คณะก้าวหน้า : ธนาธร-ปิยบุตรเปิดโรดแมปนำประเทศออกจากวิกฤต กดดัน พล.อ. ประยุทธ์ ลาออก

การเปิดตัวคณะก้าวหน้าต้องปรับรูปแบบเป็นการชี้แจงผ่านแฟนเพจขององค์กรซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 4.7 หมื่นรายหลังเปิดตัวได้เพียงวันเดียว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19

ที่มาของภาพ, กองโฆษก คณะก้าวหน้า

คำบรรยายภาพ, การเปิดตัวคณะก้าวหน้าต้องปรับรูปแบบเป็นการชี้แจงผ่านแฟนเพจขององค์กรซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 4.7 หมื่นรายหลังเปิดตัวได้เพียงวันเดียว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

อดีตคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ร่วมเปิดตัว "คณะก้าวหน้า" (Progressive Movement) ในฐานะองค์กรการเมืองใหม่ที่พวกเขาจะใช้รณรงค์ทางความคิดและทำกิจกรรมทางการเมืองในภาคต่อไป โดยประกาศโรดแมปนำประเทศออกจากวิกฤตเศรษฐกิจ ด้วยการกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้า อนค. เริ่มปราศรัยออนไลน์ด้วยการบรรยายถึงวิกฤตต่าง ๆ ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็น วิกฤตเศรษฐกิจ, วิกฤตความเหลื่อมล้ำทางสังคม, วิกฤตศรัทธาของผู้นำ, วิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมากว่าทศวรรษ และวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ทั้งนี้เขาให้เวลาเป็นพิเศษกับประเด็นหลังโดยชี้ว่า "นี่ไม่ใช่วิกฤตของรัฐบาล แต่คือวิกฤตของรัฐไทย"

ผู้นำคณะก้าวหน้าวิจารณ์การแก้ปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาลว่าสะท้อนให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น การ "แบ่งวรรณะการกักตัว" ระหว่างคนต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย กับแรงงานไทยที่กลับจากประเทศเกาหลีใต้ หรือที่รู้จักในชื่อเรียก "ผีน้อย", นโยบาย "อุ้มทุนร้านค้าสนามบิน", แนวคิดตั้งกองทุนพยุงหุ้น แต่กลับลอยแพคนหาเช้ากินค่ำ นอกจากนี้ยังขาดเอกภาพและประสิทธิภาพในการสั่งการเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งการส่งเงินสบทบกองทุนประกันสังคม และการแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน และเมื่อใครเปิดโปงการกระทำที่ไม่ถูกต้องก็ถูก "ฟ้องปิดปาก จับแพะแก้เกี้ยว"

คณะก้าวหน้าคาดการณ์ว่า โควิด-19 จะอยู่กับประเทศไทยอย่างน้อย 1 ปี ขณะที่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คนไทยไม่เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีศักยภาพเพียงพอในการจัดการปัญหา รวมถึงการสื่อสารกับประชาชน

"ประเทศไทยไม่ได้ขาดความคิด ขาดข้อเสนอจัดการปัญหา หรือขาดคนห่วงใยและหวังดีต่อสังคม แต่สิ่งที่เราขาดคือผู้นำที่เข้าใจปัญหา ผู้นำที่มีหลักคิดที่ถูกต้องในการแก้ปัญหา" และกล่าวหาว่า "รัฐบาลชุดนี้ล้มละลายทางการเมือง คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้มละลายทางการเมือง ขาดความศรัทธาเชื่อมั่นจากประชาชนไปแล้ว"

pm

ที่มาของภาพ, Thai news pix

เสนอบันได 4 ขั้นนำประเทศออกจากวิกฤตโควิด-รัฐธรรมนูญ

นายธนาธรจึงนำเสนอ "โรดแมปในการแก้วิกฤตเศรษฐกิจชาติ" ซึ่งไม่ใช่การแก้ไขวิกฤตใดวิกฤตหนึ่ง แต่เอาทุกวิกฤตมาแปรเป็นโอกาสนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้

  • พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ
  • สภาแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่โดยมีภารกิจเฉพาะหน้า 2 อย่างในกรอบ 1 ปี คือ การแก้ปัญหาโควิด-19 และฟื้นฟูประเทศหลังจากนั้น และการเป็นเจ้าภาพแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอ "3 ยุบ 1 เลิก 1 แก้" ("ยุบ" - ศาลรัฐธรรมนูญ, กกต., ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง "เลิก" มาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญคือเลิกนิรโทษกรรมให้บรรดาประกาศ/คำสั่ง คสช. "แก้" มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญเพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญทำได้โดยง่าย)
  • ยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยให้ประชาชนเลือกตั้ง ส.ส. และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไปพร้อมกันในคราวเดียว
  • ได้รัฐบาลใหม่ สภาใหม่ และ ส.ส.ร. มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) เดินขบวนจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำแพงเพชรไปยังรัฐสภาเมื่อ 13 มี.ค. ยื่นหนังสือต่อ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ให้แก้รัฐธรรมนูญ 2560

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ, คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) เดินขบวนจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำแพงเพชรไปยังรัฐสภาเมื่อ 13 มี.ค. ยื่นหนังสือต่อ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ให้แก้รัฐธรรมนูญ 2560

ยุชนชั้นนำพิจารณาจริงจังหาก พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อ สังคมไทยจะดิ่งเหว

นายธนาธร ผู้เคยได้รับการเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในนาม 7 พรรคฝ่ายค้าน แข่งกับ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างว่า ข้อเสนอของเขาไม่ได้เพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมือง เพราะเขาไม่ใช่ ส.ส. หรือแคนดิเดตนายกฯ อีกต่อไป แต่ต้องการส่งสารโดยตรงถึง พล.อ. ประยุทธ์ว่าได้เวลาที่ต้องเสียสละให้ประเทศไปต่อ ส่วนสาเหตุที่ไม่เสนอให้นายกฯ ประกาศยุบสภา เพราะจะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในภาวะวิกฤตโควิด-19 แพร่ระบาด

"การชุมนุมให้คุณประยุทธ์ลาออก เป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์โควิด แต่เราช่วยกันส่งเสียงดัง ๆ และเป็นเวลาที่ชนชั้นนำน่าจะลองพิจารณาเรื่องนี้จริงจัง และผมพูดได้เต็มปากเพราะไม่ใช่แคนดิเดต แต่ถ้าคุณประยุทธ์อยู่ต่อ สังคมไทยจะดิ่งเหว" นายธนาธรกล่าวและย้ำว่า เขาไม่มีอำนาจในการทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก มีเพียงอำนาจในการตั้งคำถามเท่านั้น

ขณะที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์การเมืองของเขา นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการ อนค. และหนึ่งในคณะก้าวหน้า กล่าวเสริมว่าโรดแมปที่นำเสนอไม่ได้คิดบนพื้นฐานว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไป แต่คิดบนพื้นฐานสภาพการณ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่สืบทอดอำนาจมา มันมีวิกฤตทั้งความชอบธรรมและประสิทธิภาพ ก่อนระเบิดออกมาเมื่อมีวิกฤตโควิด

"เราไม่มีโอกาสชุมนุมเรียกร้อง แต่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์มองออกมาจากโลกส่วนตัวของท่าน ลองมองดูบรรยากาศที่ประชาชนเรียกร้อง แม้แต่คนที่เคยสนับสนุนยังบอกเลยว่าไม่ไหวแล้ว ตัดสินใจลาออกเพื่อประเทศชาติและประชาชนเถอะครับ" นายปิยบุตรกล่าว

rally

ที่มาของภาพ, Thai news pix

เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ออกแบบมาให้ "แก้ไม่ได้" ทว่านายปิยบุตรเห็นว่ามีทางแก้ไขได้หาก "เจ้าของ ส.ว." หรือ "เจ้าของประเทศ" ส่งสัญญาณให้ ส.ว. แก้ไข วันเดียวแก้ได้ จบเลย วิธีการแบบนี้จะป้องกันไม่ให้เกิดการชุมนุมลุกลามบานปลาย และป้องกันไม่ให้ทหารออกมายึดอำนาจ นี่คือการเปลี่ยนผ่านให้โรดแมปสำเร็จ

รับเปลี่ยนชื่อเป็น "คณะก้าวหน้า" เพื่อหลบกลเกมกฎหมาย

นายธนาธร นายปิยบุตร กับพวกรวม 16 คน อยู่ระหว่างการถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 21 ก.พ. โดยห้ามเป็น กก.บห. หรือมีส่วนร่วมจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น

การแถลงเปิดตัวคณะก้าวหน้าในวันนี้ (21 มี.ค.) ไม่เพียงตรงกับวันครบรอบ 1 เดือนหลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค อนค. แต่ยังตรงกับวันคล้ายวันเกิดปีที่ 66 ของ พล.อ.ประยุทธ์ด้วย ซึ่ง น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษก อนค. และหนึ่งในคณะก้าวหน้า ออกตัวว่า ไม่ได้อยากให้องค์กรการเมืองใหม่ของเธอต้องมีวันเกิดวันเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์

พรรคอนาคตใหม่

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ต่อคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคเมื่อ 21 ก.พ. ปิดฉากพรรคอันดับสามในสภาด้วยอายุการเมือง 1 ปี 4 เดือน18 วัน

แรกเริ่มเดิมที คณะบุคคลชุดนี้จะใช้ชื่อว่า "คณะอนาคตใหม่" แต่ต้องเปลี่ยนมาใช้ชื่อเป็น "คณะก้าวหน้า" เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคการเมืองที่ถูกสั่งยุบพรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใด ๆ ซึ่งนายปิยบุตรยอมรับว่า เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจอกลเกมกฎหมาย และทำให้เสียสมาธิในการทำงานการเมือง เพราะอาจมี "นักร้อง" ไปยื่นคำร้องได้

"กฎหมายของประเทศนี้ก็เป็นใจเสียเหลือเกินที่จะทำลายความทรงจำของอนาคตใหม่ เขาไม่ให้ใช้ชื่ออนาคตใหม่ พอเวลาผ่านไป คิดว่าคนก็ลืมชื่อ วันนี้มีพรรคก้าวไกลแล้ว พอเรามาตั้งคณะก้าวหน้าก็บอกว่าใช้ไม่ได้อีก จะมีเครื่องจักรทางกฎหมายตามบี้ทำลาย ผมขอบอกเลยว่ากฎหมายไม่สามารถทำลายความทรงจำของผู้คนได้" นายปิยบุตรระบุ

ส.ส. ที่เหลือ 54 คนสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ, ส.ส. ที่เหลือ 54 คนสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลเรียบร้อย มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ส่วนที่เหลือย้ายไปสังกัดพรรครัฐบาล

เขาบอกด้วยว่า คำว่าอนาคตใหม่คือตำนานที่มีชีวิต เป็นประวัติศาสตร์ที่ยังเดินเรื่องอยู่ และเป็นจิตวิญญาณที่พร้อมจะเดินทางต่อเนื่องเข้าไปอยู่ในร่างกายใหม่ ๆ ต่อไป

ยังไม่ประเมินคณะก้าวหน้ากระทบชนชั้นนำอย่างไร

ในสัปดาห์แรกของการตกที่นั่ง "พลเมืองชั้น 2" อดีตแกนนำ อนค. ได้ใช้เวลาสรุปบทเรียนทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา

คำถามที่วนอยู่ในหัวนายปิยบุตรคือ ชนชั้นนำไม่สบายใจนายธนาธรกับเขาในเรื่องอะไร หรือไม่สบายใจทั้งพรรค

นายปิยบุตรยอมรับกับบีบีซีไทยว่า ภายหลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 มีชนชั้นนำส่งสัญญาณมาว่าต้องการให้หัวหน้าและเลขาธิการ อนค. หายไปจากการเมือง โดยให้ "เว้นวรรค" ไปอยู่ต่างประเทศสัก 5 ปี แต่นั่นไม่ใช่ทางที่พวกเขาเลือก

ในเวลานั้น.. 2 ผู้ก่อการพรรคสีส้มเริ่มถูก "ตั้งคดี" แล้ว โดยนายธนาธรเผชิญกับคดีถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งต่อมาได้นำไปสู่การขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนนายปิยบุตรถูกฟ้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นศาลหลังออกแถลงการณ์ต่อกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)

ในเวลานี้.. นายธนาธรเพิ่งถูกแจ้งความดำเนินคดีอาญาโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติ ส.ส. โดยต้องระวางโทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี

น.ส.พรรณิการ์ วานิช สวมใส่เสื้อคอลเลคชั่น "ฆ่าไม่ตาย" พร้อมสกรีนลายเซ็นต์นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บนเครื่องหมายกากบาทสีแดง

ที่มาของภาพ, กองโฆษก คณะก้าวหน้า

คำบรรยายภาพ, น.ส.พรรณิการ์ วานิช สวมใส่เสื้อคอลเลคชั่น "ฆ่าไม่ตาย" พร้อมสกรีนลายเซ็นต์นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บนเครื่องหมายกากบาทสีแดง

ในระหว่างแถลงเปิดตัวคณะก้าวหน้า เขาไม่ได้ตอบคำถามบีบีซีไทยตรง ๆ ว่าพบคำตอบที่ตามหาแล้วหรือยัง รวมถึงไม่ได้ประเมินว่าการเกิดขึ้นของคณะก้าวหน้าจะกระทบกระเทือนต่อชนชั้นนำอย่างไร และผลร้ายที่สุดที่จะได้รับคืออะไร

นายปิยบุตรบอกเพียงว่าถ้าตั้งหลักว่าประเทศไทยเป็นของคนทุกคน ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง "การตัดสินใจที่ร่วมกันของคนทั้งประเทศ ผมคิดว่าชนชั้นนำพร้อมรับฟัง"

ทั้งนายปิยบุตร และ น.ส.พรรณิการ์ บอกตรงกันว่าการเดินทางการเมืองของพวกเขา ไม่มีศาลไหน ๆ จะยุบไปได้ การถูกตัดสิทธิการเมือง 10 ปี ไม่ได้ตัดสิทธิความเป็นพลเมืองไทยที่มีสิทธิเสรีภาพในการเสนอความเห็นต่อบ้านเมือง

เปิด 2 เป้าหมาย 3 ภารกิจหลัก

เป้าหมายในการเกิดขึ้นของ "คณะก้าวหน้า" ถูกกำหนดไว้ 2 ประการตามคำอธิบายของนายปิยบุตร

หนึ่ง ทำให้ความต้องการของ "ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อยุบพรรค" ไม่สำเร็จ เมื่ออยากตัดบทบาทแกนนำ อนค. ต่อไปนี้จะเห็นพวกเขาออกรณรงค์ไปทั่วประเทศ และเห็นความคิดและจิตวิญญาณแบบ อนค. ถ่ายโอนไปสู่คณะก้าวหน้าทุกอณูทั่วประเทศ

สอง สร้างองค์กรรณรงค์ขับเคลื่อนทางความคิดแบบก้าวหน้า มุ่งมั่นปักธงทางความคิดให้สังคมไทย เดินหน้าสร้างพลเมืองก้าวหน้าให้ประเทศ

นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมเมื่อวันที่ 25 ก.พ.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คณะก้าวหน้ายังกำหนดภารกิจหลักไว้ 3 ประการ ได้แก่ สร้างเครือข่ายทั่วประเทศ, รณรงค์ทางความคิดทั่วประเทศโดยมี 12 ประเด็นพื้นฐาน และรณรงค์หาเสียงให้การเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับทั่วประเทศ

ขณะที่โครงสร้างการทำงานจะมี กก.บห. ชุดหนึ่งซึ่งแปรสภาพจากอดีต กก.บห.อนค. นั่นเอง โดยแบ่งแยกหน้าที่ตามภารกิจ 5 ด้าน ดังนี้

  • เครือข่ายพื้นที่ 9 พื้นที่
  • เครือข่ายกลุ่มบุคคล มีเป้าหมาย 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงาน, ข้าราชการรุ่นใหม่, นักธุรกิจ และนักเรียนนักศึกษา
  • โรงเรียนของผู้ไม่จำนน ซึ่งจะจัดอบรม 5 หลักสูตรให้คน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มคนทั่วไป, เยาวชนรุ่นใหม่, ผู้นำรุ่นใหม่, ผู้นำก้าวหน้า และการรณรงค์อย่างสร้างสรรค์
  • งานวัฒนธรรม มีกิจกรรม 5 ส่วน ได้แก่ ฟิวเจอร์เฟส, ฉายภาพยนตร์และจัดงานเสวนา, รางวัลวรรณกรรมผู้สนับประชาธิปไตย/ก้าวหน้า, สัปดาห์หนังสือการเมือง และนิทรรศการแสดผลงานศิลปินฝ่ายประชาธิปไตย/ก้าวหน้า
  • วงนโยบาย

"ประชาธิปไตยเป็นโครงการที่ไม่มีที่สิ้นสุด"

อดีตเลขาธิการพรรคคนแรก-คนเดียวของ อนค. บอกว่า การเมืองคือความเป็นไปได้ และ การเมืองคือการเอาชนะทางความคิด ซึ่งตลอดเวลา 1 ปี 4 เดือน 17 วันของ อนค. พวกเขาได้พิสูจน์แล้วว่า "สิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้" แต่หลังพรรคถูกยุบได้ก่อให้เกิดคำถามมากมายว่าชาว อนค. จะเดินต่อไปอย่างไร แพ้แล้วใช่หรือไม่ จึงเป็นอีกครั้งที่ต้องพิสูจน์ในการเดินทางบทใหม่

"พวกเราจะฟื้นคืนชีพมาให้ได้อีกครั้งดั่งนกฟีนิกซ์ในชื่อคณะก้าวหน้า" และยังประกาศเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเดินทางไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันทำให้สังคม "ก้าวหน้าและก้าวไกลสู่อนาคตใหม่ที่พวกเรากำหนดเอง"

ในช่วงท้าย ประชาชนตั้งคำถามว่าคณะก้าวหน้าใช้เวลากี่ปีถึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งนายธนาธรหัวเราะเมื่อได้ยินคำถามนี้ ก่อนอธิบายว่ารัฐประหาร 2534 ใช้เวลา 1 ปีก่อนเกิด "พฤษภาทมิฬ" 2535 ก่อนได้รัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งใช้เวลาถึง 5 ปี ดังนั้นเดินทางครั้งนี้ยาวนาน คงไม่กล้าบอกว่าจะใช้เวลาเท่าไร แต่ไม่อยากให้ทุกคนหมดหวัง เพราะถ้ามองย้อนกลับไป 2 ปี อนค. ก็ทำอะไรได้มากมาย "เราสะสมความสำเร็จระดับเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย เมื่อสะสมความสำเร็จได้ปริมาณมากพอ จะเกิดแรงเหวี่ยง ไปเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ"

ขณะที่นายปิยบุตรเรียกร้องให้ผู้รักประชาธิปไตยหยุดตั้งคำถามนี้ แล้วมาลงมือทำ เพราะ "ประชาธิปไตยเป็นโครงการที่ไม่มีที่สิ้นสุด แม้ได้มาแล้ว ก็ต้องพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ บางทีทันสมัยยุคหนึ่ง อาจไม่ทันสมัยในยุคต่อไป"