มะเร็ง : จากวัดสู่โรงพยาบาล ปลายทางของพระนักสูบ

รพ.สงฆ์

ที่มาของภาพ, Smitanan Yongstar/BBC thai

    • Author, สมิตานัน หยงสตาร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย

"พระในวัดเกือบทุกรูปสูบบุหรี่ เจ้าอาวาสก็สูบ มีคนเป็น (มะเร็ง) ให้เห็นเขาก็ไม่กลัว" พระสมศักดิ์ ทับคล้าย เล่าให้บีบีซีไทยฟังถึงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของพระในสมัยก่อนจากเตียงผู้ป่วยในหออายุรกรรม โรงพยาบาลสงฆ์

พระสมศักดิ์ วัย 64 ปี จากวัดป่าศรีอุทัย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งที่โพรงจมูกเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ต้องเดินทางมา "จำวัด" ที่ รพ.สงฆ์หลายครั้ง รวมทั้งครั้งนี้เพื่อเข้ารับการฉายรังสีให้ก้อนเนื้อหลังโพรงจมูกมีขนาดเล็กลง

แม้การรณรงค์ให้เลิกบุหรี่ดำเนินไปอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง แต่ประชากรกลุ่มหนึ่งที่ยังคงมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่และมีอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่คือ "พระสงฆ์" ซึ่งข้อมูลจาก รพ.สงฆ์พบว่าร้อยละ 60 ของพระภิกษุเคยสูบหรือยังคงสูบบุหรี่อยู่ และกว่าร้อยละ 30 ติดบุหรี่ ซึ่งถือว่าสูงกว่ากลุ่มคนทั่วไปที่มีอัตราการสูบบุหรี่ลดลงเหลือร้อยละ 20 ในปัจจุบัน

บุหรี่-พระ-มะเร็ง

โรงพยาบาลสงฆ์ตั้งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของย่านพญาไทในกรุงเทพฯ ภายในหอผู้ป่วยอายุรกรรมมีเตียงเรียงรายอยู่นับสิบซึ่งรองรับเหล่าภิกษุสงฆ์ที่อาพาธจากทั่วทั้งประเทศที่ต้องการเข้ารับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

พระสมศักดิ์เล่าให้ฟังว่าเขาสูบบุหรี่มานานเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ก่อนบวช เพิ่งมาเลิกได้เมื่อปี 2536 ซึ่งเป็นช่วงที่ทางวัดรณรงค์ให้พระเลิกบุหรี่ ถึงขนาดมีการกำหนดว่าใครจะบวชต้องเลิกบุหรี่เสียก่อน

แม้จะหยุดสูบบุหรี่ไปนาน แต่โรคภัยก็ยังคงตามมา

ปี 2554 พระสมศักดิ์พบว่ามีก้อนเนื้อเล็ก ๆ ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวในจมูก ต่อมาก็มีอาการเลือดออกทางจมูกไม่หยุด หมอพบว่ามีแผลหลังโพรงจมูก พระสมศักดิ์จึงเดินทางมารักษาต่อที่ รพ.สงฆ์ ในกรุงเทพฯ ซึ่งหลังจากตรวจโดยละเอียดแล้วหมอวินิจฉัยว่าเขาเป็นมะเร็งระยะที่ 2

ผ่านไปกว่า 3 ปี ก้อนเนื้อนั้นโตขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเริ่มมีอาการปวดเวลานอน พระสมศักดิ์จึงต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการฉายรังสี จนก้อนเนื้อมีขนาดเล็กลงและเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติได้

พระสมศักดิ์ พระวัดป่าใน จ.สระแก้ว เลิกบุหรี่ตั้งแต่ปี 2536 ปัจจุบันอาพาธด้วยโรคมะเร็งโพรงจมูก

ที่มาของภาพ, Smitanan Yongstar/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, พระสมศักดิ์ พระวัดป่าใน จ.สระแก้ว เลิกบุหรี่ตั้งแต่ปี 2536 ปัจจุบันอาพาธด้วยโรคมะเร็งโพรงจมูก

แม้แพทย์จะไม่สามารถระบุสาเหตุการเกิดมะเร็งแน่ชัด ว่ามะเร็งที่พบเกิดจากสาเหตุใด แต่พระสมศักดิ์เชื่อว่าการสูบบุหรี่สมัยหนุ่มน่าจะมีผลอยู่มาก

พระธรรมจักร ธนะรักษ์ วัย 60 ปี เป็นพระอีกรูปหนึ่งที่ต้องทรมานจากโรคมะเร็ง เริ่มจากมะเร็งปอด ตอนนี้มะเร็งลามไปที่หลอดลมแล้ว

"สมัยก่อนคนที่ไม่สูบบุหรี่ พอไปบวชอยู่วัดก็ติดบุหรี่กันหมด" พระธรรมจักรกล่าวด้วยเสียงแหบแห้งและเหนื่อยอ่อน

พระธรรมจักรยอมรับว่าเขาสูบบุหรี่อย่างหนัก และนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้อาพาธด้วยโรคมะเร็ง และต้องใช้วิธีการเจาะคอเพื่อให้สามารถหายใจได้สะดวกขึ้น โดยยังไม่รู้ว่าการรักษาครั้งนี้จะไปสิ้นสุดที่ใด

"ประเคนบุหรี่" ประเพณีสร้างบาป?

พระสมศักดิ์ย้อนอดีตให้ฟังว่า เมื่อราว 30 ปีก่อนบรรยากาศในวัดเหมือน "เมืองในหมอก" ไม่ใช่ด้วยอากาศ แต่ด้วยควันบุหรี่ที่คละคลุ้งไปทั่ว เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่พระที่สูบบุหรี่

"ทุกงานทุกบ้านจะต้องมีถวายบุหรี่ ก็สูบ นั่งคุยกับโยมก็สูบกันทุกบ้าน พระส่วนใหญ่ถึงติดบุหรี่ไง เพราะสมัยก่อนเขาถวาย ตั้งแต่รุ่นพ่อไม่มีบุหรี่ก็ถวายหมากกับยาเส้น"

"ขึ้นบ้านไหนก็บ้านนั้น บางบ้านที่มีเงินน้อยก็ใช้จานแยกคนละ 5-6 มวน คนที่มีเงินก็ถวายรูปละซอง พระก็สูบกันสบาย"

การ "ประเคนบุหรี่" ถือเป็นประเพณีที่ชาวพุทธทุกบ้านปฏิบัติกันแทบเป็นปกติในสมัยนั้น แต่หลังจากทางราชการเริ่มรณรงค์ลดการสูบบุหรี่อย่างจริงจัง ประเพณีปฏิบัตินี้จึงเลิกกันไป แต่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ผ่านสุขภาพของพระสงฆ์สูงวัยที่ต่างเจ็บด้วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แม้จะเลิกบุหรี่ไปนานแล้วก็ตาม

โดยเฉพาะในวัดตามต่างจังหวัด ยิ่งอยู่ติดแถบชายแดนอย่าง จ.สระแก้ว ด้วยแล้ว ราคาบุหรี่ยิ่งถูก เมื่อได้รับปัจจัยมาจากชาวบ้าน พระบางส่วนจึงเลือกที่จะซื้อบุหรี่มาสูบกันเอง พระสมศักดิ์เล่า

มะเร็งยืนหนึ่ง "โรคที่เป็นภาระ"

นพ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผู้อำนวยการ รพ.สงฆ์ ให้ข้อมูลว่า สาเหตุของโรคมะเร็งที่พบในหมู่พระสงฆ์ทุกวันนี้ ไม่ใช่ผลจากพฤติกรรมปัจจุบัน แต่เป็นผลจากการสูบบุหรี่ในอดีต แม้พระบางรูปจะเลิกสูบมากว่า 10 ปีก็ตาม

นพ.ชำนิ เปิดสถิติ 5 โรคสำคัญที่มีผลกระทบด้านสุขภาพ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจเป็นภาระในการดูแลของ รพ.สงฆ์ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณในการดูแลที่สูง

รพ.สงฆ์

ที่มาของภาพ, Smitanan Yongstar/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, รพ.สงฆ์ ให้การรักษาพระอาพาธโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

อันดับ 1 คือ โรคมะเร็ง ทั้งมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งล้วนมีสาเหตุมาจากการรับควันบุหรี่แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการสูบเองหรือการได้รับควันบุหรี่ "มือสอง"

อันดับ 2 โรคปอด ถุงลมโป่งพอง หอบหืด

อันดับ 3 เบาหวาน ความดัน

อันดับ 4 โรคทางเดินอาหาร พวกโรคกระเพาะ โรคหลอดเลือดในกระเพาะ

อันดับ 5 โรคไต มาจากอาหารเค็ม และการฉันยาโดยเฉพาะในกลุ่มภิกษุสูงอายุ

แม้ตามสถิติจะพบว่าโรคเบาหวานและโรคอ้วนจะเป็นโรคที่พระอาพาธมากที่สุด แต่หากกล่าวถึงภาระในการดูแล โรคมะเร็งนับเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาและการดูแลสูง

นพ.ชำนิให้ข้อมูลที่น่าสนใจอีกด้วยว่า "ควันธูป" และ "เขม่าจากเตาเผาศพ" เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พระสงฆ์มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่ระบบทางเดินหายใจมากกว่าคนทั่วไป

สามเณรนักสูบหน้าใหม่

ขณะที่พระสงฆ์เริ่มตระหนักถึงพิษภัยจากการสูบบุหรี่ จนบางส่วนเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ แต่เหล่าสามเณรกลับมีทิศทางสวนกระแส แม้ในวัดจะเข้มงวด แต่พวกเขามีแนวโน้มเป็น "นักสูบหน้าใหม่" กันมากขึ้น

นพ.ชำนิตั้งข้อสังเกตว่า สามเณรก็มีอุปนิสัยเช่นวัยรุ่นทั่วไป ที่มักมีความกล้า อยากทดลองสิ่งใหม่ ๆ เมื่อมีโอกาสได้อยู่กันเป็นกลุ่ม รร.พระปริยัติธรรม ซึ่งเป็นศาสนศึกษาที่สอนวิชาสามัญทั่วไป จึงมีการจับกลุ่มกันสูบบุหรี่

"เพิ่งเริ่มบวชเรียน พระธรรมวินัยก็ไม่ได้เคร่งครัดเหมือนพระสงฆ์ พอมีเวลาว่างหลังจากเรียนที่ รร.พระปริยัติธรรม ได้เงินทำบุญมาก็ซื้อบุหรี่มาสูบกัน" นพ.ชำนิเล่า พร้อมกับให้ข้อมูลว่า แนวโน้มนี้ทำให้คลินิกเลิกบุหรี่ ของ รพ.สงฆ์ มุ่งกลุ่มเป้าหมายไปยังสามเณร ที่มีอยู่ราว 50,000 รูปทั่วประเทศ โดยการจัดกิจกรรมบำบัดกลุ่ม

ธูปและดอกไม้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ควันธูปและควันจากเตาเผาศพเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคทางเดินหายใจของพระสงฆ์

หลักการแพทย์กับหลักปฏิบัติของสงฆ์

นพ.ชำนิกล่าวว่า พระสงฆ์มีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่แตกต่างจากคนทั่วไปเพราะ "กิจของสงฆ์" ใช้พลังงานไม่เทียบเท่ากับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์จึงต้องยึด "พระธรรมวินัย" ควบคู่ไปด้วย

นพ.ชำนิ เล่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ รพ.สงฆ์ให้ฟังว่า เมื่อพระกลายมาเป็นผู้ป่วยแล้ว เจ้าหน้าที่จึงยึดหลักทางการแพทย์ในการดูแล ซึ่งพระสงฆ์ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ทั้งหมด

"บอกว่าให้ไปออกกำลังกาย ท่านทำไม่ได้เพราะถ้าพูดจริง ๆ ผิดสิกขาบท อย่างเก่งก็กวาดลานวัด บิณฑบาตเป็นสิ่งที่พระธรรมวินัยอนุญาตไว้ จะให้วิ่งออกกำลังกายตอนเช้าชาวบ้านก็ติเตียนอีก"

รพ.สงฆ์

ที่มาของภาพ, Smitanan Yongstar/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ผอ.รพ.สงฆ์ระบุว่าการรักษาอาการอาพาธของพระมีความซับซ้อนเพราะต้องคำนึงถึงพระธรรมวินัยและวัตรปฏิบัติของสงฆ์ด้วย

บุคลากรทางการแพทย์จึงต้องทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถถวายความรู้ได้อย่างเหมาะสมและรักษาได้สอดคล้องกับวัดปฏิบัติของสงฆ์

ตัวอย่างเช่นการให้ยารักษาโรคเบาหวาน หากมีการให้ยาที่มีฤทธิ์แรง ที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีตลอดทั้งวันก็อาจเกิดผลข้างเคียงจากยา เพราะพระสงฆ์ฉันอาหารหนึ่งหรือสองมื้อ เมื่อพระไม่ได้ฉันมื้อเย็นก็จะเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและเป็นลมได้

"ถ้าเป็นการรักษาคนทั่วไปโรคเดียวกัน ที่การรักษาผู้ป่วยในนอนก็เฉลี่ยสัก 5 วัน ถ้าเป็นพระสงฆ์จะต้องอย่างต่ำ 15 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าแข็งแรง ดูแลตัวเองได้จริง ๆ"

ที่เป็นเช่นนี้ นพ.ชำนิ อธิบายว่า ด้วยพระธรรมวินัยกำหนดให้พระสงฆ์ต้องนอนแยกกันเป็นกุฏิเดี่ยว ๆ หากท่านเจ็บป่วยเรื้อรังแล้วกลับไปจำวัดเร็ว ก็จะไม่มีผู้ดูแลในยามดึก นี่เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ต้องทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถรักษาเหล่าพระสงฆ์ได้อย่างเหมาะสม

นพ.ชำนิกล่าวว่า นอกจากโรคมะเร็งแล้ว โรคเบาหวานและความดันในเลือดสูงก็เป็นหนึ่งในโรคที่กำลังคุกคามสุขภาพของพระสงฆ์ในระดับที่น่าเป็นห่วง

นพ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผู้อำนวยการ รพ.สงฆ์

ที่มาของภาพ, Smitanan Yongstar/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นพ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผู้อำนวยการ รพ.สงฆ์

ขณะนี้สังคมของพระสงฆ์เกือบ 28 เปอร์เซ็นต์มีอายุเกิน 60 ปีแล้ว หลายปีที่ผ่านมา "ตักบาตรคิดถึงพระ" ถูกใช่เป็นสโลแกนในการขอความร่วมมือ ให้พุทธศาสนิกชนหลีกเลี่ยงการตักบาตรหรือถวายของที่ทำร้ายสุขภาพของพระ

แม้พระสงฆ์ไม่สามารถปฏิเสธอาหารที่รับบิณฑบาตได้ แต่พระธรรมวินัยก็เปิดโอกาสให้ภิกษุสามารถ "พิจารณาอาหาร" เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงพอที่จะปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้ นั่นหมายถึงประชาชนต้องสร้างตัวเลือกที่มีคุณภาพให้พระสงฆ์ด้วย

"เวลาใส่บาตรก็อยากให้นึกว่าพ่อแม่เราที่เป็นผู้สูงอายุรับประทานอะไรได้บ้าง ก็ให้ทำอาหารอย่างเดียวกันนั้นถวายพระ" ผู้อำนวยการ รพ.สงฆ์แนะนำ