โป๊ปฟรานซิส : ขอเยาวชนมองอนาคตด้วยความเชื่อมั่น

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ลูกที่รักทั้งหลาย พวกลูกเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความหวัง มีความฝัน และมีคำถามใหม่ ๆ อาจรวมถึงความสงสัยต่าง ๆ อีกด้วย พ่อขอเชิญชวนให้พวกลูกรักษาความชื่นชมยินดี ให้มีชีวิตชีวา จงอย่ากลัวที่จะมองไปในอนาคตข้างหน้าด้วยความเชื่อมั่น จงหยั่งรากลึกลงในพระเยซูคริสต์ จงมองอนาคตด้วยความชื่นบาน และความไว้วางใจ..." โอวาทพระสันตะปาปา
เวลา 17.00 น. วันนี้ (22 พ.ย.) สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จไปยังอาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก เพื่อทำพิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับเยาวชน โดยมีนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมพิธีดังกล่าวราว 6,700 คน ในพันธกิจสุดท้ายของการเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ
เสียงระฆังดังกังวานไปทั่วบริเวณอาสนวิหารอัสสัมชัญ เป็นสัญญาณการมาถึงของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส แม้ยังไม่เห็นพระพักตร์ของพระองค์ แต่เสียง "Viva iL Papa" ที่หมายถึง "ทรงพระเจริญ" ก็ดังกึกก้องจากทุกสารทิศ พร้อมเสียงขับร้องเพลงพลังแห่งหัวใจของเหล่าเยาวชนที่มาร่วมเฝ้ารับเสด็จ

ที่มาของภาพ, EPA
เวลาที่คริสตชนคาทอลิกเฝ้ารอก็มาถึง เมื่อรถ "Papa Mobile" แล่นผ่าน ฝูงชนต่างร่วมโบกธงต้อนรับ ขณะที่พระสันตะปาปาทรงโบกพระหัตถ์และสัมผัสมือกับเหล่าเยาวชน มีการถวายพวงมาลัยแด่พระองค์ รถที่ประทับแล่นไปทั่วบริเวณทั้งหน้าอาสนวิหาร และภายในโรงเรียนอัสสัมชัญ ให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติ
เป็นธรรมเนียมเช่นหลายแห่งที่พระองค์เสด็จ มักมีทารกผู้โชคดีได้รับจูบอวยพรจากพระองค์ ที่นี่ก็เช่นกันเด็กน้อยได้รับโอกาสสำคัญนั้น ก่อนที่รถที่ประทับจะแล่นออกไป เพื่อให้พระองค์ได้ผลัดเปลี่ยนฉลองพระองค์
ระฆังภายในอาสนวิหารดังก้องอีกครั้ง เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาปรากฏพระองค์ในชุดกาสุลาสีแดง ปักลายกนกบนผ้าไหมไทย ซึ่งตัดเย็บโดยช่างฝีมือคณะพระหฤทัย 12 คน โดยสีแดงนั้นสะท้อนถึงความรัก และโลหิตที่หลั่งออกมาด้วยความรักต่อพระเจ้า เป็นการระลึกถึงนักบุญเซซีลีอา ซึ่งเป็นมรณสักขี หรือนักบุญผู้พลีชีพเพื่อยืนยันความเชื่อในพระเจ้า

ที่มาของภาพ, Getty Images
ขบวนเสด็จของสมเด็จพระสันตะปาปา ที่ประกอบด้วยเหล่าพระคาร์ดินัล พระสังฆราช และบาทหลวง เดินมุ่งสู่อาสนวิหาร เพื่อประกอบพิธีมิสซาให้กับเยาวชนและผู้ที่เข้าร่วม ราว 6,700 คน ประชาชนที่อยู่ภายนอกอาสนวิหารก็ได้รับชมบรรยากาศผ่านจอมอนิเตอร์ ที่จัดเตรียมไว้
พิธีมิสซาดำเนินไปจนถึงช่วงที่พระสันตะปาปาให้โอวาท พระองค์ตรัสว่า การจะเติบโตมาเป็นเยาวชนที่ดีนั้น ต้องเกิดจากปลูกฝังวางรากฐานที่มั่นคง เพื่อให้สามารถสร้างอนาคตที่ดี
"บางครั้งพ่อมองเห็นบรรดาเยาวชน และเหล่าต้นไม้ที่งดงาม มีกิ่งก้านสาขาแผ่ขยายขึ้นไปบนท้องฟ้าที่สูงชะลูดไปเรื่อย ๆ ต้นไม้เหล่านั้นดูเหมือนกับว่าจะเป็นบทเพลงแห่งความหวัง แต่หลังจากที่เกิดพายุขึ้น พ่อพบว่าพวกมันได้ร่วงหล่น ล้มลง และตายไป พวกมันปราศจากรากที่ลึก พวกมันแผ่กิ่งก้านสาขาโดยปราศจากรากที่มั่นคง และพวกมันก็ล้มลงทันทีที่ธรรมชาติปลดปล่อยพลังออกมา นี่จึงเป็นความเจ็บปวดของพ่อ..."

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง
พระสันตะปายังได้ตรัสขอบคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 คณะรัฐบาล และผู้นำบริหารสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเหล่าคริสต์ศาสนิกชนคาทอลิกที่ได้มีส่วนในการสวดภาวนา และในการพลีกรรม ร่วมกับพระองค์
"ขอพระผู้เป็นเจ้าตอบแทนความมีน้ำใจดีของพวกเขาด้วยความบรรเทาใจ และสันติสุข พระองค์เท่านั้นที่จะเป็นผู้ประทานให้ได้ และฝากภารกิจอีกประการหนึ่งคืออย่าลืมสวดภาวนาเพื่อพ่อด้วย ขอขอบใจ"
นี่เป็นโอวาทสุดท้ายของพระสันตะปาปา ที่ประทานปิดฉากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ก่อนเสด็จไปยังญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้
เยาวชนต่างเฝ้ารอรับเสด็จอย่างตื่นเต้น
"พ่อแม่ตื่นเต้นมากค่ะ แต่ท่านไม่มีโอกาสได้มาก็ให้เราเป็นตัวแทน ตอนนี้ตื่นเต้นมาก เสียงสั่นไปหมด ท่านเป็นคนที่เข้าหาทุกคน ยิ้ม และภาวนาให้กับทุกคน"
วรินทร ฐิติชญากุล เยาวชนคาทอลิก จากสังฆมณฑลเชียงใหม่ วัย 18 ปี เล่าถึงความตื่นเต้นที่ไม่เพียงเกิดแก่ตนเอง แต่โอกาสครั้งสำคัญนี้สร้างความสุขให้กับทั้งครอบครัว
เช่นเดียวกับ น.ส.สุรนาถ งามวงศ์ เยาวชนคาทอลิก วัย 17 ปี ที่เดินทางมาจากสังฆมณฑลนครราชสีมา ตั้งแต่เช้าตรู่วันนี้ เพื่อหวังจะได้เข้าเฝ้าพระสันตะปาปาสักครั้งหนึ่งในชีวิต
"พระองค์เป็นคนที่สุภาพ อ่อนน้อม มองแล้วน่ารัก อ่อนโยนต่อเยาวชน"

ที่มาของภาพ, EPA
น.ส.ฐาปนีย์ พุรีเพีย เยาวชนคาทอลิกจากสังฑมณฑลจันทบุรี วัย 20 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่ทำหน้าที่ตัวแทนครอบครัวเฝ้ารับเสด็จในครั้งนี้ ด้วยชื่นชมที่พระองค์เป็นผู้ที่สมถะ มีเมตตาโดยเฉพาะต่อเยาวชน
"รู้สึกดีใจตื่นเต้นมาก ๆ ได้ดูข่าวว่าจะเสด็จมาเมืองไทย อยากจะเห็นท่านสักครั้ง เขาเปิดลงทะเบียนก็รีบเลย ความผูกพัน ความศรัทธาทำให้อยากเจอ อยากเข้าวัดมากขึ้นไปอีก"
ต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ วัดคาทอลิกนักบุญเปโตร สามพราน
เวลา 10.00 น. พระสันตะปาปาเสด็จมายังวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร สามพราน เพื่อพบกับคณะบาทหลวง นักบวชชายหญิง นักพรต สามเณร ผู้ฝึกหัด ครูคำสอน กว่า 1,000 คน
เช่นทุกครั้งเมื่อรถพระที่นั่งเสด็จมาถึง สมเด็จพระสันตะปาปาเปลี่ยนไปประทับรถ "Papa Mobile" เพื่อโบกพระหัตถ์ทักทายกับคริสตชนที่มาร่วมรับเสด็จ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว

ที่มาของภาพ, Reuters
"ชีวิตนักบวชของเราไม่มีความประหลาดใจในทุกวัน ๆ ไม่มีอะไรที่ทำให้เราแปลกใจ ชีวิตนักบวชของเราก็อยู่ไม่ถึงครึ่งทางที่ควรที่จะอยู่ เพราะว่าชีวิตนักบวชทำให้ทุกวันของเราตื่นเต้น ทำให้ทุกวันมีอะไรใหม่ เพราะฉะนั้นก็ต้องพยายามทำให้ถึงจุดนี้ เพื่อจะเป็นนักบวชที่ดี"
"ถ้าเราทิ้งคำภาวนา ชีวิตคนเราจะไม่มีความหมาย ไม่มีกำลัง ไม่มีความศรัทธา และโดยเฉพาะคำภาวนาที่นำชีวิตคนเราและภารกิจของเราในทางที่ถูกต้อง และมีพลัง คือพลังของพระเจ้าในตัวเรา" นี่เป็นตอนหนึ่งของโอวาทที่พระสันตะปาปาประทานกับเหล่านักบวชที่มาเฝ้ารับเสด็จ
พระองค์ยังทรงสวดบทภาวนา และอวยพร บรรดานักบวชต่างพร้อมกันเปล่งเสียง "อาเมน" เพื่อรับพระพรจากพระองค์ พร้อมกันนั้นนักร้องประสานเสียงร่วมขับร้อง "เพลงหนทางพระคริสต์"
เวลาถัดมา 11.00 น. หลังจากการพบปะคณะบาทหลวง พระสันตะปาปาเสด็จมายังสักการสถานบุญเกิด กฤษบำรุง ที่อยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกัน เพื่อพบกับบรรดาบิชอปของไทย และสหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชีย พร้อมมีการกล่าวโอวาทและสัมผัสพระหัตถ์ จึงมีไม่น้อยที่ใช้โอกาสนี้น้อมจูบพระหัตถ์พระองค์ เพื่อแสดงความรักและเคารพ
โดยระหว่างทางที่พระองค์เสด็จ ทรงหยุดสัมผัสพระหัตถ์ประชาชน แจกลายพระหัตถ์ พร้อมจูบอวยพรทารก ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง "Viva iL Papa" ซึ่งหมายความว่า ทรงพระเจริญ ที่ดังไม่ขาดสาย

ที่มาของภาพ, EPA
สำหรับวัดนักบุญเปโตร สามพราน เป็นศูนย์กลางชุมชนชาวคริสต์ใน จ.นครปฐม ที่มีความหนาแน่นเป็นอันดับ 2 รองจากชุมชนท่าแร่ จ. สกลนคร นอกจากนี้ใน อ.สามพรานนี้ยังมีบ้านอบรมหรือบ้านของคณะนักบวชมากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย
สักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดนั้น เป็นที่เก็บอัฐิและหุ่นขี้ผึ้งจำลองของคุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด บาทหลวงที่ทุ่มเทชีวิตกับการอภิบาล และมีบทบาทสำคัญในงานธรรมทูตจนถูกจับกุม แม้ช่วงชีวิตในเรือนจำก็ยังเผยแพร่คำสอนและโปรดศีลล้างบาปให้นักโทษที่ใกล้ตายถึง 68 คน








