You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เปิดอาณาจักรธรรมกายในอังกฤษ
เรื่องและวิดีโอโดย ถนอมจิต พานิชรัตน์ ผู้สื่อข่าวอิสระ
อาณาจักรของวัดพระธรรมกายแผ่ขยายออกไปทั่วโลก ขณะนี้มีศูนย์ปฏิบัติธรรมอยู่ในนานาประเทศถึง 100 สาขา โดยในยุโรป มีเครือข่ายใน 13 ประเทศ เริ่มต้นที่เยอรมนี แล้วกระจายออกไป ส่วนในสหราชอาณาจักร วัดไทย 4 ใน 18 แห่ง เป็นวัดพระธรรมกาย ซึ่งกำลังขยายศูนย์ปฏิบัติธรรมเพิ่มเติมในเวลส์และไอร์แลนด์เหนือด้วย โดยวางแผนจะใช้วิธีการซื้อโบสถ์คริสต์และนำมาแปลงเป็นวัดพุทธ
ในสหราชอาณาจักร การปรังปรุงโบสถ์เป็นวัดจะต้องผ่านการอนุมัติจากทางการ เพราะโบสถ์ส่วนใหญ่เป็นอาคารอนุรักษ์ ดังนั้นจึงต้องคงสถาปัตยกรรมภายนอกไว้ วัดพระธรรมกายในสหราชอาณาจักรจดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศล และได้รับการลดหย่อนด้านภาษี
สาขาแห่งแรกของวัดพระธรรมกายในสหราชอาณาจักร คือ วัดพระธรรมกายลอนดอน ที่เมืองโวกกิ้ง ห่างจากใจกลางลอนดอนไปทางใต้ประมาณ 60 กม. เคยเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานบริการด้านสาธารณสุข เคยเป็นโบสถ์ร้างมาร่วม 10 ปี ส่วนกุฏิเคยเป็นที่เก็บศพของทางโรงพยาบาล ส่วนวัดพระธรรมกายที่นิวคาสเซิล ซึ่งปรับปรุงจากโบสถ์เซ็นต์แอนดรูว์ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2415
ทางวัดระบุว่า ในทางกฎหมายไทย สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนานี้ ยังไม่ใช่วัด ถือเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม เพราะยังไม่มีการฝังลูกนิมิต และพิธีฉลอง เนื่องจากสถานการณ์ในเมืองไทยทำให้ทางวัดเห็นว่ายังไม่ควรมีพิธีมงคล
อย่างไรก็ตามทางวัดต้องการให้เป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมของวัดพระธรรมกายสำหรับศูนย์สาขาทั่วโลกเรื่องการออกแบบตกแต่ง เพราะประกอบด้วยแนวความคิดที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาและความเป็นไทย และความลงตัวสำหรับการใช้งาน จุดเด่นอีกอย่างของวัดคือสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่ดูสง่างาม อลังการ ซึ่งได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง ฝ่ายต่อต้านวัดพระธรรมกายตั้งคำถามว่า เหมาะสมหรือไม่ เป็นการยึดติดกับวัตถุภายนอก และฟุ่มเฟือยไปเกินไปสำหรับการเป็นวัดหรือไม่
นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เคยออกมาตั้งข้อสังเกตกรณีวัดพระธรรมกายที่นิวคาสเซิลว่าเป็นเรื่องของความหรูหราฟุ่มเฟือย เงินทองที่ใช้ซื้อ มูลค่าเท่าใด มาจากไหน เสร็จแล้วใครเป็นเจ้าของ วัด หรือมูลนิธิ หรือบุคคลใด
พระสมุห์พิชิต ฐิตชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล เป็นพระสถาปนิกที่เคยอยู่ในทีมช่วยออกแบบและก่อสร้างอาคารหลายแห่งในไทย และเป็นหัวเรือใหญ่ในการออกแบบปรับปรุงวัดพระธรรมกายในต่างประเทศหลายแห่ง บอกบีบีซีไทยว่า ในตอนแรก ไม่ได้มีแนวคิดซื้อวัดคริสต์มาปรับใหม่ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์พาไป เพราะช่วงที่ทางวัดวางแผนจัดหาสถานที่ เพื่อใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมแบบถาวรแห่งแรกสำหรับเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสหราชอาณาจักร
ทางวัดเสาะแสวงหาอาคารหลายแห่ง ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นโบสถ์คริสต์ ต่อมาพบว่าการขออนุญาตเปลี่ยนจากวัดคริสต์เป็นวัดพุทธเป็นเรื่องที่ทำได้ ราคาขายอยู่ในวงเงินที่ซื้อได้ และตัววัดมีความสง่างาม โดยในแง่ความสง่างามของสถาปัตยกรรม รวมทั้งการออกแบบภายในใหม่มีความสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดน
"ภาพลักษณ์คนไทยเป็นคนชั้นสาม ด้อยกว่าเขา การให้เขายอมรับ เราจะต้องมีคุณภาพสูงกว่า" พระสมุห์พิชิต ฐิตชโย ให้เหตุผลถึงความจำเป็นของความอลังการ
"เนื่องจากธรรมะเป็นของสูง จึงจำเป็นต้องใช้สถานที่ที่มีความสง่างามให้คู่ควรกัน นอกจากนั้นยังเป็นการยกระดับให้ทัดเทียมกับมาตรฐานของคนในประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับของคนในประเทศนั้นด้วย ไม่เช่นนั้นวัดพระธรรมกายจะกลายเป็น "เศษขยะ"" เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล ขยายความ
พระสมุห์พิชิต ฐิตชโย กล่าวถึงที่มาของเงินที่ซื้อวัดในต่างแดนว่ามาจากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาของคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หรืออยู่เมืองไทยแต่บริจาคให้กับวัดพระธรรมกายในต่างประเทศ ไม่ได้ถูกส่งมาจากวัดพระธรรมกายในไทย
ดร. แคโรไลน์ สตาร์กี้ แห่งมหาวิทยาลัยลีดส์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพระพุทธศาสนาในสหราชอาณาจักรบอกบีบีซีไทยว่า วิธีปฏิบัติของวัดพระธรรมกาย ในการซื้ออาคารอนุรักษ์หรือโบสถ์คริสต์มาปรับปรุงใหม่ ไม่ได้ต่างไปจากวิธีปฏิบัติของพุทธศาสนานิกายอื่น ๆ ที่มาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสหราชอาณาจักร ทั้งนี้เพราะว่า โบสถ์สมัยเก่า เช่น ในยุควิกตอเรีย มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เหมาะสำหรับการฝึกสมาธิเป็นกลุ่ม และคุ้มค่ากว่าที่จะสร้างขึ้นมาใหม่
นอกจากนั้นวัดพุทธหลายแห่งที่ยื่นเสนอข้อเสนอเพื่อซื้อโบสถ์คริสต์เหล่านั้น แสดงความจำนงด้วยว่าจะอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ของโบสถ์ และรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมภายนอกไว้ นอกเหนือไปจากนำไปใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งทำให้ผู้ประกาศขายมักขายให้กับกลุ่มพุทธศาสนา มากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นที่มีแผนจะนำโบสถ์ไปปรับเป็นที่พัก โรงแรม หรือ ร้านค้า
ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เคยกล่าวถึงวัดพระธรรมกายในหนังสือ "กรณีธรรมกาย บทเรียนเพื่อการศึกษาพระพุทธศาสนา และสร้างสรรค์สังคมไทย" ว่า เผยแผ่คำสอนคลาดเคลื่อนไปจากหลักพระพุทธศาสนาหลายประการ เช่น สอนว่านิพพานเป็นอัตตา สอนเรื่องธรรมกายอย่างเป็นภาพนิมิต และให้มีธรรมกาย ที่เป็นตัวตนเป็นอัตตาของพระพุทธเจ้ามากมายหลายพระองค์ ไปรวมกันอยู่ในอายตนนิพพาน สอนเรื่องอายตนนิพพาน ที่ปรุงถ้อยคำขึ้นมาเองใหม่ ให้เป็นดินแดนที่จะเข้าสมาธิไปเฝ้าพระพุทธเจ้าได้ ถึงกับมีพิธีถวายข้าวพระ ที่จะนำข้าวไปบูชาถวายแด่พระพุทธเจ้าในอายตนนิพพาน
ในหนังสือเล่มนี้ยังมีข้อกังขาเรื่องวัดและมูลนิธิ เกี่ยวกับการครอบครองกรรมสิทธิ์ในที่ดิน การดำเนินธุรกิจ การแสวงหาเงินทอง โดยวิธีที่สงสัยว่าไม่ถูกต้องในแง่กฎหมาย ในแง่พระวินัย โดยเฉพาะการยกอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขึ้นมาเผยแพร่ในลักษณะที่เป็นการชักจูงให้คนบริจาคเงิน การใช้วิธีกึ่งเกณฑ์ให้เด็กนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ จำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีเป้าหมายที่น่าสงสัยว่าจะมุ่งไปที่การให้บริจาคเงิน