ทำไมเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งทั่วโลกจึงสั่งแบน “แอร์บีแอนด์บี”

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลังจากที่ทางการนครบาร์เซโลนาของสเปน ได้ประกาศห้ามการให้เช่าที่พักระยะสั้นในทุกกรณี โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการดังกล่าวตั้งแต่สิ้นปี 2028 เป็นต้นไป หลายคนพากันสงสัยว่า คำสั่งดังกล่าวที่มุ่งจำกัดการเติบโตของธุรกิจอย่างแอร์บีแอนด์บี (Airbnb) และแพลตฟอร์มแบบเดียวกันที่ดำเนินการอยู่ตามเมืองท่องเที่ยวแห่งใหญ่ ๆ ของโลก จะส่งผลกระทบต่อเหล่านักเดินทางและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจาม์ โกลโบนี นายกเทศมนตรีนครบาร์เซโลนา ประกาศแผนยุติการให้เช่าที่พักระยะสั้นในเมืองท่องเที่ยวสำคัญดังกล่าว ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนพ.ย.ปี 2028 เพื่อแก้ไขสถานการณ์ยุ่งยากที่โกลโบนีเรียกว่า “ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของบาร์เซโลนา” อันได้แก่วิกฤตที่อยู่อาศัยเนื่องจากพลเมืองและแรงงานในท้องถิ่นถูกขับให้ต้องออกไปอยู่นอกเมือง เพราะราคาบ้านและค่าเช่าในตลาดอสังหาริมทรัพย์แพงขึ้นอย่างมาก ทำให้ทางการตัดสินใจส่งคืนอะพาร์ตเมนต์กว่าหมื่นห้อง ที่อยู่ในรายชื่อที่พักให้เช่าระยะสั้นของแอร์บีแอนด์บีและแพลตฟอร์มอื่น ๆ กลับสู่การซื้อขายให้เช่าระยะยาวในตลาดที่พักอาศัยตามปกติ
นครบาร์เซโลนาไม่ใช่สถานที่แห่งเดียวที่ตัดสินใจสั่งห้าม หรือวางกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเพื่อกำกับควบคุมการให้เช่าที่พักระยะสั้น โดยนับตั้งแต่เดือน ก.ย. ปี 2023 เป็นต้นมา การให้เช่าอะพาร์ตเมนต์ระยะสั้นในนครนิวยอร์กถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เว้นเสียแต่ว่าเจ้าของห้องจะลงทะเบียนกับทางการ และต้องอยู่ร่วมกับผู้เช่าในห้องดังกล่าวด้วยตลอดระยะเวลาการให้เช่า ซึ่งกฎเกณฑ์นี้มีขึ้นเพื่อบรรเทาความตึงเครียดจากวิกฤตที่อยู่อาศัยในนครนิวยอร์กเช่นกัน
ส่วนที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี ทางการเคยสั่งห้ามการให้เช่าที่พักระยะสั้นของแอร์บีแอนด์บีและแพลตฟอร์มที่คล้ายกันมาแล้วเมื่อปี 2014 แต่ภายหลังก็อนุญาตให้ธุรกิจดังกล่าวกลับมาดำเนินการได้ในปี 2018 โดยต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวด ส่วนบรรดาเมืองชายฝั่งของรัฐแคลิฟอร์เนียหลายแห่งรวมถึงเมืองซานตาโมนิกา ต่างมีคำสั่งแบนหรือไม่ก็ตั้งเงื่อนไขสำหรับการให้เช่าที่พักระยะสั้นให้ทำได้ยากยิ่งขึ้น
นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแนวโน้มเดียวกันทั้งโลก โดยธุรกิจแอร์บีแอนด์บีที่ครองความเป็นหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าระยะสั้น และมียอดการจองที่พักออนไลน์สูงกว่า 50% ของทั้งหมด รวมทั้งแพลตฟอร์มที่คล้ายกันอย่าง VRBO, Booking.com, หรือ Expedia.com ต่างถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ในขณะที่ผู้คนพากันตั้งคำถามว่า จุดประสงค์ของการท่องเที่ยวนั้นมีไว้เพื่ออะไร และจุดสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของคนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวควรจะอยู่ที่ตรงไหน
นับตั้งแต่เปิดตัวขึ้นในปี 2007 แอร์บีแอนด์บีคือผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงการเช่าที่พักระยะสั้นที่มีความยืดหยุ่นไม่ตายตัว ซึ่งผู้เช่าสามารถเดินทางไปพักผ่อนตามเมืองท่องเที่ยวแห่งใหญ่ ๆ ทั่วโลก โดย “ใช้ชีวิตเหมือนคนท้องถิ่น” ซึ่งเป็นบริการที่โรงแรมแบบมาตรฐานทั่วไปไม่สามารถจะมอบให้ลูกค้าได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มมีกระแสต่อต้านธุรกิจแบบแอร์บีแอนด์บี เนื่องจากเป็นตัวการทำให้ราคาบ้านและค่าเช่าที่พักอาศัยสูงขึ้นลิบลิ่ว ทั้งยังสร้างความไม่พอใจแก่คนท้องถิ่นผู้ประสบความเดือดร้อนรำคาญ เพราะจำต้องใช้ชีวิตอยู่ติดกับที่พักให้เช่าระยะสั้น ซึ่งเปรียบเสมือนโรงแรมที่ปราศจากกฎเกณฑ์ควบคุมดี ๆ นี่เอง แต่ก็น่าสงสัยว่าแวดวงการเดินทางท่องเที่ยวจะได้อะไรหรือเสียอะไรไป ถ้าจะไม่มีการให้เช่าที่พักระยะสั้นกันอีกแล้วในอนาคต
ลูซี เพอร์ริน บรรณาธิการเฉพาะกิจข่าวการท่องเที่ยว และผู้เชี่ยวชาญด้านการโรงแรมประจำนิตยสารไทมส์บอกว่า “การปล่อยเช่าระยะสั้น เปิดโอกาสให้คุณได้เข้าพักในสถานที่ซึ่งมีกลิ่นอายความเป็นของแท้มากกว่าโรงแรมทั่วไปนิดหน่อย ตามปกติแล้วที่พักแบบนี้มักจะไม่ค่อยเป็นระเบียบเรียบร้อยนัก แต่มอบประสบการณ์ความเป็นท้องถิ่นดั้งเดิม และราคาก็มักจะถูกกว่าด้วย ค่อนข้างเหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และนักเดินทางที่ชอบผจญภัยอยู่สักหน่อย ส่วนคนที่ถือคติปลอดภัยไว้ก่อน ซึ่งต้องการที่พักแบบที่รู้ล่วงหน้าว่าจะได้รับสินค้าและบริการแบบไหน ก็มักจะเลือกพักในโรงแรมมากกว่า”
เพอร์รินยังมองว่า หากกำจัดบริการให้เช่าที่พักระยะสั้นออกไปจากแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผลที่จะตามมาก็คือ ค่าที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวจะถีบตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน “ฉันจะรู้สึกแปลกใจมาก หากบรรดาโรงแรมไม่ฉวยโอกาสจากสถานการณ์เช่นนี้”
ด้านเคตลิน แรมสเดล จากแพลตฟอร์มให้บริการการท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว Kid & Coe บอกว่าคนที่จะเสียผลประโยชน์มากที่สุด ก็คือบรรดาสมาชิกในครอบครัวที่เดินทางไปพักผ่อนวันหยุดด้วยกัน
“มีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มที่เสียประโยชน์ เพราะการมีแค่โรงแรมแบบมาตรฐานเป็นทางเลือกเดียว ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา” แรมสเดลกล่าว “ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมพยายามตระเตรียมที่พัก เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัว การจัดวางแผนผังและราคาของห้องประเภทนี้ก็ยังคงไม่เหมาะกับครอบครัวส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบ้านที่มีเด็กสองคนขึ้นไป และต้องการเดินทางไปพักผ่อนระยะสั้นในเมืองท่องเที่ยว”
“น่าจะมีทางออกสักทางในการสร้างสมดุล ระหว่างการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชาวเมืองและการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ไม่อย่างนั้นแล้วจะถือเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวง สำหรับพ่อแม่ที่ต้องการเปิดประตูสู่โลกกว้างให้กับลูก” แรมสเดลกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังขาว่าการสั่งแบนหรือการจำกัดควบคุมที่พักให้เช่าระยะสั้นนั้น สามารถจะช่วยลดราคาซื้อขายและค่าเช่าบ้านลงมา หรือเพิ่มจำนวนที่พักสำหรับคนท้องถิ่นขึ้นได้จริงหรือไม่
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Harvard Business Review เมื่อช่วงต้นปีนี้ ระบุว่าการสั่งแบนที่พักแบบแอร์บีแอนด์บีในนครนิวยอร์ก ไม่ได้ส่งผลกระทบในทางบวกโดยช่วยแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัยของชาวเมืองแต่อย่างใด เพราะการปล่อยเช่าระยะสั้นไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ค่าเช่าที่พักสูงขึ้น แต่การวางกฎเกณฑ์เพื่อกำกับควบคุมธุรกิจดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้มากกว่า เมื่อเทียบกับการสั่งแบนอย่างสิ้นเชิงซึ่งทำให้ค่าห้องพักของโรงแรมถีบตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคืนโดยเฉลี่ย

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อผลวิจัยทางธุรกิจเป็นเช่นนี้ เหตุใดบรรดาองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นของเมืองต่าง ๆ ยังคงสั่งห้ามการให้เช่าที่พักระยะสั้น ? เหตุผลที่แท้จริงของเรื่องนี้อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขแสดงราคาหรือค่าเช่าบ้าน แต่อยู่ที่ทัศนคติของชาวเมืองซึ่งมีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่างหาก
สเปนนั้นอยู่ในจุดศูนย์กลางของกระแสวิกฤตนักท่องเที่ยวล้นเมืองที่แผ่ไปทั่วยุโรป ซึ่งวิกฤตนี้ทำให้คนท้องถิ่นพากันส่งเสียงคัดค้าน ต่อต้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่ให้ผลประโยชน์อะไรกับพวกเขาเลย ซึ่งความไม่พอใจนี้เกิดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของสเปนหลายแห่ง ทั้งที่เมืองมาลากา, เกาะมายอร์กา, หมู่เกาะคานารี, และที่นครบาร์เซโลนาเองด้วย
ประเด็นร้อนนี้ฟังดูคล้ายกับการถกเถียงกันเรื่อง “บ้านหลังที่สอง” ซึ่งเป็นปัญหาในหลายเมืองของยุโรปมาหลายสิบปี รวมทั้งที่มณฑลคอร์นวอลล์ของสหราชอาณาจักรด้วยเช่นกัน โดยในภูมิภาคที่ทำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น ชาวบ้านในท้องถิ่นมักจะสู้ราคาซื้อขายบ้านหรือค่าเช่าที่พักในตัวเมืองไม่ไหว จนต้องย้ายออกไปอยู่ตามชานเมือง และใช้เวลาเดินทางไปกลับจากบ้านถึงที่ทำงานในตัวเมืองวันละหลายชั่วโมง หลายคนถึงขั้นต้องไปอาศัยอยู่ในรถด้วยซ้ำ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้คนท้องถิ่นรู้สึกว่าตนได้รับความอยุติธรรมอย่างมหาศาล เพราะบ้านเกิดถูกนักท่องเที่ยวเข้ายึดครองด้วยการเช่าระยะสั้นในช่วงวันหยุด แต่ที่พักเหล่านั้นกลับถูกทิ้งร้างโดยไม่ได้ใช้งานเลยในบางช่วงของปี แทนที่จะสามารถนำมาใช้ทำประโยชน์แก่คนท้องถิ่นได้ตามปกติ
แม้จะมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นสาเหตุเบื้องหลังของวิกฤตที่อยู่อาศัย เช่นการไม่ปรับขึ้นค่าแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพนักงานของรัฐ หรือโครงการริเริ่มสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มเติมไม่เพียงพอ แต่ปัญหาการท่องเที่ยวทำให้ค่าที่พักถีบตัวสูง กลับเป็นปัญหาที่คนทั่วไปสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด
ส่วนที่แคนาดา นายกเทศมณฑล เดวิด เอบี ของมณฑลบริติชโคลัมเบีย ประกาศกร้าวอย่างชัดเจนถึงกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับการปล่อยเช่าระยะสั้นว่า “ถ้าคุณซื้อขายบ้านเพื่อทำกำไร ถ้าคุณซื้อที่พักเพื่อปล่อยเช่าระยะสั้น ถ้าคุณซื้อบ้านเพียงเพื่อปล่อยให้มันว่างอยู่ เราได้ประกาศเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อสาธารณชนมาตลอดว่า อย่าใช้เงินของคุณมาแก่งแย่งแข่งขันกับบุคคลและครอบครัวที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย”
ไม่ว่านโยบายของทางการข้างต้นจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ก็ตาม นี่เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณไปยังคนในท้องถิ่นว่า นักการเมืองได้รับฟังเสียงร้องเรียนจากประชาชน และให้ความสำคัญกับพวกเขาเป็นอันดับแรก ยิ่งกว่าจะมุ่งเอาใจนักท่องเที่ยวแต่เพียงฝ่ายเดียว

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม มีเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งที่มองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการสั่งแบน เช่นที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี อนุญาตให้ปล่อยเช่าที่พักอาศัยได้ไม่เกิน 90 วันต่อปี ซึ่งกฎเกณฑ์นี้ทำให้เจ้าของที่พักซึ่งปล่อยเช่าแบบไม่เต็มเวลายังคงสามารถหารายได้เสริม และช่วยป้องกันผู้เก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพ ไม่ให้กว้านซื้อที่อยู่อาศัยไปปล่อยเช่าระยะสั้นแบบเต็มเวลาให้กับนักท่องเที่ยวจนหมด
ปัจจุบันทุกประเทศที่กำลังประสบปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง รวมถึงสหราชอาณาจักรที่เพิ่งเสนอทางออกแบบคล้ายคลึงกันไปไม่นานมานี้ ต่างมีแนวโน้มที่จะแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางเดียวกัน แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละที่จะวางกฎเกณฑ์ของตนอย่างไร และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือลงทุนเพิ่มเติมแค่ไหน
แน่นอนว่าสำหรับเหล่านักเดินทางท่องโลก การสั่งแบนหรือจำกัดควบคุมที่พักให้เช่าระยะสั้นถือเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่ง ในขณะที่กิจการโรงแรมและที่พักเอกชนแบบเบดแอนด์เบรกฟาสต์ (B&B) มีแนวโน้มจะกลายเป็นผู้ชนะตัวจริง เพราะในกรณีที่อุปสงค์แซงหน้าอุปทาน พวกเขาสามารถตั้งราคาค่าห้องให้สูงขึ้นได้ตามต้องการโดยไม่มีคู่แข่งมากนัก
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การสั่งแบนที่พักให้เช่าระยะสั้นอาจมีประโยชน์อยู่บ้าง ในเรื่องของประสบการณ์ทางวัฒนธรรม “สิ่งนี้จะทำให้คนที่เดินทางท่องเที่ยวเมืองอย่างบาร์เซโลนา มีโอกาสได้สัมผัสความเป็นของแท้มากขึ้น” เพอร์รินกล่าว “หากคนท้องถิ่นถูกขับไล่ออกไปจากตัวเมืองชั้นใน เมืองจะไร้ชีวิตชีวาและขาดวัฒนธรรมของตนเอง การมีคนท้องถิ่นอยู่ด้วยจะให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีกว่า”
“ฉันว่ามันจะทำให้ผู้คนมีพลังสร้างสรรค์ต่อบริเวณที่พวกเขาเดินทางไปพักมากขึ้น และอาจจูงใจให้เดินทางไปยังเมืองที่สามารถเปลี่ยนที่พักไปหลาย ๆ แห่งได้ด้วย ในระยะยาวแล้วมันจะให้ประสบการณ์อันหลากหลายแก่นักท่องเที่ยว ช่วยลดความรู้สึกเป็นศัตรูกับคนท้องถิ่นลง ซึ่งในที่สุดแล้วถือว่าดีงามอย่างยิ่ง”











