มองอดีตสยามผ่านสายตา ช่างภาพสก็อต จอห์น ทอมสัน

คำบรรยายวิดีโอ, มองอดีตสยามประเทศผ่านเลนส์ของ จอห์น ทอมสัน

เรื่องและวิดีโอโดย สุชีรา มาไกวร์ ผู้สื่อข่าววิดีโอ

ปี 2405 นายจอห์น ทอมสัน ชาวสก็อตในวัย 25 ปี ออกเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อแสวงโชคตามพี่ชายที่เดินทางไปทำงานที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว เขาเปิดสตูดิโอถ่ายภาพของตัวเองเป็นครั้งแรกและเริ่มทำงานเป็นช่างภาพเต็มตัว จากนั้นเขาเดินทางไปอีกหลายประเทศในเอเชีย ทั้งศรีลังกา อินเดีย ไทย ลาว กัมพูชา และจีน รวมระยะเวลาเดินทางและทำงานในเอเชียทั้งสิ้น 10 ปี ระหว่างนั้นเขาเขียนบันทึกและตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวการเดินทางของเขาด้วย

ในปี 2408 นายทอมสันเดินทางมายังสยาม (ชื่อเรียกของไทยในสมัยนั้น) เพื่อขอพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เดินทางไปถ่ายภาพปราสาทนครวัด ซึ่งสมัยนั้นเป็นดินแดนในความปกครองของสยาม ระหว่างนั้นเขาใช้เวลาอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงเป็นเวลาหลายเดือน จนสนิทสนมและได้รับความไว้วางใจจาก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้านิลรัตน์ กรมหมื่นอลงกฎกิจปรีชา พระอนุชาในรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นผู้นำนายทอมสันเข้าเฝ้าฯ รัชกาลที่ 4

เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์

ที่มาของภาพ, Wellcome Library

คำบรรยายภาพ, เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่ 5) ขณะมีพระชนมายุ 13 พรรษา

เนื้อความตอนหนึ่งจากหนังสือ" The Straits of Malacca, Indo-China, and China or, Ten years' travels, adventures, and residence abroad" ตีพิมพ์ในปี 2418 ซึ่งนายทอมสันเขียนรวบรวมเรื่องราวและภาพถ่ายตลอด 1 ทศวรรษที่เดินทางในเอเชีย ระบุว่ารัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นายทอมสันเข้าเฝ้าฯ ที่พระราชวัง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2408 และทรงเห็นว่าเป็นการดีที่กรมหมื่นอลงกฏฯ และนายทอมสันจะได้ใกล้ชิดหารือกันเรื่องการฉายพระบรมฉายาลักษณ์ เนื่องจากพระองค์ทรงทราบว่าพระอนุชาทรงพระปรีชาสามารถเรื่องการถ่ายภาพเช่นกัน

ศึกษาประวัติศาสตร์ 150 ปี จากภาพถ่าย

นายทอมสันได้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ให้รัชกาลที่ 4 เป็นจำนวน 3 ภาพ หนึ่งในนั้นเป็นภาพที่เราคุ้นตากันดีจากเว็บไซต์วิกิพีเดียและเว็บไซต์อื่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับรัชกาลที่ 4 ในภาพนี้รัชกาลที่ 4 ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือประดับเครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ของฝรั่งเศส (Légion d'honneur) ซึ่งทรงได้รับพระราชทานจากจักรพรรดินโปเลียนที่ 3

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ที่มาของภาพ, Wellcome Library

คำบรรยายภาพ, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

"การวางพระองค์ว่ากำลังอยากแสดงว่าเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะสมัยนั้นมีหลายประเทศที่อยากให้ไทยเป็นเมืองขึ้น เสี่ยงมาก มีฝรั่งเศสอยู่ด้านตะวันออก อังกฤษอยู่ด้านตะวันตก หน้าที่ของกษัตริย์ก็ต้องแสดงว่าเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องน่าสนใจมากว่าทรงตัดสินพระทัยว่าจะฉลองพระองค์แบบนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยศิวิไลซ์ เท่าเทียมกับประเทศอื่น จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เห็นในภาพทำให้เราคิดไกลจากนั้นไปได้อีก" ม.ร.ว. นริศรา จักรพงษ์ ภัณฑารักษ์ร่วมนิทรรศการภาพถ่ายโบราณไทย-จีน ผ่านเลนส์ของ จอห์น ทอมสัน บอกกับบีบีซีไทยถึงความหมายที่แฝงอยู่ในภาพ

ภาพชนชั้นสูง

ที่มาของภาพ, Wellcome Library

นอกจากนี้ นายทอมสันยังได้ฉายพระรูปให้เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่ 5) ข้าราชสำนักชั้นสูง รวมทั้งถ่ายภาพพระราชพิธีสำคัญ สภาพบ้านเมืองและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ภาพถ่ายเหล่านี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก

รูปพิธีโสกันต์

ที่มาของภาพ, Wellcome Library

นายไพศาล เปี่ยมเมตตาวัฒน์ ผู้ค้นคว้าข้อมูล และผู้แต่งหนังสือ "สยามผ่านมุมกล้อง จอห์น ทอมสัน 2408-9 รวมทั้งนครวัดและเมืองชายฝั่งประเทศจีน" บอกว่าเขาใช้เวลาหลายเดือนในการอ่านภาพของจอห์น ทอมสัน เพื่อศึกษารายละเอียดจากภาพและค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อระบุตัวบุคคลและสถานที่ในภาพ เขาค้นพบว่าพระสงฆ์ในยุคนั้นห่มจีวรลายดอกพิกุล เป็นผ้าไหมจีน ซึ่งผู้มีจิตศรัทธามักหาซื้อมาถวายให้พระสงฆ์ที่ตนเลื่อมใสเป็นพิเศษ

"มันเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ ภาพของเมืองไทยชุดนี้สื่ออะไรหลายอย่าง เห็นชัด ๆ ก็สภาพบ้านเมือง ความเปลี่ยนแปลงทางด้านสถาปัตยกรรม การแต่งกาย" นายไพศาลกล่าว

พระสงฆ์ในยุคนั้นห่มจีวรลายดอกพิกุล

ที่มาของภาพ, Wellcome Library

เทคนิคการถ่ายภาพแบบกระจกเปียก

นายทอมสันใช้วิธีการถ่ายภาพแบบกระจกเปียก (Wet Collodian Process on Glass) ฟิล์มที่ใช้สมัยนั้นเป็นกระจกเปล่าขนาดประมาณกระดาษ A5 (14.8 x 21 ซม.) อาบน้ำยา มีความไวแสงต่ำ ผู้ถูกถ่ายภาพต้องมีไม้ค้ำคอด้านหลังเพื่อให้อยู่นิ่งที่สุด และต้องเกร็งตัวจนกว่าจะถ่ายภาพเสร็จ หากขยับตัวเพียงนิดเดียวภาพจะเบลอ และต้องถ่ายภาพนอกอาคารเพื่อรับแสงธรรมชาติ ในการถ่ายภาพแต่ละครั้งต้องมีผู้ช่วย 5-6 คน แบกกระโจมห้องมืดและอุปกรณ์ตามไปด้วย ใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการจัดอุปกรณ์และเตรียมตัว การถ่ายภาพในสมัยนั้นต้องอาศัยความชำนาญของช่างภาพเป็นหลัก

ชิกซ์แพค

ที่มาของภาพ, Wellcome Library

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้สามารถขยายภาพจากแผ่นกระจกได้ใหญ่ขึ้นหลายสิบเท่า จึงทำให้เห็นรายละเอียดที่แฝงอยู่ในภาพได้อย่างชัดเจน

"ตัวจอห์น ทอมสันเองคงไม่เคยได้เห็นรายละเอียดเหมือนที่พวกเราได้เห็นในนิทรรศการ ได้เห็นพระที่นั่ง ฉลองพระองค์ พระมงกุฎ ซึ่งแต่ละชิ้นสามารถบอกอะไรได้เยอะมาก รู้สึกทึ่งในความสามารถของช่างฝีมือไทยในสมัยนั้น" ม.ร.ว. นริศรากล่าว

ภาพในนิทรรศการ

ที่มาของภาพ, BBC Thai

ภาพในนิทรรศการ

ที่มาของภาพ, BBC Thai

ในปี 2409 นายทอมสันออกเดินทางจากสยามไปลาวและกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ เขาได้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ให้กษัตริย์แห่งกัมพูชาและสมาชิกราชวงศ์ และเป็นช่างภาพคนแรกที่ได้ถ่ายภาพปราสาทนครวัด จากนั้นเขาได้เดินทางต่อไปยังเวียดนาม สิงคโปร์ ฮ่องกง และอีกหลายเมืองในจีน

กัมพูชา

ที่มาของภาพ, Wellcome Library

เขาตัดสินใจเดินทางกลับอังกฤษเป็นการถาวรพร้อมแผ่นฟิล์มกระจกกว่า 600 แผ่นในปี 2415 เพื่อใช้ชีวิตกับครอบครัว หลังเลิกกิจการถ่ายภาพเขาขายแผ่นฟิล์มกระจกให้กับ Wellcome Trust และใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองเอดินบะระบ้านเกิดจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 2464

วิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา หรือโซแอส ในกรุงลอนดอน จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายโบราณไทย-จีน ผ่านเลนส์ของ จอห์น ทอมสัน ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. - 23 มิ.ย. ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย