ทักษิณหวนคืนเชียงใหม่ “บ้านเกิด-เรือนตาย-อดีตเมืองหลวงเพื่อไทย”

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
รมว.ยุติธรรม ยืนยันกำหนดการ “กลับบ้านเกิด” ของ ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งจะถือเป็นการปรากฏตัวในพื้นที่สาธารณะเป็นครั้งแรกนับจากได้รับการพักโทษครบเดือนพอดี
วันนี้ (12 มี.ค.) พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมคุมประพฤติว่า ระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค. ทักษิณ ชินวัตร ขออนุญาตเดินทางไป จ.เชียงใหม่ เพื่อพบแพทย์ทางเลือก และเยี่ยมญาติบรรพบุรุษ ซึ่งทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่ห้ามออกนอกประเทศ
ส่วนจะถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่นั้น รมว.ยุติธรรม “ไม่ได้มองในประเด็นนั้น” เนื่องจากการเดินทางจะมีพยาบาลไปด้วย เพื่อไปพบแพทย์ทางเลือก
ก่อนหน้านี้ สื่อมวลชนทุกแขนงรายงานตรงกันว่า ทักษิณ มีกำหนดเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ระหว่าง 14-16 มี.ค. เพื่อทำบุญและเคารพสถูปบรรจุอัฐิบรรพบุรุษตระกูลชินวัตร ที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง และจะพักที่บ้านพักภายในสนามกอล์ฟ ซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ อ.แม่ริม
แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) บุตรสาวคนเล็กของ ทักษิณ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อ 5 มี.ค. โดยยอมรับว่าบิดาของเธอพูดว่า “อยากไปบ้านเกิดนานแล้ว... อยากไปไหว้บรรพบุรุษ ระหว่างที่คุณพ่ออยู่ต่างประเทศ พี่สาวได้เสียชีวิต ยังไม่เคยได้ไปไหว้”
ทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อ 22 ส.ค. 2566 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรม ทว่าไม่ได้นอนเรือนจำแม้แต่คืนเดียว ก็ถูกย้ายตัวไปรักษาอาการป่วยที่ รพ.ตำรวจ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการ “ติดคุกทิพย์” “สองมาตรฐาน” และ “นิติรัฐอภิสิทธิ์”

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
นักโทษชายวัย 74 ปี ได้รับการการพักการลงโทษตามระเบียบกรมราชทัณฑ์เมื่อ 18 ก.พ. 2567 ได้ออกมากิน-อยู่-หลับนอน-ใช้ชีวิตที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ถ.จรัญสนิทวงศ์ 69 กรุงเทพฯ เป็นเวลา 25 คืน (18 ก.พ.-13 มี.ค.) ก่อนเตรียมเปลี่ยนที่นอนไปที่เชียงใหม่ 2 คืน
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการใน จ.เชียงใหม่ และติดตามปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ระหว่าง 15-17 มี.ค. ก่อนไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.พะเยา 18-19 มี.ค. ทำให้ถูกจับตามองว่า 2 ผู้นำ จะมีโอกาสพบกันรอบ 2 หรือไม่
นายกฯ คนที่ 30 ต้องตอบคำถามในประเด็นนี้หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเขาปฏิเสธว่า ไม่ได้นัดหมายพบกับ ทักษิณ “เว้นเสียแต่ว่าจะไปทานข้าว หากว่างก็จะไป เพราะภารกิจของผมแน่นอยู่แล้ว”
ขณะที่เลขาธิการพรรค พท. และประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้กำชับ สส. ไม่ให้เดินทางไปพบ ทักษิณ ในวันประชุมสภา ทั้งนี้ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า “ยากที่จะมี สส. โดดไป ผมเชื่อว่าไม่มีใครไป นอกจากอดีต สส.”
บีบีซีไทยชวนทำความรู้จักพื้นที่ที่ถือเป็น รากเหง้า-เป้าหลอมตัวตน-ฐานที่มั่นทางการเมือง ของ ทักษิณ และตระกูลชินวัตร
บ้านเกิด
ทักษิณ ถือกำเนิดที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เมื่อ 26 ก.ค. 2492
เขาเป็นบุตรคนรองของ เลิศ-ยินดี ชินวัตร แต่เป็นบุตรชายคนโตจากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 10 คน
ละอ่อนน้อยชาวเหนือที่มีชื่อแปลว่า ใต้ เข้าเรียนอนุบาลที่ รร.อนุบาลหลังตลาดสันกำแพง และได้พบกับ “ครูควาย” หญิงสูงวัยที่ทำให้เขาเก่งวิชาคำนวณ ก่อนเรียนต่อในระดับประถมศึกษาที่ รร.ประชาบาลสันกำแพง แต่พอขึ้นชั้น ป.4 แม่ให้ย้ายไปเรียนที่ รร.มงฟอร์ตวิทยาลัย เพราะอยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ
ในวัยเด็ก นอกจากเที่ยวเล่นผจญภัยกับผองเพื่อน ด.ช.ทักษิณ ยังใช้ชีวิตในฐานะ “ลูกพ่อค้า” โดยมักติดสอยห้อยตาม-ไปช่วยงานบิดาในทุกหนแห่ง ตั้งแต่ยุคทำร้านกาแฟ สวนส้มเขียวหวาน ทำธุรกิจโรงหนัง ไปจนถึงอีกสารพัดกิจการ อาทิ รถเมล์เหลือง จำหน่ายรถสามล้อเครื่อง รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ฯลฯ
หนึ่งในคุณสมบัติอันโดดเด่นของ เลิศ คือ เป็นคนนำสมัย-ไม่หยุดนิ่ง เขาเป็นผู้นำเข้าตู้เย็นเครื่องแรกของ อ.สันกำแพง เพื่อใช้ทำน้ำแข็งใส่โอเลี้ยงขาย และยังเป็นเจ้าของเครื่องขูดมะพร้าวเครื่องแรกของอำเภอด้วย
สไตล์ “คิดล้ำ-ทำก่อน” ของ เลิศ ถ่ายทอดโดยตรงถึงบุตรชายคนโต ผู้เป็นเจ้าของคำขวัญ “คิดใหม่-ทำใหม่” เมื่อกระโจนเข้าสู่การเมืองเต็มขั้น
“พ่อเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อนิสัยใจคอของผมมากที่สุด” ทักษิณ เคยกล่าวเอาไว้
พื้นที่แจ้งเกิด “นายกฯ คนเหนือ”
หลังผ่านอะไรหลายอย่างในชีวิต ทั้งรับราชการตำรวจโดยครองยศ พันตำรวจโท (พ.ต.ท.) เป็นยศสุดท้าย, ทำธุรกิจจนกลายเป็นมหาเศรษฐีระดับหมื่นล้าน, มีตำแหน่งทางการเมืองในฐานะรองนายกรัฐมนตรี รมว.ต่างประเทศ และ สส.กทม. สังกัดพรรคพลังธรรม ทักษิณ ในวัย 49 ปี (ในขณะนั้น) ตัดสินใจก่อตั้งพรรคไทยรักไทย (ทรท.) เมื่อ 14 ก.ค. 2541 โดยถือเป็นพรรคการเมืองแรกที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ท่ามกลางกระแสปฏิรูปการเมือง

ที่มาของภาพ, LIGHTROCKET/GETTY IMAGES
เชียงใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยพี่น้อง ญาติมิตร เพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน ลูกค้า ของ ทักษิณ จึงถูกเลือกใช้เป็นสถานที่เปิดตัว-เปิดปราศรัยเวทีแรกของ “หัวหน้าพรรคคนเหนือ” ในเดือน ส.ค. 2541 ก่อนพัฒนาเป็นการขอเสียงสนับสนุนจากประชาชนชาวไทยให้โอกาส “แคนดิเดตนายกฯ ชาวเหนือ” หลังจากนั้น
สุดท้าย อดีตนักธุรกิจหมื่นล้านก็นำพรรคการเมืองน้องใหม่ “แจ้งเกิดทางการเมือง” ได้สำเร็จในการลงสนามเลือกตั้งครั้งแรกปี 2544 ส่ง ทักษิณ เข้าทำเนียบรัฐบาลในฐานะนายกฯ คนที่ 23 ของไทย
รัฐบาลทักษิณสามารถแปรนโยบายประชานิยมที่หาเสียงไว้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ดันกระแสนิยมในตัวผู้นำให้พุ่งถึงขีดสุด ก่อนสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เป็นรัฐบาลชุดแรกที่อยู่ครบเทอม 4 ปี (2544-2548) และยังสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้สำเร็จหลังการเลือกตั้งปี 2548 เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ชาติไทย ทำให้ ทักษิณ ได้ไปต่อเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนสนับสนุนจากมหาชนที่ลงคะแนนให้พรรค ทรท. สูงสุดถึง 19 ล้านเสียง
พื้นที่ “พักใจ” ท่ามกลางมรสุมการเมือง
อย่างไรก็ตาม ทักษิณ ต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงในเทอมที่ 2 ของการทำหน้าที่ประมุขฝ่ายบริหาร
หนึ่งในชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้คนในสังคมหลายภาคส่วนไม่อาจไว้วางใจเขาอีกต่อไป หนีไม่พ้น กรณีตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่กองทุนเทมาเสกของสิงคโปร์ มูลค่า 73,000 ล้านบาท เมื่อ 23 ม.ค. 2549 โดยไม่เสียภาษี แม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็ทำให้ถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมผู้ของนำ
กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งประท้วงขับไล่รัฐบาลทักษิณอยู่ก่อนหน้าแล้ว ใช้ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการชุมนุมร่วมกับข้อกล่าวหาอื่น ๆ อาทิ แทรกแซงสื่อ, แทรกซึมองค์กรอิสระ, ไม่จงรักภักดี, มีผลประโยชน์ทับซ้อน ฯลฯ สุดท้ายกระแสก็ “จุดติด”
ท่ามกลางแรงกดดันให้นายกฯ คนที่ 23 ลาออกจากตำแหน่ง ทักษิณ กลับเลือกใช้วิธียุบสภา 24 ก.พ. 2549 ทว่าต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรการเลือกตั้งของ 3 พรรคฝ่ายค้านที่ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง 2 เม.ย. 2549 จนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ใน 39 เขตเลือกตั้ง เนื่องจากผู้สมัคร สส. สังกัดพรรค ทรท. ได้คะแนนเสียงไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามรัฐธรรมนูญ 2540 ที่กำหนดให้ สส. ได้คะแนนเสียงเกิน 20% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น ๆ
แม้พรรค ทรท. ชนะการเลือกตั้งและมีคะแนนมหาชน 16 ล้านเสียง แต่ ทักษิณ จำต้องประกาศ “เว้นวรรคการเมือง” เมื่อ 4 เม.ย. 2549 โดยแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า "ผมขอถอยโดยการไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ผมจำเป็นจะต้องรักษาการตามรัฐธรรมนูญ.. ไปจนถึงกระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีในสภาเป็นที่เรียบร้อย" แต่นั่นไม่ทำให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลล่าถอย

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES
แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลและสถานที่ราชการ เปิดยุทธวิธี “ดาวกระจาย” โดยแตกตัวกันไปขับไล่ ครม. แบบซึ่ง ๆ หน้า ขณะที่มวลชนฝ่ายสนับสนุน ทักษิณ ก็เคลื่อนพลเข้า กทม. ให้กำลังใจนายกฯ ที่พวกเขาชื่นชอบ
ท่ามกลางแรงกดดันบนท้องถนนใจกลางกรุงเทพฯ ทักษิณ เดินหน้าเข้าหามวลชน-กลับไปหาความอบอุ่นที่บ้านเกิดใน จ.เชียงใหม่ ระยะสั้น ๆ
สุดท้ายการต่อสู้ในยกนั้นจบลงด้วยรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ขณะที่ ทักษิณ ร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ประเทศสหรัฐฯ และทำให้เขาตัดสินใจใช้ชีวิตในต่างแดนนับจากนั้น

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
“ผู้นำพเนจร” เดินทางกลับมาตุภูมิครั้งแรกเมื่อ 28 ก.พ. 2551 ในช่วงรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) เพื่อต่อสู้คดีทุจริตซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ซึ่ง ทักษิณ ตกเป็นจำเลยในคดีนี้ร่วมกับคุณหญิงพจมาน ภรรยา (ในขณะนั้น ก่อนหย่าร้างกัน)
ในช่วงพำนักอยู่ในไทยราว 5 เดือนเศษ ทักษิณ ไม่พลาดโอกาสกลับไปเยือนบ้านเกิดในช่วงสงกรานต์ 11-13 เม.ย. 2551 โดยมีทั้งอดีตลูกพรรค คนเสื้อแดง และประชาชนที่เรียกตัวเองว่า “คนรักทักษิณ” ไปรอต้อนรับ-ให้กำลังใจ-รดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย
ครั้งนั้น ทักษิณ และครอบครัวตระเวนทำบุญหลายวัดสำคัญใน จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน และทำบุญอัฐิบรรพบุรุษที่วัดโรงธรรมสามัคคี โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดภาคเหนือตอนบนนับพันคนเดินทางไปรอพบ-รอต้อนรับอย่างอบอุ่น
นั่นคือภาพที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีก่อน และอาจเกิดขึ้นอีกครั้งในอีก 2 วันข้างหน้า โดยแนวร่วมคนเสื้อแดงเชียงใหม่-เชียงราย-ลำพูน-พื้นที่ใกล้เคียง นัดหมายรวมตัวกันที่วัดโรงธรรมสามัคคี ในช่วงเช้าวันที่ 15 มี.ค. แม้ถึงตอนนี้พวกเขาจะยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสปะหน้า-เจอตัวอดีตนายกฯ ทักษิณ หรือไม่
สำหรับวัดโรงธรรมสามัคคี ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ต.ทรายมูล อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เป็นวัดที่ตระกูลชินวัตรให้การอุปถัมภ์ และใช้เป็นสถานที่เก็บอัฐิของสมาชิกในตระกูล ทั้งนี้ในช่วงที่ ทักษิณ พเนจรอยู่ต่างแดน เยาวลักษณ์ คล่องคำนวณการ พี่สาวคนโตของเขา ถึงแก่กรรมเมื่อ 22 มี.ค. 2552 โดยที่ ทักษิณ ไม่มีโอกาสมาร่วมงานศพ ก่อนที่ญาติ ๆ จะนำอัฐิของเธอมาเก็บรวมกับครอบครัวที่วัดแห่งนี้
“เรือนตาย” ของนายกฯ ตระกูลชินวัตร
นอกจากเชียงใหม่จะเป็นบ้านเกิดของ 2 นายกฯ คือ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภารกิจท้าย ๆ ของผู้นำการเมืองจากตระกูลชินวัตรยังเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ทำให้จังหวัดนี้คล้ายเป็น “เรือนตาย(ทางการเมือง)” ของพวกเขา
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย ทักษิณ และนายกฯ คนที่ 26 ผู้ไม่มีโอกาสเข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลแม้แต่วันเดียว เนื่องจากถูกกลุ่มพันธมิตรฯ ปิดล้อมเอาไว้เพื่อต่อต้าน “รัฐบาลนอมินี” ตั้งแต่ยุครัฐบาลสมัครต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลสมชาย
นายกฯ สมชาย นั่งทำหน้าที่ประชุม ครม. สัญจรที่ จ.เชียงใหม่ เป็นนัดสุดท้ายเมื่อ 2 ธ.ค. 2551 โดยหารู้ไม่ว่าจะเป็นนัดสั่งลา เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมและอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรค พปช. ชนิดไม่แจ้งคู่ความให้ทราบล่วงหน้า โดยมีคำสั่งให้ยุบพรรค พปช. และเพิกถอนสิทธิการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) 37 คน เป็นเวลา 5 ปี ในวันเดียวกัน (2 ธ.ค. 2551)
นั่นทำให้ สมชาย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปช. ต้อง “ตกเก้าอี้ข้ามจังหวัด”
ไม่ต่างจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวคนสุดท้องของ ทักษิณ และนายกฯ คนที่ 28 ในโมงยามที่เผชิญกับการชุมนุมขับไล่โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นาน 204 วัน ก่อนยุติลงด้วยรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 มีหลายจังหวะที่ “นายกฯ โคลนนิ่ง” ปลีกหนีลมร้อนการเมืองในกรุงเทพฯ ไปเดินสายไหว้พระ-ทำบุญ-ใช้ชีวิตที่ จ.เชียงใหม่
การต่อต้าน “รัฐบาลน้องสาว” มีชนวนเหตุจากการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมกรรมฉบับสุดซอย เมื่อ ต.ค. 2556 ซึ่งถูกตีเจตนาว่ามีเป้าหมายในการพา ทักษิณ กลับบ้าน ก่อนยกระดับเป็นการขับไล่รัฐบาล

ที่มาของภาพ, Getty Images
9 ธ.ค. 2556 ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภา แต่ยังต้องทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ต่อไป หลังจากนั้น 2 วัน รักษาการนายกฯ พ่วง รมว.กลาโหม เดินทางไปปฏิบัติราชการใน จ.เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงหลายวัน โดยมีคนเสื้อแดงนับพันมารอมอบดอกไม้ให้กำลังใจและส่งเสียงตะโกน “นายกฯ สู้ ๆ” ในสารพัดจุดที่เธอปรากฏตัว
7 พ.ค. 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ ยิ่งลักษณ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2550 จากกรณีใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติ โดยสั่งย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
4 วันหลังไร้สถานะทางการเมือง ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพ ยิ่งลักษณ์ กับบุตรชาย เดินเลือกซื้อของอยู่กลางห้างสรรพสินค้าใน อ.เมืองเชียงใหม่
ล่าสุดเมื่อเข้าสู่ยุค “ดีเอ็นเอทักษิณ” สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ปรากฏตัวแบบครบองค์ครั้งแรกนับจากยุคไทยรักไทย ในกิจกรรม “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” เมื่อ 10 ก.ย. 2565 เพื่อให้กำลังใจ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ซึ่งขณะนั้นรับหน้าที่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
“เชียงใหม่คือบ้านเกิดของคุณพ่อและคุณอา ทำให้หายคิดถึงกันได้นิดหนึ่ง...” แพทองธาร ปราศรัยต่อหน้าชาวเพื่อไทยและผู้สนับสนุน
บุตรสาวคนเล็กของ ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน ยังเผยความรู้สึกกับผู้สื่อข่าวหลังลงจากเวทีว่า “วันนี้คุณแม่มา ดีใจ ปกติจะให้ออกงานเป็นเรื่อง impossible (เป็นไปไม่ได้)” ก่อนที่ แพทองธาร จะกลายเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ของพรรคสีแดงในเวลาต่อมา ด้วยภารกิจนำพรรค พท. “แลนด์สไลด์” ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 ทว่าการณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย
(อดีต) เมืองหลวง “พรรคทักษิณ”
ถ้าย้อนดูสถิติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในรอบ 22 ปี หลังการเกิดขึ้นของพรรค ทรท. และพรรคลูกหลาน จะพบว่า “พรรคทักษิณ” ยึดกุมสภาพได้แทบทั้งหมด จนเชียงใหม่ถูกมองว่าเป็น “เมืองหลวง” ของพรรคสีแดง
กระทั่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปีก่อน นอกจากพรรค พท. จะถูกยัดเยียดความปราชัยในสนามเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรกนับจากกยุคพรรค ทรท. แล้ว ยังถูกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) “ตีแตก” ฐานที่มั่นการเมืองของตระกูลชินวัตรด้วย โดยพรรคสีส้มกวาด สส.เชียงใหม่ไปได้ถึง 7 คน และยังมีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สอดแทรกเข้ามาได้อีก 1 คน ส่วนพรรค พท. เหลือ สส. เพียง 2 คนเท่านั้น
- 2544 ทรท. กวาด สส.เขต 9 ที่นั่ง จากทั้งหมด 11 ที่นั่ง ได้คะแนนมหาชน (สส.ปาร์ตี้ลิสต์) 4.13 แสนเสียง หรือคิดเป็น 49.58%
- 2548 ทรท. กวาด สส.เขตยกจังหวัด 10 ที่นั่ง ได้คะแนนมหาชน (สส.ปาร์ตี้ลิสต์) 6.2 แสนเสียง หรือคิดเป็น 69.38%
- 2550 พปช. กวาด สส.เขต 9 ที่นั่ง จากทั้งหมด 11 ที่นั่ง ได้คะแนนมหาชน (สส.สัดส่วน) 4.7 แสนเสียง หรือคิดเป็น 55.50%
- 2554 พท. กวาด สส.เขตยกจังหวัด 10 ที่นั่ง ได้คะแนนมหาชน (สส.ปาร์ตี้ลิสต์) 6 แสนเสียง หรือคิดเป็น 66.02%
- 2562 พท. กวาด สส.เขต 10 ที่นั่ง จากทั้งหมด 11 ที่นั่ง ได้คะแนนมหาชน (สส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวกับ สส.เขต) 3.8 แสนเสียง หรือคิดเป็น 37.81%
- 2566 พท. เหลือ สส.เขต 2 ที่นั่ง จากทั้งหมด 10 ที่นั่ง ได้คะแนนมหาชน (สส.ปาร์ตี้ลิสต์) 3.5 แสนเสียง หรือคิดเป็น 32.93%

ที่มาของภาพ, SOPA Images/LightRocket/Getty Images
นอกจากสนามการเมืองระดับชาติ แม้แต่สนามการเมืองท้องถิ่น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ ทักษิณ ยินยอมจะสูญเสีย หากยังจำกันได้ในศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมื่อเดือน ธ.ค. 2563 ทักษิณ เคยร่อนจดหมายที่เขียนด้วยลายมือถึงชาวเชียงใหม่มาแล้วในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา เพื่อฝากฝังให้เลือก พิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นนายกฯ เล็ก แทนลูกน้องเก่าที่ตีจากไปสร้างดาวคนละดวง
เนื้อหาในจดหมายของ ทักษิณ เขียนเป็นภาษากลางสลับกับภาษาเมือง โดยระบุตอนหนึ่งว่า “ขออย่าได้ทิ้งผมนะครับ ผมอาจจะถูกทิ้งโดยนักการเมืองบางคนไปบ้าง ผมรู้สึกเฉย ๆ ครับ แต่ถ้าพี่น้องชาวเชียงใหม่บ้านเกิดของผมทิ้งผม ผมคงเสียใจมาก” และลงท้ายว่า “กึ้ดเติงหาเจียงใหม่บ้านเฮาขนาด”
การสื่อสารโดยตรงกับฐานเสียงของอดีตนายกฯ ทักษิณ ทำให้ พิชัย เข้าไปเป็นนายกฯ อบจ. ได้สมใจ
ข้อสังเกตจาก คปท.
การหวนคืนบ้านเกิดของ ทักษิณ ถูกจับจ้องเป็นพิเศษจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย พิชิต ไชยมงคล โดยเป็นแนวร่วมของกลุ่ม พธม. และ กปปส. ซึ่งติดตามกรณี ทักษิณ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงที่เป็น “ชายชั้น 14” ของ รพ.ตำรวจ
คปท. ตั้งข้อสังเกตไว้หลายประการ บีบีซีไทยขอสรุปความเอาไว้ ดังนี้
- อาจขัดกับที่คณะกรรมการพักการโทษ ระบุว่า ทักษิณ ป่วยจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่นี่สะท้อนว่ายังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือไม่
- เป็นการกระชับอำนาจมวลชนคนเสื้อแดงก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ หลังพรรค ก.ก. ลงพื้นที่เตรียมพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่น
- การลงพื้นที่ของนายกฯ เศรษฐา ที่ “ตรงกันพอดี” ตั้งใจหวังผลทางการเมืองหรือไม่
กรมคุมประพฤติอนุญาตให้ ทักษิณ ผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลางของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป โดยกำหนดเงื่อนไข “5 ให้ 5 ห้าม”
หนึ่งในจำนวนนี้คือ ห้ามออกนอกเขตจังหวัด หากมีกิจธุระจำเป็นต้องแจ้งผู้คุมประพฤติเพื่อขออนุญาต และต้องแจ้งกำหนดเวลาการไป-กลับ อยู่ยาวเป็นเดือนไม่ได้
อย่างไรก็ตาม คปท. อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อยื่นอุทธรณ์การพักโทษของ ทักษิณ
หมายเหตุ: ข้อมูลบางส่วน บีบีซีไทยเรียบเรียงจากหนังสือ “ทักษิณ อัศวินผู้ฆ่าตัวเอง” (สำนักพิมพ์มติชน, 2549)











