You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ปูตินจะเผชิญการพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามหรือไม่
แม้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court หรือ ICC) ในกรุงเฮก ของเนเธอร์แลนด์ จะออกหมายจับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียฐานก่ออาชญากรรมสงครามจากการยกทัพรุกรานยูเครน แต่นี่ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าขั้นแรกของกระบวนการที่แสนยาวนาน
องค์การสหประชาชาติแสดงความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ามีหลักฐานเพียงพอในการกล่าวโทษและเอาผิดประธานาธิบดีรัสเซียผู้นี้
อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีนี้ให้ลุล่วงไปได้นั้นจะต้องเผชิญกับปัญหาในเชิงปฏิบัติและการจัดการมากมาย
นี่คือรูปการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามต่อวลาดิเมียร์ ปูติน
ปูตินจะถูกจับกุมไหม
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันนายปูตินคือผู้กุมอำนาจเด็ดขาดในรัสเซีย ดังนั้นจึงไม่น่ามีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลรัสเซียจะส่งมอบตัวเขาให้แก่ ICC
ตราบใดที่นายปูตินยังอยู่ในรัสเซีย เขาจะไม่มีความเสี่ยงถูกจับกุม
นายปูตินอาจถูกจับกุมหากเดินทางออกนอกประเทศ แต่เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าเสรีภาพการเดินทางของเขาถูกจำกัดอย่างรุนแรงจากมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ ก็ไม่น่าจะมีแนวโน้มที่เขาจะเดินทางไปยังประเทศที่ต้องการนำตัวเขาขึ้นพิจารณาคดี
นับตั้งแต่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครนในเดือน ก.พ. 2022 นายปูตินเดินทางไปแค่ 8 ประเทศ โดยในจำนวนนั้น 7 ประเทศคือดินแดนใต้อิทธิพลของรัสเซีย ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต
ประเทศเดียวที่นายปูตินไปเยือนโดยที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศดังกล่าวคือ อิหร่าน ซึ่งเขาเดินทางเยือนเมื่อเดือน ก.พ.ปีก่อน เพื่อพบหารือกับอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
การที่อิหร่านเป็นพันธมิตรสำคัญในการช่วยรัสเซียทำสงครามในยูเครน ด้วยการสนับสนุนด้านโดรนและอาวุธยุทโธปกรณ์ จึงทำให้การเยือนกรุงเตหะรานไม่น่าจะทำให้นายปูตินถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ ICC
ปูตินจะเผชิญการพิจารณาคดีหรือไม่
มีอุปสรรคใหญ่อย่างน้อย 2 ประการที่จะขัดขวางการพิจารณาคดีของนายปูติน
ประการแรกคือรัสเซียไม่ได้ให้การยอมรับขอบเขตอำนาจของ ICC
ศาลแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 ด้วยสนธิสัญญาที่เรียกว่า ธรรมนูญกรุงโรม (Rome Statute) ซึ่งมีบทบัญญัติว่าเป็นภาระหน้าที่ของทุกรัฐภาคีที่จะใช้อำนาจศาลดำเนินคดีต่อผู้ก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศ ICC จะเข้าแทรกแซงเฉพาะกรณีที่รัฐเหล่านี้ไม่สามารถ หรือไม่ยอมดำเนินการสอบสวน หรือดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด
มีรัฐที่ร่วมเห็นชอบปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ทั้งสิ้น 123 ประเทศ ยกเว้นรัสเซีย
ขณะเดียวกันบางประเทศ เช่น ยูเครน และไทย ได้ร่วมลงมติสนับสนุนสนธิสัญญานี้แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันรับรองอย่างเป็นทางการ
ปัญหาใหญ่อีกประการคือ ICC ไม่มีกระบวนการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย โดยที่ไม่มีผู้ถูกกล่าวหาเข้าร่วมการพิจารณาในศาลด้วย นี่จึงทำให้โอกาสที่จะเอาผิดต่อนายปูตินในศาลแห่งนี้มีอยู่ริบหรี่
หมายจับปูตินมีผลอย่างไรต่อสงครามในยูเครน
การที่ ICC ออกหมายจับนายปูตินคือการส่งสัญญาณจากประชาคมโลกที่มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ICC ระบุว่า การประกาศออกหมายจับผู้นำรัสเซียต่อสาธารณะ เพราะอาชญากรรมนี้กำลังเกิดขึ้น นี่จึงเป็นความพยายามที่จะยับยั้งไม่ให้การก่ออาชญากรรมนี้ดำเนินต่อไป
ทว่าปฏิกิริยาของรัสเซียต่อเรื่องนี้คือการมองว่าหมายจับของ ICC ไม่มีความหมายใด ๆ
อันที่จริง รัฐบาลรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ากองทัพรัสเซียได้กระทำการโหดร้ายป่าเถื่อนในยูเครน และโฆษกของนายปูตินเรียกการตัดสินใจออกหมายจับของ ICC ว่าเป็นเรื่อง “เกินกว่าเหตุและยอมรับไม่ได้”
ปฏิกิริยาต่อต้านที่รุนแรงดังกล่าวบ่งชี้ว่าการกระทำใด ๆ ของ ICC ไม่น่าจะมีผลต่อการทำสงครามในยูเครนของรัสเซีย และ “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร” ของนายปูตินจะดำเนินต่อไปเพื่อบดขยี้ศัตรูอย่างไร้ความปราณี