You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
จิตแพทย์ชี้ หากตำรวจคิดฆ่าตัวตาย มักประสบความสำเร็จสูงกว่าคนในอาชีพอื่น
จดหมายสั่งลา "หมดเวลาบนโลกนี้แล้ว" กับปืนพกประจำกายที่ใช้เป็นเครื่องมือปลิดชีพหล่นทิ้งไว้ข้างกาย ภายในบ้านที่เลือกใช้เป็นสถานที่จบชีวิต...นี่เป็นเพียงคำบรรยายเหตุการณ์ตำรวจฆ่าตัวตายเหตุการณ์หนึ่งที่ตกเป็นข่าวสะเทือนใจคนทั้งประเทศเมื่อปีที่แล้ว โดยเหตุการณ์ทำนองนี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
ชักปืนจ่อหัว กระโดดตึก แขวนคอดับ รมควันในรถยนต์ เป็นถ้อยคำพาดหัวข่าวเหตุการณ์ตัดสินใจลาโลกของตำรวจบางนาย จนอาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่าตำรวจไทยเป็นอาชีพเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย จริงหรือ
ต้นข้าว (นามสมมติ) นางพยาบาลที่มียศตำรวจสัญญาบัตรของ รพ. ตำรวจ เล่าว่า ตำรวจแต่ละคนเมื่อเข้ามายังโรงพยาบาลก็นำเอาความเครียด วิตกกังวล มาระบายให้ฟังบ่อยครั้งจนเธอเชื่อมั่นว่า อาชีพตำรวจน่าจะมีความเครียดค่อนข้างสูง
"ไหนจะความรับผิดชอบ ไหนจะครอบครัว เข้างานเข้าเวรก็ไม่เหมือนบริษัททั่วไป คนร้ายคนหนึ่งต้องดูแลถึงขึ้นศาล เป็นหน้าที่ต่อเนื่อง แต่พอป่วย ไม่ว่าทางกายหรือทางจิต เขาก็บอกว่า ต้องเข้าเวรนะ ติดภารกิจ พี่ครับมาไม่ได้จริง ๆ"
ดังนั้น เมื่อถามความเห็นถึงข่าวตำรวจเครียดจนฆ่าตัวตาย เธอจึงไม่รู้สึกแปลกใจ และยอมรับว่าตัวเองเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และคิดจบชีวิตเหมือนกัน
"มันเหมือนระเบิดเวลาที่ตั้งเอาไว้ นานวันขึ้น ความรับผิดชอบเยอะขึ้น สิ่งแวดล้อม หน้าที่การงาน เรื่องส่วนตัวด้วย ทำให้ตัวเองไม่อยากอยู่ในโลกนี้" ต้นข้าว ตอบเสียงเศร้า