7 นักกีฬาดาวเด่นที่อาจสร้างประวัติศาสตร์ในการแข่งขันโอลิมปิก 2024

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ซีโมน ไบลส์ หนึ่งในนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังจากรอบจัดการแข่งขันแปรปรวนจากเหตุระบาดโควิด-19 ซึ่งทำให้กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ต้องเลื่อนเทศกาลแข่งขันกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกครั้งที่แล้วจากเดิมปี 2020 เป็นปี 2021

แต่ในบรรดานักกีฬาเกือบ 10,500 คน จากทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงนักกีฬาภายใต้ธงผู้ลี้ภัย ก็มีรายชื่อที่ถูกจับตามองว่าจะเป็นดาวเด่นของเกมการแข่งขันครั้งนี้ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อปี 1976 ที่เมืองมอนทรีออล เมื่อนาเดีย โคเมนาซี ขโมยเสียงปรบมือด้วยคะแนนเต็มสิบอย่างสมบูรณ์แบบจากศิลปะด้านยิมนาสติกของเธอ หรือการทำลายสถิติว่ายน้ำทั้งหมดโดยไมเคิล เฟลป์ส ในโอลิมปิกปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง

นักกีฬาที่ถูกจับตามองว่าอาจยกระดับชื่อของพวกเขาให้เป็นตำนานในการแข่งขัน ณ กรุงปารีสปีนี้ได้ มีตั้งแต่ ซีโมน ไบลส์ นักยิมนาสติกชาวอเมริกัน ไปจนถึงนักกีฬามวยปล้ำจากคิวบาชื่อว่า มิฮายิน โลเปซ ซึ่งยกระดับสถิติของพวกเขาสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ซีโมน ไบลส์ (สหรัฐอเมริกา)

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ซีโมน ไบลส์ ปฏิวัติวงการยิมนาสติกไปทั่วโลก

กายกรรมหลายท่วงท่าที่ถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ในกีฬายิมนาสติกถูกพิชิตด้วย ซีโมน ไบลส์ นักกีฬาผู้มีฝีมือไม่ธรรมดาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ เมื่อปี 1997

เธอเป็นนักยิมนาสติกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และเหนือสิ่งอื่นใด ซีโมนได้รับรางวัลโอลิมปิกถึง 7 เหรียญ โดย 4 ใน 7 เป็นเหรียญทอง นอกจากนี้เธอยังเป็นเจ้าของความสำเร็จที่น่าทึ่งอีกด้วย

ท่วงท่าในกีฬายิมนาสติกอย่างน้อย 4 ท่วงท่า ถูกเรียกด้วยชื่อของเธอ และถึงแม้ว่าการเข้าร่วมโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวเมื่อปี 2020 จะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จนทำให้เธอต้องถอนตัวจากการแข่งขันหลายรายการ แต่คาดว่าเกมการแข่งขันในปารีสจะจบลงด้วยการยกระดับตำนานของเธอให้เหนือไปจากสถิติเดิมที่มีอยู่

ซีโมนยังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่คว้า 5 เหรียญทองในรายการการแข่งขันยิมนาสติกลีลา ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่แข่งขันในโอลิมปิก

แม้ว่า ลาริซา ลาทีนนีนา จากรัสเซียครอบครอง 9 เหรียญทองจากผลงานของเธอ แต่เธอไม่เคยชนะมากกว่า 4 เหรียญทองจากการแข่งขันเดียวกัน

มิฮายิน โลเปซ (คิวบา)

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มิฮายิน โลเปซ จากคิวบา เป็นหนึ่งในนักกีฬาชาวละตินอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่และกำลังรุ่งโรจน์อย่างมาก

มิฮายิน โลเปซ อายุ 41 ปี มีน้ำหนัก 130 กิโลกรัม และเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งที่ 6 แล้ว เขาเป็นหนึ่งใน 6 นักกีฬาที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 4 เหรียญติดต่อกันเป็นประวัติศาสตร์ ครั้งแรกเกิดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ปี 2008 และครั้งสุดท้ายที่กรุงโตเกียวในปี 2020 เมื่อมีอายุได้ 38 ปี

ชัยชนะดังกล่าวส่งผลให้เขาเป็นบุคคลสำคัญของวงการกีฬาคิวบาและภูมิภาคละตินอเมริกา รวมทั้งได้ฉายาว่า “ยักษ์ใหญ่แห่งเกือกม้า” แต่อย่างไรก็ตามโลเปซประกาศอย่างเป็นทางการว่า เขาจะเกษียณจากการเล่นกีฬาหลังการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงปารีสสิ้นสุดลง

หากเขาชนะและคว้าเหรียญทองในครั้งนี้มาได้ โลเปซจะกลายเป็นนักกีฬามวยปล้ำเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่คว้า 5 เหรียญทอง รวมถึงเป็นชาวละตินอเมริกาคนแรกที่ทำได้ในชนิดแข่งขันกีฬาใด ๆ ของโอลิมปิกก็ตาม

เฟธ คิปเยกอน (เคนยา)

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เฟธ คิปเยกอน ได้ชื่อว่าเป็นราชินีการวิ่งระยะกลาง

ราชินีแห่งการวิ่งระยะทาง 1,500 เมตร เริ่มต้นวิ่งด้วยเท้าเปล่าในเคนยาบ้านเกิดของเธอ แต่ในไม่ช้าพรสวรรค์ในการวิ่งระยะกลางก็เผยโฉมให้เห็น เมื่อเธอชนะการแข่งขันทุกรายการภายในประเทศ

นักวิ่งหญิงผู้นี้เริ่มครองบัลลังก์สถิติการวิ่งระยะกลางนับตั้งแต่การแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงริโอ เด จาเนโร ซึ่งเธอได้รับเหรียญทองเป็นครั้งแรก และพิชิตความสำเร็จอีกครั้งในการแข่งขันที่กรุงโตเกียวเมื่อปี 2020

คิปเยกอนไม่ได้เป็นเพียงผู้ครอบครอง 2 เหรียญทองเท่านั้น แต่ในช่วงปีเดียวกัน เธอยังสามารถทำลายสถิติโลกได้ใน 3 รายการ โดยในปี 2023 เธอทำลายสถิติวิ่ง 1,500 เมตร, 1,602 เมตร และ 5,000 เมตร (ซึ่งเพิ่งถูกทำลายโดย กูดาฟ เซเกย์ นักวิ่งชาวเอธิโอเปีย)

ในวัย 30 ปี เธอหวังว่าจะสามารถคว้าเหรียญทองเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในรายการวิ่งระยะ 1,500 เมตร ซึ่งไม่เคยมีผู้หญิงคนใดทำได้มาก่อน

โนอาห์ ไลล์ส (สหรัฐอเมริกา)

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โนอาห์ ไลล์ส หวังว่าจะเป็นผู้ชนะในการวิ่งผลัด 100 เมตร, 200 เมตร และ 4x100

สี่ปีแห่งการรอคอย กว่าการแข่งขันของนักกีฬาราว 10,500 คน ระยะเวลาสองสัปดาห์จะเริ่มต้นขึ้น แต่มีการแข่งขันเพียงรายการเดียวที่สู้กันไม่ถึง 10 วินาที นั่นคือการวิ่งพื้นราบระยะ 100 เมตร ซึ่งเป็นจุดสนใจของการแข่งขันโอลิมปิกปีนี้ และถ้าหาก โนอาห์ ไลล์ส นักวิ่งชาวอเมริกัน สามารถคว้าชัยชนะมาได้ เขาจะกลายเป็นผู้ชายที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

เขายังเป็นตัวเต็งที่จะคว้าเหรียญทองในการแข่งขันความเร็วอีกสองรายการ ได้แก่ การวิ่งระยะ 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100

ปัจจุบัน ไลล์สเป็นแชมป์โลกในรายการประเภทนี้อยู่แล้ว และเป็นผู้ชายคนแรกที่สามารถคว้าชัยมาได้นับตั้งแต่ ยูเซน โบลต์ ตำนานแชมป์โอลิมปิกเคยทำไว้ในการแข่งขันชิงแชมป์ระดับโลกเมื่อปี 2015

มารีอานา ปาฮอน (โคลัมเบีย)

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เป้าหมายของมารีอานา คือ การคว้าเหรียญรางวัล

ราชินีแห่งการแข่งขันจักรยานประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX) เป็นชาวโคลอมเบียคนแรกที่คว้า 2 เหรียญทองติดต่อกันในการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงลอนดอนเมื่อปี 2012 และกรุงริโอเมื่อปี 2016

นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้หญิงละตินอเมริกาคนแรกที่ประสบความสำเร็จในกีฬาประเภทเดี่ยว และเธอเกือบจะแซงหน้าตัวเองด้วยการคว้าเหรียญทองเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันในการแข่งขันที่กรุงโตเกียวเมื่อปี 2020 แต่ถูก กูดาฟ เซเกย์ นำไปก่อน

แม้ว่าเส้นทางสู่ปารีสจะไม่หอมหวานเหมือนครั้งอื่น ๆ แต่ชาวโคลอมเบียวัย 32 ปี หวังว่าจะได้ครองตำแหน่งแชมป์ BMX เป็นครั้งที่ 3 และทำให้เธอขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการกีฬา

เท็ดดี ไรเนอร์ (ฝรั่งเศส)

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เท็ดดี ไรเนอร์ (ชุดขาว) ชนะ 3 เหรียญทองจากโอลิมปิก

เมื่อเราพูดถึงราชาแห่งวงการกีฬาอย่างไมเคิล จอร์แดนในบาสเก็ตบอล หรือเปเล่ในฟุตบอล บางทีเราควรรวม เท็ดดี ไรเนอร์ นักกีฬาชาวฝรั่งเศสซึ่งเป็นตำนานแห่งวงการกีฬายูโดอย่างแท้จริงเข้าไปด้วย

ไรเนอร์ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 36 ปี ครองสถิติคว้า 3 เหรียญทองในรุ่นมากกว่า 100 กิโลกรัม (ทั้งจากประเภทเดี่ยว 2 เหรียญ และประเภทกลุ่ม 1 เหรียญ) นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ที่คว้าแชมป์ยูโดโลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยจำนวน 11 เหรียญทอง

ตอนนี้ เขาหวังว่าจะได้จบอาชีพในวงการกีฬาลงอย่างยอดเยี่ยมภายในประเทศบ้านเกิดของเขา ด้วยการคว้าเหรียญทองครั้งที่ 3 ในกีฬายูโดประเภทเดี่ยว เพื่อพลิกช่วงเวลาที่เลวร้ายของเขาในการแข่งขันที่กรุงโตเกียวเมื่อปี 2020 ซึ่งคว้าได้เพียงเหรียญทองแดงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ชื่อของไรเนอร์ได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการยูโดอยู่แล้ว แต่เกมการแข่งขันที่กรุงปารีสจะปิดฉากอาชีพของเขาได้สวยงาม หากคว้าเหรียญทองมาได้ตามหวัง

เชลลี-แอน เฟรเซอร์-ไพรซ์ (จาเมกา)

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

นานแล้วที่ไม่มีผู้หญิงคนใดเร็วเท่า เชลลี-แอน เฟรเซอร์-ไพรซ์ ซึ่งเป็นราชินีแห่งการแข่งขันวิ่งระยะ 100 เมตร ในโอลิมปิกกรุงลอนดอน ปี 2012 และกรุงริโอ ปี 2016 รวมถึงคว้าเหรียญทองในการวิ่งผลัด 4x100 เมตรในการแข่งขันที่กรุงโตเกียว ปี 2020

แต่เมื่อคิดว่าเธอจะเกษียณอาชีพนักวิ่งเสียแล้ว หญิงชาวจาเมกาผู้นี้ก็คว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลกซึ่งจัดขึ้นที่กรุงบูดาเปสต์เมื่อปีก่อน

แม้ว่านักวิ่งลมกรดชาวอเมริกันที่ชื่อว่า ชาคาร์รี ริชาร์ดสัน จะคว้าเหรียญทองที่กรุงบูดาเปสต์มาได้ และเป็นคู่แข่งขันที่สูสีของเธอ แต่เฟรเซอร์ ไพรซ์ หวังว่าจะสร้างสถิติใหม่ได้และสามารถคว้า 3 เหรียญทองในการแข่งขันวิ่งระยะ 100 เมตร ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่มีผู้หญิงคนใดทำได้จนถึงตอนนี้