You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ล่วงละเมิดทางเพศ: เมื่อโรงเรียน-ชุดนักเรียนไม่อาจป้องกันเยาวชนจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
เรื่องโดย พศิกา เขินอำนวย ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
วิดีโอโดย พริสม์ จิตเป็นธม ผู้สื่อข่าววิดีโอ
เพราะไม่อยากให้เด็กคนไหนต้องพบกับเหตุการณ์เลวร้ายอย่างที่เธอเคยเจอ เอิน-นลินรัตน์ ตู้ทับทิม จึงตัดสินใจออกมาพูดถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเอง โดยหวังว่าการนำปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนมาตีแผ่ จะทำให้สังคมตระหนักรู้และแก้ไขปัญหาร่วมกันมากขึ้น
นลินรัตน์ ตู้ทับทิม หรือ เอิน นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 20 ปี กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจจากสังคมเมื่อเธอเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่ม "นักเรียนเลว" เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา
ในวันนั้น นลินรัตน์ในชุดเครื่องแบบนักเรียนหญิง ม.ปลาย ติดเทปดำคาดปากเป็นรูปกากบาท เปิดเผยประสบการณ์การถูกล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อ 5 ปีก่อน ด้วยการถือป้ายประท้วงที่มีข้อความว่า "หนูถูกครูทำอนาจาร ร.ร. ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย"
ควบคู่ไปกับการ "ตีแผ่" เรื่องราวการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นในโรงเรียนต่อสาธารณะ นลินรัตน์ยังได้ยื่นเรื่องให้โรงเรียนเก่าของเธอสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางโรงเรียนได้ส่งหนังสือถึงผู้ปกครองของเธอให้เดินทางมาโรงเรียนในวันนี้ (18 ธ.ค.) เพื่อรับฟังความคืบหน้าในการสอบสวนเรื่องที่เธอกล่าวหาครูคนหนึ่งว่าล่วงละเมิดทางเพศ
นลินรัตน์ตัดสินใจเดินทางมารับฟังคำชี้แจงจากโรงเรียนด้วยเองเพราะไม่อยากให้พ่อแม่เครียด ส่วนผลที่ออกมาในวันนี้เธอเห็นว่า "ไม่มีความคืบหน้า"
"ผลการสอบสวนไม่ได้ต่างจากที่คาดการณ์เอาไว้" นลินรัตน์กล่าวกับบีบีซีไทยหลังรับฟังคำชี้แจง
ทางโรงเรียนชี้แจงกับเธอว่า ครูผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำอนาจาร และทางโรงเรียนก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ แต่ทางโรงเรียนได้มีการลงโทษทางวินัยหรือภาคทัณฑ์ครูคนดังกล่าวเนื่องจาก "มีความประพฤติไม่เหมาะสม และอยู่กับนักเรียนหญิงสองต่อสองในยามวิกาล" แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าลงโทษอย่างไรบ้าง
"พอหนูบอกว่าที่ผ่านมาหนูไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไรบ้าง เขา (ทางโรงเรียน) ก็พยายามหาแนวทางการพูดคุยถึงอนาคต อดีตมันผ่านไปแล้ว ขอให้ดูเรื่องอนาคตเป็นหลัก แล้วก็ทำอย่างไรให้โรงเรียนเสียชื่อเสียงน้อยที่สุด"
เปลี่ยนฝันร้ายเป็นการต่อสู้
นลินรัตน์เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า เธอถูกครูคุกคามทางเพศเมื่อ 5 ปีก่อน เมื่อขอให้ครูช่วยล็อกประตูห้องน้ำ แต่เขากลับพยายามเอามือจับหน้าอก พฤติกรรมคุกคามทางเพศเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหา รวมทั้งไม่แน่ใจถึงผลกระทบที่จะตามมาหากมีการร้องเรียน จึงเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัว
เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสมัยมัธยมทำให้เธอต้องเข้ารักษาตัวด้วยโรคทางจิตเวชอย่างภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรงหรือ พีทีเอสดี (Post-Traumatic Stress Disorder--PTSD) จนถึงปัจจุบัน เมื่ออาการวิตกกังวลและตื่นตระหนก (แพนิก) เริ่มดีขึ้น เธอจึงเริ่มติดต่อโรงเรียนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง ด้วยหวังว่าจะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้กับเด็กคนอื่น
หลังจากเข้าพบผู้บริหารโรงเรียนเพื่อขอให้ตรวจสอบความประพฤติของครูคนดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 ก.ค. นลินรัตน์บอกว่าเธอไม่เคยได้รับการติดต่อจากโรงเรียนเลย จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวบนเฟซบุ๊กของตัวเองโดยเปิดเป็นสาธารณะ ทำให้ได้รับข้อความแบ่งปันประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันเข้ามามากมาย
ขณะเดียวกัน เธอก็ได้รับ "คำขอ" จากบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีดังกล่าวให้ลบโพสต์ เนื่องจาก "ทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง"
แม้แต่ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. หญิงจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ยังมีความเห็นต่อการที่นลินรัตน์ออกมาเคลื่อนไหวในการชุมนุมว่า การออกมาใส่ชุดนักเรียนถือป้ายเรียกร้องเรื่องดังกล่าวเป็นไปเพื่อสร้างกระแสในโซเชียล และระบุว่าเตรียมจะดำเนินคดีกับนลินรัตน์อีกด้วย
แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ทำให้เธอหยุดเคลื่อนไหว และยังคงสื่อสารต่อสาธารณะผ่านเฟซบุ๊กของเธอเพื่อยืนยันว่าการล่วงละเมิดทางเพศไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ตาม
"ต่อให้หนูทำงานเป็นอาชีพนางเอกเอวี ก็ไม่มีใครมีสิทธิมาทำแบบนี้" เธอบอกกับบีบีซีไทย
นลินรัตน์เคยยื่นข้อเรียกร้องให้โรงเรียนปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาว่าด้วยการเพิ่มการเรียนการสอนให้นักเรียนรู้จัก "สิทธิและเสรีภาพในร่างกายของตนเอง"และให้มีองค์กรรับผิดชอบกรณีการล่วงละเมิดเด็กในสถานศึกษา โดยเธอย้ำอีกครั้งว่าเธอจะเดินหน้ารณรงค์ในประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศต่อไป และการที่เธอออกมาตีแผ่เรื่องในอดีตที่ไม่อยากแม้แต่นึกถึงก็เป็นเพราะต้องการให้นักเรียนรุ่นต่อไปได้รับประโยชน์ และมีมาตรการคุ้มครองเด็ก ๆ อย่างเหมาะสม