มองประวัติศาสตร์ชาติ ผ่านภาพกษัตริย์บนธนบัตร

ที่มาของภาพ, ธปท
- Author, ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์
- Role, สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
28 กรกฎาคม 2561 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และเป็นวันที่ธนบัตรชนิดใหม่ในรัชกาลที่ 10 ราคา 500 บาท และ 1,000 บาท ออกสู่ท้องตลาด ภายหลังธนบัตรชุดแรก ชนิดราคา 20 บาท 50 บาท และ 100 บาทออกสู่ประชาชน เมื่อวันจักรีที่ผ่านมา
อาจกล่าวได้ว่า ธนบัตรคือบันทึกประวัติศาสตร์ฉบับย่อที่สะท้อนอุดมการณ์ทางการเมือง และพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศ ฮันส์ เดอ เฮจ นักประวัติศาสตร์ด้านเงินตราชาวดัทช์ ได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า ภาพบุคคลบนธนบัตรมักเลือกใช้ภาพของบุคคลสำคัญของชาติและมีความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เงินนั้นมีความน่าเชื่อถือและมีค่า
นอกจากนี้ ภาพที่ใช้ประกอบยังบ่งบอกอัตลักษณ์และภาพลักษณ์ของแต่ชาติอีกด้วย ดังนั้น ภาพบนธนบัตรจึงนับเป็นเครื่องมือหนึ่งที่เผยแพร่ ภาพลักษณ์ของสถาบันชาติและสถาบันกษัตริย์ในระดับชีวิตประจำวันและพื้นที่สาธารณะได้กว้างขวาง นับตั้งแต่เริ่มใช้ธนบัตรมาในสมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน

ที่มาของภาพ, ธปท.
ราชานิยมบนธนบัตรไทย
ชาตรี ประกิตนนทการ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ อธิบายไว้ในบทความ "รูปภาพ ลวดลาย และสัญลักษณ์ธนบัตรไทย" ใน จุลสารหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ ว่า การออกแบบธนบัตรไทยนั้นมีความสัมพันธ์กับ 3 องค์ประกอบหลัก คือ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แนวคิดชาตินิยมไทย และการพัฒนาของอำนาจสถาบันกษัตริย์
ธนบัตรยุคแรกไม่มีภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ แต่ใช้ตราแผ่นดินเป็นสำคัญ จนกระทั่งสมัยรัชกาลที่ 7 ในช่วงที่สถาบันกษัตริย์ถูกสั่นคลอน ในการออกแบบธนบัตร รัฐบาลจึงอัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมาเป็นประธานด้านหน้า พร้อมกับใช้ภาพพระบรมมหาราชวังและเรือสุพรรณหงส์มาประกอบ ใช้ภาพทิวทัศน์แม่น้ำปิงเพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของชาติ ส่วนด้านหลังเป็นภาพพระสมุทรเจดีย์ เพื่อสื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ผู้ทรงปกป้องประเทศจาก วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 หรือ สงครามฝรั่งเศส - สยาม

ที่มาของภาพ, Getty Images
เปลี่ยนแปลงการปกครอง
การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ส่งผลให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงธนบัตรใหม่ พร้อมอุดมการณ์การเมืองใหม่ ธนบัตรใหม่ ออกสู่สาธารณะในปี พ.ศ.2481 ด้วยพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 8 เป็นประธาน แต่ก็ถูกอธิบายภายใต้ระบบการเมืองแบบใหม่ เพราะมีลายน้ำที่เป็นพานรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองของคณะราษฎร ในขณะที่ด้านหลังธนบัตร ถึงจะใช้ภาพพระที่นั่งอนันตสมาคมที่สร้างโดยรัชกาลที่ 5 ก็ตาม แต่ภายหลัง 2475 พระที่นั่งองค์นี้ได้ถูกใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภา ทำให้ความหมายของพระที่นั่งนี้เปลี่ยนจากของของเจ้ามาสู่ราษฎร อย่างไรก็ดี การปรากฏพระบรมสาทิสลักษณ์กับพานรัฐธรรมนูญบนธนบัตรอาจบ่งบอกถึงความพยายามในการประนีประนอมกับระหว่างฝ่ายเจ้ากับฝ่ายคณะราษฎร
ต่อมา สงครามมหาเอเชียบูรพาสิ้นสุดลงในปี 2488 พร้อมกับการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ทำให้ระบอบเผด็จการทหารหยุดลงชั่วคราว จึงมีการออกแบบภาพด้านหลังธนบัตรใหม่เป็นพานรัฐธรรมนูญเต็มพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อขานรับกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเชิดชูระบอบเสรีประชาธิปไตย แต่ธนบัตรนี้ก็มีอายุสั้นเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น เพราะมีการเปลี่ยนรัชกาล และเกิดการรัฐประหารในปี 2490

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์ธนาคารออมสิน
รัชกาลใหม่ ธนบัตรใหม่
ใน พ.ศ.2491 รัฐบาลได้เริ่มต้นใช้ธนบัตรใหม่ที่มีพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 9 เป็นประธาน ในขณะที่ภาพด้านหลังเปลี่ยนกลับไปเป็นพระที่นั่งอนันตสมาคม แต่ในธนบัตรชนิดราคา "ห้าสิบสตางค์" ยังคงใช้พานรัฐธรรมนูญประดับที่กึ่งกลาง นับเป็นธนบัตรชุดสุดท้ายที่เป็นมรดกทางความคิดของคณะราษฎร
อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่หลัง พ.ศ.2500 เป็นต้นมา เมื่ออำนาจของสถาบันกษัตริย์ได้เพิ่มขึ้นนับจากยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เราก็ไม่พบภาพของพานรัฐธรรมนูญอีก และโดยเฉพาะนับจาก พ.ศ.2510 ภาพด้านหลังของธนบัตรจะเน้นภาพที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์และชาติเป็นแกนหลัก เช่น เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ วัดเบญจมบพิตร เป็นต้น
จนกระทั่งปี 2518 การคุกคามของคอมมิวนิสต์จากภายนอกสร้างความหวั่นกังวลอย่างมากต่อรัฐบาลไทย พร้อมกับการเกิดขึ้นของธนบัตรใหม่ในชุด "มหาราช" ด้านหน้าของธนบัตร มีพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 9 ยังเปลี่ยนจากทรงชุดครุยมาทรงฉลองพระองค์ชุดจอมทัพ ส่วนภาพด้านหลังใช้ภาพของอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงช้างยุทธหัตถี และ พระบรมรูปทรงม้า ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลของประวัติศาสตร์ชาติแบบราชาชาตินิยม และอนุสาวรีย์ในฐานะของเครื่องมือทางการเมือง

ที่มาของภาพ, Getty Images
200 ปี รัตนโกสินทร์
ภายหลังปัญหาคอมมิวนิสต์สิ้นสุดลง ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีใน พ.ศ. 2525 รัฐบาลผลิตธนบัตรใหม่ในราคา 50 บาท และ 500 บาท โดยด้านหลังธนบัตรใบละ 500 เป็นภาพอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 เพื่อสื่อถึงการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในขณะที่ใบละ 50 บาทเป็นอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ที่มีฉากหลังเป็นพระที่นั่งอนัตสมาคม คงเพื่อสื่อถึงระบอบประชาธิปไตยและการพระราชทานรัฐธรรมนูญโดยกษัตริย์ตามวาทกรรมชาติ
หลังการเฉลิมฉลอง สถาบันกษัตริย์มีความมั่นคงต่อเนื่อง พร้อมไปกันกับการขยายพระราชอำนาจและพระราชกรณียกิจไปยังสาขาต่างๆ ได้แก่ เศรษฐกิจ การศึกษา สังคม และวัฒนธรรม ในปี 2535 รัฐบาลจึงจัดพิมพ์ธนบัตรที่นำเสนอภาพพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์พระองค์ต่างๆ เป็นครั้งแรก ตัวอย่างเช่น ธนบัตรใบละ 500 เป็นภาพรัชกาลที่ 1 กับรัชกาลที่ 2 โดยมีภาพพระบรมมหาราชวัง เพื่อสื่อว่าพระองค์เป็นผู้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และภาพรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 เป็นต้น เช่นเดียวกับด้านหน้าธนบัตรได้มีการขยายภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ให้ใหญ่ขึ้น
วิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง
การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงระหว่างปี 2539-2539 ทำให้วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 รัฐบาลจึงหันมาส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ ดังเห็นได้จากด้านหลังธนบัตรใบละ 1,000 บาท ที่มีภาพพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 9 ทรงชุดสูทสากล พร้อมกล้องถ่ายรูปและแผนที่แนบติดพระวรกาย ด้านข้างมีภาพของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเมฆฝนที่ทำให้นึกถึงฝนเทียม ซึ่งสะท้อนพระอัฉริยภาพของพระองค์ด้านการจัดการน้ำ ด้านข้างยังมีภาพเรือกสวนไร่นา ซึ่งสะท้อนเกษตรทฤษฎีใหม่ที่พระองค์ท่านทรงส่งเสริม
เมื่อประเทศฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ พัฒนาการทางการเมืองก็นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองที่นำไปสู่การรัฐประหารในปี 2549 และความพยายามของรัฐบาลทหารในการส่งเสริมให้ประชาชนรักชาติผ่านประวัติศาสตร์ จึงปรากฏภาพของวีรบุรุษประวัติศาสตร์บนด้านหลังของธนบัตร เช่น ภาพพ่อขุนรามคำแหงโดยมีภาพของจารึกหลักที่ 1 สังคโลก และประชาชนกำลังสั่นกระดิ่งร้องทุกข์ ภาพสมเด็จพระนเรศวรประกาศเอกราช ภาพพระเจ้าตากสินที่มีภาพประกอบเป็นพระราชวังเดิมและทรงเกลี้ยกล่อมให้ประชาชนรวมกำลังกันกู้อิสรภาพ เป็นต้น การปรากฏภาพของอดีตพระมหากษัตริย์นับจากหลังปี 2540 นี้สอดคล้องกับการผลิตละครและภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเน้นไปทางชาตินิยม และกษัตริย์นิยมอีกด้วย

ที่มาของภาพ, ธปท.
ภาพบนธนบัตรในรัชกาลที่ 10
ธนบัตรที่ออกแบบใหม่เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 และเป็นเครื่องหมายของการเปลี่ยนรัชกาลนั้น จึงเป็นเสมือนกับสายธารของอุดมการณ์ทางการเมืองและความนิยมในสถาบันกษัตริย์ในรัชกาลก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด
สำหรับธนบัตรในรัชกาลที่ 10 ภาพด้านหน้ามีภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศของทหารอากาศ เป็นประธานของธนบัตรในทุกชนิดราคา เนื่องด้วย พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการบิน ในขณะที่ด้านหลังของธนบัตรทั้ง 5 ชนิดราคา ได้อัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีมาเรียงลำดับเป็นคู่ๆ จากรัชกาลที่ 1 จนถึง 10 โดยมีภาพประกอบที่เป็นพระราชกรณียกิจสำคัญ และมีลวดลายประดับเช่น กระหนก ซึ่งสะท้อนพัฒนาการของความเป็นไทยที่แตกต่างกัน ไปในแต่ละช่วงเวลา
อนึ่ง การสืบเชื้อสายจากบรรพกษัตริย์ถือเป็นความชอบธรรมอย่างหนึ่งในการขึ้นเป็นกษัตริย์นับแต่ยุคจารีต ซึ่งระบบนี้ได้รับการปรับปรุงในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการแต่งตั้งตำแหน่งมกุฏราชกุมารขึ้น ดังนั้น การอัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์กษัตริย์จัดวางเป็นคู่ ช่วยทำให้เห็นถึงความต่อเนื่อง ของเชื้อสายราชวงศ์จักรี และสิทธิธรรมในการปกครองประเทศจากอดีตที่ส่งต่อมายังรัชกาลปัจจุบัน
ถ้าอธิบายรายละเอียดของภาพประกอบธนบัตรแต่ละชนิดราคา จะพบว่า ล้วนสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ของกษัตริย์แต่ละพระองค์ ที่รับรู้กันผ่านประวัติศาสตร์ชาติหรือแบบเรียน กล่าวคือ
ธนบัตรใบละ 20 บาท ภาพประกอบรัชกาลที่ 1 เป็นพระบรมมหาราชวัง เพื่อสื่อถึงการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในขณะที่ภาพประกอบรัชกาลที่ 2 เป็นพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนา เพื่อสื่อถึงอัจฉริยภาพด้านการกวีและศิลปวัฒนธรรม

ที่มาของภาพ, ธปท

ที่มาของภาพ, ธปท.
ธนบัตรใบละ 50 บาท ภาพประกอบรัชกาลที่ 3 เป็นเรือสำเภา เพื่อสื่อถึงความรุ่งเรืองทางการค้ากับจีน ภาพประกอบรัชกาลที่ 4 เป็นหอชัชวาลเวียงชัย พระนครคีรี ซึ่งโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ภาพนี้จึงสื่อถึงอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์
ธนบัตรใบละ 100 ภาพประกอบรัชกาลที่ 5 เป็นภาพการเสด็จประพาสยุโรปเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาชาติ และยังสื่อถึงภาวะความทันสมัย ภาพประกอบรัชกาลที่ 6 เป็นพระองค์ทรงม้าเพื่อทรงฝึกกองเสือป่า (เดิมภาพประกอบรัชกาลที่ 6 เคยใช้ภาพเด็กเรียนหนังสือกับพระ) ทำให้เรานึกถึงการส่งเสริมให้พลเรือนเป็นทหารเพื่อป้องกันประเทศ

ที่มาของภาพ, ธปท.
ธนบัตรใบละ 500 ภาพประกอบรัชกาลที่ 7 เป็นภาพที่พระองค์ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญ เมื่อ 2475 ซึ่งประเด็นการพระราชทานรัฐธรรมนูญนี้ถือเป็นวาทกรรมที่ช่วงชิงและถกเถียงกันมาตลอดทั้งในวงวิชาการและประชาชนทั่วไป ส่วนภาพประกอบรัชกาลที่ 8 เป็นภาพการเสด็จไปเยี่ยมราษฎรชาวจีนที่สำเพ็ง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวไทยและชาวจีนจนเกือบเกิดสงครามกลางเมือง
สุดท้ายธนบัตรใบละ 1000 บาท ภาพประกอบรัชกาลที่ 9 เป็นภาพทรงรับดอกบัวจากราษฎร ซึ่งสะท้อนความใกล้ชิดระหว่างพระองค์กับราษฎร และการเสด็จเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร ในขณะที่ภาพประกอบรัชกาลที่ 10 เป็นภาพขณะทอดพระเนตรแผนที่ ระหว่างเสด็จเยี่ยมราษฎร ในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำบางนรา จ.นราธิวาส ซึ่งสะท้อนการประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร

ที่มาของภาพ, ธปท.
กล่าวโดยสรุป อุดมการณ์ของชาตินั้นมีกลไกการทำงานที่สามารถแทรกซึมลงได้ในระดับชีวิตประจำวัน ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าทุกคนกำลังถือประวัติศาสตร์ชาติฉบับจิ๋วอยู่ในมือนั่นเอง








