ทำไมนิวซีแลนด์ต้องสนับสนุนเด็กให้ไล่ฆ่าแมวจรจัด

การแข่งขันให้เด็กไล่ล่าและฆ่าแมวจรจัด ถูกยกเลิก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การแข่งขันให้เด็กไล่ล่าและฆ่าแมวจรจัด ถูกยกเลิก

การแข่งขันล่าแมวจรจัดสำหรับเด็ก ๆ ในนิวซีแลนด์ ถูกยกเลิก หลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ผู้จัดกิจกรรมล่าแมวจรจัดประจำปี ถูกต่อว่าอย่างหนักจากสังคมนิวซีแลนด์ หลังประกาศประเภทการแข่งขันใหม่ สำหรับเด็กอายุ 14 ปี เพื่อไล่ล่าแมวจรจัด

สังคมนิวซีแลนด์พิจารณาว่า แมวจรจัดเป็นสัตว์รบกวน และเป็นภัยต่อความปลอดภัยทางชีวภาพ

แม้ทางผู้จัดกิจกรรมไม่ได้บอกให้เด็ก ๆ ฆ่าแมว แต่กิจกรรมนี้ผลักดันให้มีการฆ่าแมวจรจัดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อแลกรางวัล

ยกตัวอย่างกิจกรรมเมื่อปีที่แล้ว เด็กที่ฆ่าแมวจรจัดได้มากที่สุดในช่วงระหว่างกลางเดือน เม.ย. ถึงปลายเดือน มิ.ย. จะได้รับเงินรางวัล 5,300 บาท

กลุ่มรณรงค์ด้านสวัสดิภาพสัตว์ประณามกิจกรรมลักษณะนี้ในทันที

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (18 เม.ย.) สมาคมเพื่อการป้องกันความทารุณกรรมต่อสัตว์ในนิวซีแลนด์ ระบุว่า รู้สึกโล่งใจที่ “ประเภทการแข่งขันที่ให้เด็กไล่ยิงแมวจรจัด” จะไม่ได้ไปต่อ

ผู้แทนของสมาคมฯ บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ คงไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่า “มันเป็นแมวที่ดุร้าย แมวจรจัด หรือแค่แมวบ้านที่หวาดกลัว”

กิจกรรมนี้ยังก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่า แมวบ้าน หรือแมวที่เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง จะตกเป็นเป้าหมายและถูกฆ่าโดยไม่ตั้งใจ

“เราควรสอนเด็ก ๆ ของเรา ให้มีความเมตตาต่อสัตว์ ไม่ใช่มอบอาวุธให้พวกเขาไปฆ่าพวกมัน” โฆษกมูลนิธิ เซฟ ด้านสวัสดิภาพสัตว์ บอกกับสำนักข่าวท้องถิ่น

แมวจรจัดและแมวป่า ฆ่านกพื้นถิ่นจำนวนมากในแต่ละปี

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แมวจรจัดและแมวป่า ฆ่านกพื้นถิ่นจำนวนมากในแต่ละปี

สำหรับกิจกรรมที่ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์นี้ มีกำหนดจัดในเดือน มิ.ย. เพื่อระดมเงินสนับสนุนให้โรงเรียนท้องถิ่นในเมืองนอร์ทแคนเทอร์เบอรี บนเกาะใต้ หรือ เซาท์ไอส์แลนด์ ซึ่งถือเป็นแถบชนบทของนิวซีแลนด์ ซึ่งการล่าสัตว์ได้รับความนิยมสูง

การแข่งขันในแต่ละปี จะมีผู้เข้าร่วมหลายร้อยคน รวมถึงเด็กด้วย แข่งกันฆ่าหมูป่า กวาง และกระต่าย อย่างไรก็ดี ผู้จัดกิจกรรมที่มีชื่อว่า “การแข่งล่าสัตว์นอร์ทแคนเทอร์เบอรี” ประกาศยกเลิกกิจกรรมล่าแมว หลังยอมรับว่า ได้รับอีเมลที่ “เลวร้ายและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”

“เราเสียใจและต้องขอโทษสำหรับคนที่ตื่นเต้นที่จะได้มีส่วนร่วมในการปกป้องนกพื้นถิ่น และสัตว์สปีชีส์ต่าง ๆ ของเรา” ผู้จัดการแข่งขันระบุในเฟซบุ๊ก

มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ยกเลิกการจัดกิจกรรมแข่งล่าแมวจรจัดกว่า 100 ครั้ง หลายคนปกป้องกิจกรรมนี้ว่า การล่าแมวจรจัดสามารถ “ควบคุมได้” และ “ถ้าคนรู้ว่าแมวป่าและแมวจรจัดในแถบนี้ สร้างความเสียหายแค่ไหน”

“พวกแมวจรจัด ส่งผลกระทบต่อไร่สวนของเราด้วย แมวป่าเป็นพาหะนำโรค... เราจะไล่ยิงพวกมันต่อไป ทันทีที่เห็น”

ประเมินว่า นิวซีแลนด์มีแมวเลี้ยงกว่า 1.2 ล้านตัว แต่มีแมวจรจัด มากกว่าตัวเลขนี้ 2 เท่า หรือกว่า 2.4 ล้านตัว

มาตรการควบคุมประชาชนแมวจรจัด เป็นหัวข้อโต้เถียงอย่างดุเดือดในนิวซีแลนด์ เพราะในมุมหนึ่ง แมวจรจัด ถือเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์พื้นถิ่นหลายชนิด

กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ คือ ราชสมาคมเพื่อการปกป้องป่าและนก ประเมินว่า แมวจรจัดฆ่านกพื้นถิ่นกว่า 1.1 ล้านตัวทุกปี ไม่นับนกที่ไม่ใช่นกประจำถิ่นอีกหลายสิบล้านตัว

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ดร. เฮเลน แบล็กกี บอกกับสถานีวิทยุนิวซีแลนด์ว่า แมวจรจัด ทำให้สปีชีส์นกสูญพันธุ์ไปแล้ว 6 สปีชีส์ รวมถึงทำให้ประชากรค้างคาว กบ และกิ้งก่า ลดลงอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น แมวจรจัดและแมวป่ายังเป็นพาหะนำโรคท็อกโซพลาสโมซิส หรือโรคไข้ขี้แมว ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแกะของนิวซีแลนด์อย่างมาก