อาการเมาจากการเคลื่อนไหว อย่าง เมารถ เมาเรือ เกิดจากอะไร มีวิธีการรักษาอย่างไร ?

Woman suffering from motion sickness in a car

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อาการเมาจากการเคลื่อนไหว เกิดขึ้นเมื่อสมองได้รับสัญญาณผสมทำให้เกิดการตัดการเชื่อมต่อในการรับรู้การเคลื่อนไหวของเรา
    • Author, กาดา นาสเซฟ
    • Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส

สำหรับบางคน แค่คิดว่าจะต้องเดินทางโดยเครื่องบิน รถไฟ หรือรถยนต์ ก็ทำให้พวกเขาวิตกกังวลแล้ว

ความหวาดกลัวจากอาการเมาเพราะการเคลื่อนไหว (Motion Sickness) บดบังความฝันทั้งหมดของวันหยุดพักผ่อน และสามารถทำให้การเดินทางในชีวิตประจำวันกลายเป็นฝันร้าย

อาการเมาจากการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเมื่อสมองรับสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ระหว่างสิ่งที่ตาเรามองเห็นกับสิ่งที่ร่างกายรับรู้ได้เมื่อเราอยู่กับที่ (เช่น นั่งอยู่ในรถ) แต่แท้จริงแล้วกำลังเคลื่อนไหว (อยู่ระหว่างการเดินทาง) ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรานั่งอยู่ในรถที่กำลังเคลื่อนที่ ร่างกายของเราจะหยุดนิ่ง แต่ดวงตาของเราสามารถมองเห็นวัตถุที่เคลื่อนไหวได้

ร่างกายของผู้ที่มีอาการเมาเพราะการเคลื่อนไหวจะมีปฏิกิริยาต่อข้อความผสมที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ และรู้สึกไม่สบายทั่วไป บางคนอาจมีอาการรุนแรงมากจนต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางไกล ขณะที่หลายคนยังคิดหาวิธีการรักษาภาวะนี้ด้วยความหวังว่ามันจะหายไปได้อย่างอัศจรรย์ แต่อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ และจะรักษาอาการนี้ได้อย่างไร ?

อาการเมาจากการเคลื่อนไหวเกิดจากอะไร ?

.

เพื่อให้เข้าใจว่า เหตุใดจึงเกิดอาการเมาจากการเคลื่อนไหวขึ้น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสมองของเราประมวลผลสัญญาณประสาทสัมผัสที่ได้รับจากร่างกายเช่นไร

สมองรับสัญญาณประสาทสัมผัสอย่างต่อเนื่องผ่านหูชั้นในและการรับรู้อากัปกิริยา (proprioceptive) ผ่านตัวรับในกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อต่าง ๆ เมื่อเกิดการเคลื่อนไหวของร่างกาย

หูชั้นในเป็นศูนย์กลางของความสมดุล พวกมันเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เรียกว่าระบบการทรงตัว ซึ่งประกอบด้วยหลอดครึ่งวงกลม 3 คู่ และถูก 2 อันที่เรียกว่ากระเปาะยูติเคิลและแซคคูล โดยพวกมันมีหน้าที่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและตำแหน่งของร่างกายไปยังสมอง

ช่องครึ่งวงกลมมีของเหลวที่เคลื่อนที่เมื่อคุณหันศีรษะ พวกมันจะตรวจจับทิศทางการเคลื่อนไหวของศีรษะ เช่น เอียงขึ้นหรือเอียงลง ไปทางซ้ายหรือขวา หรือหันไปด้านข้าง ขณะที่กระเปาะแซคคูลและยูติเคลนั้นอ่อนไหวต่อแรงโน้มถ่วง พวกมันจะบอกสมองเมื่อร่างกายเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ถอยหลัง ด้านข้าง หรือขึ้น-ลง

เมื่อดวงตาของคุณเห็นสิ่งหนึ่ง แต่กล้ามเนื้อกลับรู้สึกอีกแบบ และหูชั้นในของคุณกลับสัมผัสถึงอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป สมองของเราจะได้รับข้อความที่ผสมปนเป ซึ่งสัญญาณประสาทสัมผัสที่ไม่ตรงกันเช่นนี้ทำให้เกิดอาการเมาจากการเคลื่อนไหว (Motion Sickness)

ยกตัวอย่างเช่น สมมติคุณกำลังนั่งรถ วัตถุต่าง ๆ จะเข้ามาในแนวการมองเห็นและหลุดไปจากสายตา ทำให้ดวงตาบอกกับสมองว่าคุณกำลังเคลื่อนไหว แต่หูชั้นในของคุณ รวมถึงปลายประสาทในกล้ามเนื้อและข้อต่อรู้สึกว่าคุณกำลังนั่งอยู่ มันจึงเป็นการอยู่กับที่ ดังนั้นข้อความที่สมองได้รับจึงขัดแย้งกัน

ในทางกลับกัน หากคุณอยู่บนเรือหรือเครื่องบิน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจตรงกันข้ามได้ เพราะหูชั้นในและกล้ามเนื้อของคุณจะตรวจจับการเคลื่อนไหว แต่สายตากลับเห็นเส้นขอบฟ้าหยุดนิ่งอยู่กับที่ ดังนั้นประสาทสัมผัสหนึ่งจึงรู้สึกถึงความเคลื่อนไหว ขณะที่อีกประสาทสัมผัสหนึ่งกลับไม่รู้สึกอะไร มันจึงส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ รู้สึกไม่สบาย และสับสนมึนงง

อาการเมาจากการเคลื่อนไหวเป็นอย่างไร ?

อาการเมาจากการเคลื่อนไหวทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และแย่ลงหากการเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดอาการนั้นยังไม่หยุด

อาการดังกล่าว ประกอบด้วย

  • เวียนศีรษะ รู้สึกวิงเวียน เสียสมดุล หรือรู้สึกตัวหมุน
  • รู้สึกไม่สบาย (คลื่นไส้)
  • อาเจียน
  • ปวดหัว
  • ตัวซีด
  • เหงื่อออก
  • เหนื่อยล้า

โดยปกติแล้วมันใช้เวลาประมาณ 20 นาทีกว่าอาการจะหายไปเอง หรือจนกว่าจะถึงฝั่งตามที่กะลาสีเรืออาจเคยบอกไว้

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจใช้เวลา 24 ชั่วโมงถึงจะบรรเทาไปได้

ใครมีแนวโน้มจะเกิดอาการนี้ ?

A child suffering from motion sickness in the back seat of a car

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เด็กเล็กเสี่ยงมีอาการเมาจากการเคลื่อนไหวมากกว่าผู้ใหญ่

ไม่ว่าใครก็สามารถเกิดอาการเมาจากการเคลื่อนไหวได้ แต่บางคนอาจอ่อนไหวต่อภาวะนี้มากกว่าคนอื่น ๆ เช่น เด็กอายุระหว่าง 2-12 ปี ผู้หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีประวัติเป็นไมเกรน

ที่น่าสนใจคือ ทารกมีภูมิคุ้มกันต่ออาการเมาดังกล่าวเกือบทั้งหมด โดย จอห์น โกลดิง ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาประยุกต์จาก ม.เวสต์มินส์เตอร์ ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร กล่าวว่า น่าจะเป็นเพราะสมองยังไม่รับให้เข้ากับความสัมพันธ์ระหว่างดวงตา หู และบทบาทการตรวจจับการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของอวัยวะเหล่านั้น

ศ.โกลดิงยังบอกด้วยว่า พันธุกรรมก็ส่งผลต่ออาการเมาจากการเคลื่อนไหวด้วย โดยพบว่า มากถึง 65% ของผู้ที่เกิดอาการดังกล่าว ต่างได้รับการสืบทอดภาวะนี้มาอีกทอดหนึ่ง

มีวิธีบรรเทาอาการนี้อย่างไร ?

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ และนี่คือเคล็ดลับบางประการที่ช่วยป้องกันอาการเมาจากการเคลื่อนไหวได้

ก่อนเดินทาง:

  • หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักหรืออาหารรสจัด
  • จำกัดการบริโภคคาเฟอีนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • นอนหลับให้เพียงพอ

ระหว่างการเดินทาง

  • เลือกที่นั่งอย่างระมัดระวัง ควรนั่งด้านหน้าของรถ และเลือกที่นั่งริมหน้าต่างที่หันไปข้างหน้าหากโดยสารเรือหรือรถไฟ
  • มองไปที่เส้นขอบฟ้า
  • หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวศีรษะอย่างกะทันหัน
  • หากเป็นไปได้ให้เปิดหน้าต่างเพื่อเพิ่มอากาศบริสุทธิ์
  • ห้ามอ่านหนังสือ ชมภาพยนตร์ หรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • เบี่ยงเบนความสนใจด้วยการฟังเพลง หรือกิจกรรมอื่น ๆ
  • หลับตา
  • ดื่มน้ำให้มาก ๆ

น้ำขิง

Ginger tea

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, น้ำขิงสักถ้วยอาจช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้

การศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า ขิง ซึ่งอาจรับประทานในรูปแบบเม็ด บิสกิต หรือชา สามารถช่วยลดอาการอาเจียนและมึนหัวได้

อย่างไรก็ตาม ศ.โกลดิง บอกว่าผลการศึกษายังเห็นต่างกันในแง่นี้ และอธิบายว่า หากขิงช่วยบรรเทาอาการได้ อาจเป็นเพราะ “สารออกฤทธิ์ที่ช่วยให้ลำไส้สงบลง ดังนั้นมันอาจไม่ได้หยุดอาการเมาจากการเคลื่อนไหวได้โดยตรง แต่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น”

ควบคุมการหายใจ

การควบคุมลมหายใจทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่หายใจในอัตราสม่ำเสมอ หรือให้อยู่ในอัตราปกติ

ศ.โกลดิง แนะว่า การหายใจที่สม่ำเสมอมีประโยชน์พอ ๆ กับการรับประทานยาแก้แพ้เพื่อต้านอาการเมาจากการเคลื่อนไหวในปริมาณครึ่งเม็ด นอกจากนี้มันยังฟรีและไม่มีผลข้างเคียงจากการใช้ยา

เขาบอกว่า การหายใจทำให้สมองหันเหความสนใจไปเรื่องอื่น ขณะเดียวกันมันก็ช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ด้วย

การกดจุดและสวมสายรัดข้อมือ

สิ่งเหล่านี้น่าจะได้ผลเช่นกัน โดยใช้แรงกดลงไปยังจุดสำหรับกดจุด แต่งานศึกษาส่วนใหญ่ชี้ว่ามันไม่ได้ผลกับคนส่วนใหญ่

รับประทานยาแก้อาการเมา

ยาแก้อาการเมาจากการเคลื่อนไหวนั้นทำงานได้โดยป้องกันไม่ให้เกิดอาการมากกว่าจะรักษาอาการให้หายขาด ด้วยเหตุนี้ จึงต้องรับประทานยาใด ๆ ในห้วงเวลาที่เพียงพอให้มันออกฤทธิ์ โดยทั่วไปคือ 30-60 นาทีก่อนการเดินทาง เพื่อให้ยาถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด

ศ.โกลดิง อธิบายว่า อาการเมาจากการเคลื่อนไหวทำให้เกิดภาวะกระเพาะอาหารหยุดนิ่ง ทำให้ใช้เวลานานกว่ามันจะส่งอาหารต่อไปยังลำไส้ ดังนั้นหากคุณรับประทานยาเม็ดในขณะที่รู้สึกไม่สบาย มันก็จะไม่ถูกดูดซึม ส่งผลให้ยามีประสิทธิภาพน้อยลง

ในทางกลับกัน แผ่นแปะป้องกันอาการเมาจากการเคลื่อนไหว ทำงานช้ากว่ายาเม็ด เนื่องจากยาในนั้นถูกดูดซึมผ่านผิวหนัง ดังนั้นจึงควรใช้มันประมาณ 10 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

ด้านระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) แนะนำว่าผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 10 ปี สามารถใช้แผ่นแปะได้

อาการเมาจากการเคลื่อนไหวต่างจากอาการมึนหัวอย่างไร

A woman suffering from vertigo

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อาการเวียนศีรษะส่งสัญญาณผิด ๆ ทำให้เกิดอาการบ้านหมุน ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุ

บางครั้งอาจเกิดความสับสนระหว่างอาการเมาจากการเคลื่อนไหวและอาการเวียนศีรษะ เนื่องจากมันมีอาการคล้ายกัน

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองมีความแตกต่างชัดเจนหลายประการ ดังนี้

  • อาการเวียนศีรษะสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ในยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่หรือไม่ และมันยังเกิดตอนที่คุณนอนราบได้ด้วย
  • อาการเวียนศีรษะทำให้รู้สึกถึงการหมุนที่รุนแรงและผิดปกติ ซึ่งมักเกิดเมื่อคุณขยับศีรษะ
  • โดยปกติจะเกิดขึ้นในระยะสั้น ๆ เป็นเวลาหลายวินาที
  • มักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ
  • โดยปกติเกิดจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับของเหลวของหูชั้นใน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทรงตัว

ดังนั้น มันจึงดีกว่าหากเราเตรียมตัวและวางแผนล่วงหน้าเพื่อหาทางรับมือกับอาการเมาจากการเคลื่อนไหว และอย่างที่ผู้ป่วยบางคนพูดไว้ว่า อย่าปล่อยให้อาการเหล่านี้มากำหนดการใช้ชีวิตของคุณ