โควิด-19 : ศบค.เห็นชอบต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ยืนยัน "ไม่ได้ปิดกั้นใคร"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล

คำบรรยายภาพ, นายกฯ แถลงถึงเหตุผลที่ ศบค.ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ด้วยตัวเอง

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เห็นชอบตามข้อเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติให้ต่ออายุ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน และเห็นชอบการผ่อนปรนมาตรการระยะ 5 เริ่ม 1 ก.ค.ให้ผับ-บาร์-คาราโอเกะ-อาบอบนวด กลับเปิดบริการได้แต่ห้ามค้าประเวณี ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทำให้ควบคุมการระบาดได้ดีถึงวันนี้

ก่อนการแถลงสถานการณ์ประจำวันของ ศบค. พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่าการผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 5 "มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก" แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนและสถานประกอบการ พร้อมกับย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ลดการติดเชื้อภายในประเทศได้คือมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดด้วยการใช้มาตรการพิเศษ คือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงสามารถควบคุมการระบาดได้จนถึงทุกวันนี้

นายกฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยบอกว่าการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งที่ 3 นี้ไม่ได้เพื่อปิดกั้นใคร

"ไม่ได้มุ่งหวังที่จะไปปิดกั้นใครทั้งสิ้น ทุกคนก็คือลูกหลานเราทั้งสิ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ห่วงก็คือในเรื่องของการแพร่ระบาดซึ่งมีอยู่ในต่างประเทศในปัจจุบัน" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าเหตุที่ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในการควบคุมโรคระบาด เพราะว่าแต่ละหน่วยงานถือกฎหมายที่เกี่ยวข้องมากกว่า 40 ฉบับ ทำให้การสั่งการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การปิด-เปิดประเทศ หรือสั่งปิด-เปิดกิจการชั่วคราว ต้องผ่านขั้นตอนหลายอย่าง จึงทำให้ไม่ทันต่อเวลาในการแก้ไขปัญหาโรคระบาด

มติให้ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและการผ่อนปรนมาตรการควบคุมในระยะที่ 5 ของ ศบค. มีขึ้นขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 7 ราย ทั้งหมดเป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และได้รับการยืนยันการตรวจพบเชื้อขณะที่อยู่ในสถานกักกันโรคของรัฐ ทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อต่อเนื่องเป็นวันที่ 35 ติดต่อกัน

ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,169 ราย ผู้เสียชีวิต 58 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 58 ราย และรักษาหายแล้ว 3,053 ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวว่ากลุ่มกิจการและกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดบริการในช่วงการผ่อนปรนระยะที่ 5 ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เป็นกลุ่มกิจการที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ หากพบว่าสถานประกอบการใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคระบาด จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย

นพ.ทวีศิลป์ยืนยันเช่นกันว่าจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 เพราะมีอำนาจในเชิงของการป้องกันโรคมากกว่า พ.ร.บ.โรคติดต่อ และทำให้สามารถใช้อำนาจในการบูรณาการการใช้กฎหมาย ทั้งการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกทั่วราชอาณาจักรทุกช่องทาง การจัดทำระบบติดตามตัวและเฝ้าระวัง และการใช้มาตรการควบคุมกิจการและกิจกรรม

"พ.ร.ก.ฉุกเฉินเท่านั้นที่จะทำให้เราควบคุมโรคได้ทันการณ์" นพ.ทวีศิลป์กล่าว

ผ่อนปรนระยะที่ 5 มีอะไรบ้าง

  • โรงเรียนและสถานศึกษา : เปิดการเรียนการสอน ใช้สถานที่ได้ตามปกติ
  • ศูนย์การค้าและร้านสะดวกซื้อ : เปิดให้บริการได้ถึงเวลา 22.00 น. ร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการ 24 ชม.ตามปกติ
  • สถานบริการ : ผับ บาร์ คาราโอเกะ โรงเบียร์ โรงเหล้า ลานเบียร์ ให้บริการได้ไม่เกิน 24.00 น. ในทุกกรณี และมีการเว้นระยะห่างโดยคำนึงตามขนาดพื้นที่ โดยจะต้องมีการลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ
  • ร้านเกม : กำหนดเวลาการให้บริการไม่เกิน 22.00 น. ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย จำกัดการให้บริการไม่เกิน 2 ชม.ต่อรอบ
  • อาบ อบ นวด โรงน้ำชา : ต้องเป็นสถานที่ที่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย และผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนในแพลตฟอร์มไทยชนะ พนักงานต้องได้รับการตรวจเชื้อโควิดเป็นระยะ ๆ โดยห้ามมีการขายประเวณี
  • การขนส่ง : อนุญาตเปิดจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งเพิ่มเติม 9 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จ.หนองคาย เลย ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย จันทบุรี สงขลา ประจวบคีรีขันธ์ และกาญจนบุรี

นอกจากนี้ ศบค.ยังมีมติเห็นชอบให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเพิ่ม 6 กลุ่ม คือ

  • คู่สมรสและบุตรของผู้ที่มีใบอนุญาตทำงาน หรือได้รับอนุญาตจากทางราการ
  • ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในไทย
  • คู่สมรสต่างชาติและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ที่มีสัญชาติไทย
  • ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล รวมถึงผู้ติดตาม
  • นักเรียน นักศึกษาต่างชาติ และผู้ปกครอง
  • ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าตามข้อตกลงพิเศษกับประเทศเป้าหมาย โดยจะต้องเข้ามาอยู่จนครบ 14 วัน ซึ่งต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งจะมีโควตาไม่เกิน 200 คน