สิ่งแวดล้อม: นูรีฮัน ดะอูลี สาวผู้พิทักษ์นกเงือกแห่งเทือกเขาบูโด

คำบรรยายวิดีโอ, ผู้พิทักษ์นกเงือกแห่งเทือกเขาบูโด

เรื่องและวิดีโอโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง

เมื่อย่างเข้าสู่วัยทำงาน ใครหลายคนอาจอยากมีงานที่มาพร้อมกับเงินเดือนมากมาย แต่ไม่ใช่สำหรับ "นูรีฮัน ดะอูลี" สตรีมุสลิมวัย 32 ปี เธอเลือกที่จะทิ้งงานที่กรุงเทพฯ เพื่อกลับมายังบ้านเกิด ทำตามความชอบในวัยเด็ก ด้วยการอุทิศตนดูแลสัตว์ป่าที่เสี่ยงจะสูญพันธุ์อย่างนกเงือก

นูรีฮันเคยมีเงินเดือนกว่า 20,000 บาท แต่นั่นไม่อาจหยุดยั้งให้เธอเก็บกระเป๋ากลับบ้านมาเป็นผู้ช่วยนักวิจัยนกเงือก ในโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก ภายใต้มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี

"บางคนก็ถามว่าทำไมมาทำงานนี้ ทำไมไม่ทำงานสายที่เราจบ"

"หนูก็ตอบไปว่าหนูชอบธรรมชาติ หนูก็เลยเลือกทำเรื่องที่ว่าอันที่หนูชอบ"

นกเงือก

ที่มาของภาพ, Hakim Binbulah

คำบรรยายภาพ, อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพื้นป่าสีเขียว

จุดเริ่มต้นการเป็นผู้พิทักษ์

นูรีฮัน บอกว่าเธอมีความผูกพันกับป่าไม้และธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก เพราะเธอเกิดและเติบโตที่หมู่บ้านปาโจ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส บ้านของเธออยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี มากนัก

สมัยเด็กเธอมักจะเดินตามปู่และพ่อที่เดินเลี้ยงวัวเข้าไปในป่าเป็นประจำ ทำให้ได้เห็นต้นไม้และสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงนกเงือก

"มีพ่อเป็นต้นแบบ…พ่อเหมือนเป็นทุกอย่างของเราเลย สอนเราและก็เป็นแรงบันดาลใจของเราด้วย"

เธอเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ในคณะรัฐศาสตร์ ก่อนที่จะเรียนจบภายในระยะเวลา 3 ปีครึ่ง

นกเงือก

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, นูรีฮันผูกพันกับธรรมชาติตั้งแต่เด็ก

หลังจากเรียนจบเธอยังคงใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพ และได้ทำงานเป็นพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ทว่าการใช้ชีวิตท่ามกลางความวุ่นวายและตึกสูง ทำให้เธอหวนคิดถึงความสงบของธรรมชาติที่บ้านเกิด

และนั่นเป็นเหตุผลให้เธอตัดสินใจสมัครเข้าทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัยนกเงือก ทิ้งความวุ่นวายและเงินเดือนกว่า 20,000 บาทไว้เบื้องหลัง แลกกับการได้กับมาอยู่กับครอบครัวและธรรมชาติ

"ตอนนั้นได้เงิน 4,500 บาท แต่เราก็ไม่เสียใจ เพราะคิดว่าเราได้อยู่บ้าน ได้มาอยู่ใกล้กับครอบครัว"

หน้าที่ของผู้พิทักษ์

เป็นเวลากว่า 10 ปี ที่นูรีฮันก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยนักวิจัยนกเงือก ปัจจุบันเธอกลายมาเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของทีมวิจัยในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี

นูรีฮันอธิบายว่านกเงือกมีประโยชน์ต่อป่า เปรียบเสมือนนักปลูกป่ามืออาชีพ เพราะหลังจากนกเงือกกินผลไม้เข้าไป มันจะคายเมล็ดออกมา เมล็ดเหล่านั้นจะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้

นกเงือก

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, นูรีฮันและทีมงานตรียมความพร้อมก่อนปีนขึ้นไปซ่อมแซ่มโพรง

"นกเงือกมันมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศของป่า ถ้าที่ไหนมีนกเงือก ที่นั่นก็คือป่าที่สมบูรณ์"

เมื่อถามถึงหน้าที่หลักของเธอในตอนนี้ นูรีฮันตอบกลับทันทีว่า "ทำทุกอย่าง" ทั้งการบันทึกข้อมูลในแต่ละเดือนของแต่ละทีมในพื้นที่ การเดินสำรวจต้นไม้ รวมถึงอีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการปีนต้นไม้ขึ้นไปซ่อมแซมโพรง หรือติดตั้งโพรงเทียม ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญสำหรับทีมวิจัย แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้ทำหน้าที่นี้

นูรีฮัน ใช้เวลา 2 ปี กว่าจะได้รับความไว้วางใจให้ทำงานนี้ ที่มีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัย

เธอยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้นในการปีนต้นไม้เป็นครั้งแรก แต่ก็พยายามที่จะไม่กลัว ซึ่งมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี ขณะที่พ่อและพี่ชายที่ถึงแม้จะรู้สึกเป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้สั่งห้ามเธอแต่อย่างใด

ปัจจุบันนูรีฮันปีนต้นไม้มาแล้วหลายต้น โดยต้นที่สูงที่สุดที่เธอเคยปีนขึ้นไปสูงกว่า 35 เมตร

นกเงือก

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, สิ่งที่ขาดไม่ได้คืออุปกรณ์การปีนต้นไม้ ซึ่งทีมต้องใส่เป้ไปใหญ่แบกเข้าไปในป่า

นกเงือกกับประเทศไทย

สถานการณ์นกเงือกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี จ.นราธิวาส มีแนวโน้มเป็นไปในทางบวก โดยนับตั้งแต่เริ่มโครงการมาในปี 2537 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีลูกนกเงือกเกิดใหม่กว่า 600 ตัว

ขณะที่อดีตนายพรานที่เคยปีนขึ้นไปล้วงลูกนกเงือกเพื่อนำไปขายเป็นสัตว์เลี้ยง ก็ถูกชักชวนให้เปลี่ยนใจมาทำหน้าที่เป็นหนึ่งในทีมวิจัยในพื้นที่แทบทั้งหมด

ปัจจุบันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี มีทีมวิจัยกว่า 40 ชีวิต ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคนในพื้นที่ แบ่งตามเขตของแต่ละหมู่บ้าน โดยทั้งหมดดูแลโพรงนกเงือกกว่า 100 โพรง

นกเงือก

ที่มาของภาพ, BBC thai

คำบรรยายภาพ, ตัวเลขประชากรนกเงือกในไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นมา

สำหรับโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือกในประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2521 ริเริ่มโดย ศ.ดร. พิไล พูลสวัสดิ์ ช่วงแรกเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เป็นพื้นที่วิจัยหลัก

ปัจจุบันมีพื้นที่วิจัยหลักอยู่ 3 แห่งคือที่อุทยานแห่งชาติใหญ่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี และอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

จำนวนลูกนกเกิดใหม่รวมของทั้ง 3 พื้นที่ นับตั้งแต่ปี 2521 ถึงปัจจุบันอยู่ที่กว่า 4,000 ตัว