะถูกเปิดเผยออกมา

หุ้นของเซเว่น อีเลฟเว่น พุ่งขึ้นกว่า 20% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะลดลงบางส่วนในวันถัดมา

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความอ่อนแอของค่าเงินเยนญี่ปุ่นต่อเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ และสกุลเงินหลักอื่น ๆ มีส่วนช่วยให้เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิง มีราคาที่น่าสนใจมากขึ้น

ควบคู่ไปกับความอ่อนแอของเงินเยน มาโนจ เจน นักวิเคราะห์จากกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Maso Capital ที่มีฐานอยู่ในฮ่องกง ชี้ว่า ความพยายามของรัฐบาลญี่ปุ่นในการส่งเสริมการควบรวมและซื้อกิจการก็เริ่มเห็นผลแล้ว

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เอลิเมนเทชัน คูช-ทาช (Alimentation Couche-Tard) ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกสัญชาติแคนาดา เป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ Circle K

เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ใช้ประโยชน์จากความนิยมของอาหารที่วางขายในร้าน ซึ่งมีหลากหลายชนิด เช่น ข้าวปั้น แซนด์วิช พาสต้าอบ ไก่ทอด และเกี๊ยว

ในขณะที่ในหลาย ๆ ที่ทั่วโลก ร้านสะดวกซื้อมักเป็นที่ที่ผู้คนจะหยิบช็อกโกแลตแท่งหรือขนมกรุบกรอบ แต่ในญี่ปุ่น ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น กลับเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่ต้องการค้นหาของอร่อย

อาหารในเซเว่น อีเลฟเว่น ได้สร้างชื่อเสียงให้เชนร้านสะดวกซื้อแห่งนี้และกลายเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ในเอเชีย

การแวะไปที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ยังได้รับการพูดถึงจากชาวต่างชาติว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย เห็นได้จากกรณีของแซนด์วิชแฮมชีส ที่กลายเป็นกระแสฮิตในแพลตฟอร์มติ๊กตอก (TikTok)

เอ็ด ชีแรน นักร้องชาวอังกฤษ เป็นหนึ่งในคนดังที่ช่วยเพิ่มความโด่งดังให้กับเซเว่น อีเลฟเว่น จากวิดีโอของเขาที่ลองชิมขนมขบเคี้ยวจากเซเว่น อีเลฟเว่นในไทยซึ่งกลายเป็นไวรัล

ริวอิจิ อิซากะ ซีอีโอของบริษัทแม่เซเว่น อีเลฟเว่น หวังที่จะสร้างความสำเร็จเช่นเดียวกันนี้ในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป ขณะที่บริษัทกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากนักลงทุนให้ขายธุรกิจบางส่วนออกไปและมุ่งเน้นที่แบรนด์ 7-Eleven โดยบริษัทแม่ได้ปรับยุทธ์ศาสตร์ของตนเพื่อให้ร้านสะดวกซื้อในเชนสามารถปฏิบัติตามแนวทางของเซเว่น อีเลฟเว่นในญี่ปุ่นได้

“สิ่งที่เราพบคือ สาขาที่ขายอาหารสดสามารถดึงดูดลูกค้าได้มากกว่ามาก” อิซากะกล่าว

“เราต้องการเติบโตด้วยคุณภาพที่สูง ไม่ใช่แค่เพิ่มปริมาณ เราต้องการให้ลูกค้าพึงพอใจ และเพิ่มยอดขายของแต่ละสาขาในขณะที่เราเพิ่มจำนวนสาขาให้มากขึ้น” เขาระบุ

รากฐานจากอเมริกา

เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิง อยู่ในช่วงที่ทยอยเข้าซื้อกิจการของบริษัทอื่น ๆ มาสักพักหนึ่งแล้ว ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา บริษัทได้ซื้อร้านสะดวกซื้อมากกว่า 200 แห่งในสหรัฐอเมริกา จากเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน Sunoco คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 34,000 ล้านบาท) และในเดือน เม.ย. บริษัทได้ซื้อร้านสะดวกซื้อมากกว่า 750 แห่ง จากแฟรนไชส์ในออสเตรเลีย

ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวเกือบศตวรรษ เซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นแบรนด์อเมริกันมาก่อน

เซเว่น อีเลฟเว่น เริ่มต้นกิจการในปี 1927 ด้วยการขายน้ำแข็งแบบก้อนสำหรับการเก็บความเย็นในตู้เย็น ต่อมาเริ่มจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ไข่ไก่ นม และขนมปัง โดยในตอนนั้น ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้จะเปิดขายในช่วงระหว่าง 07.00-23.00 น. ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ 7-Eleven

เซเว่น อีเลฟเว่น แห่งแรกเปิดที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1927

ที่มาของภาพ, Seven & i Holdings

คำบรรยายภาพ, เซเว่น อีเลฟเว่น แห่งแรกเปิดที่มลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1927

ขณะที่ธุรกิจของเซเว่น อีเลฟเว่น เติบโตขึ้น ทางบริษัทก็เริ่มขายแฟรนไชส์ออกไปนอกสหรัฐอเมริกา

ในปี 1974 บริษัทค้าปลีกญี่ปุ่นที่ชื่อว่า อิโตะ-โยกาโดะ (Ito-Yokado) ได้ทำข้อตกลงเพื่อเปิดเซเว่น อีเลฟเว่นแห่งแรกในญี่ปุ่น ในปี 1991 อิโตะ-โยกาโดะได้ซื้อหุ้น 70% ในบริษัทแม่เซเว่น อีเลฟเว่นในสหรัฐอเมริกา

มาซาโตชิ อิโตะ ผู้ก่อตั้งอิโตะ-โยกาโดะ ซึ่งเสียชีวิตไปในปี 2023 ด้วยวัย 98 ปี มักจะได้รับเครดิตว่าเป็นผู้เปลี่ยนเซเว่น อีเลฟเว่น ให้เป็นแบรนด์ระดับโลก

อิโตะ-โยกาโดะ ถูกเปลี่ยนชื่อบริษัท เป็น เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิง (Seven & i Holdings) ในปี 2005 โดยที่ตัว "i" ในชื่อเป็นการยกย่องอิโตะ-โยกาโดะ และนายอิโตะ ซึ่งในขณะนั้นเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของบริษัท

ตอนนี้ ในขณะที่บริษัทกำลังตัดสินใจว่าจะให้กิจการเซเว่น อีเลฟเว่น ยังคงอยู่ภายใต้เจ้าของกิจการที่เป็นชาวญี่ปุ่น หรือกลับไปสู่รากฐานในอเมริกาเหนือ นักวิเคราะห์สงสัยว่าบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นขนาดใหญ่อื่น ๆ อาจกลายเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมด้วยหรือไม่

ตอนนี้มี “ความเต็มใจที่มากขึ้นของคณะกรรมการและทีมผู้บริหารของญี่ปุ่น ในการรับเงินทุนจากต่างประเทศ และเปิดรับข้อเสนอจากต่างประเทศ” มาโนจ เจน นักวิเคราะห์จากกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Maso Capital กล่าว และเสริมว่า ตอนนี้นักลงทุนต่างชาติอาจได้รับแรงจูงใจให้ไปไล่คว้าผลประโยชน์และกำไรของพวกเขาในบริษัทญี่ปุ่นมากขึ้น