ในช่วงการขานมติเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยการเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับตัวอักษร
(จาก ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก) ปรากฏว่า สส. ส่วนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต่างหายไปจากห้องประชุม
หรือไม่ยอมลงคะแนน
โดยมีเพียง 11 สส. ที่อยู่ร่วมลงมติในระหว่างนั้น
และทิศทางการลงคะแนนแตกออกเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรก ลงมติ “ไม่เห็นชอบ” มี 2 คน ได้แก่
- นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ
และอดีตหัวหน้าพรรค
- นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ
และอดีตหัวหน้าพรรค
กลุ่มที่สอง ลงมติ “งดออกเสียง” มี 6 คน ได้แก่
- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ
และรักษาการหัวหน้าพรรค
- นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์
และประธาน สส. ของพรรค
- นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง
- นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา
- นายสรรเพชร บุญญามณี สส.สงขลา
- น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง และโฆษกที่ประชุม
สส. ของพรรค
กลุ่มที่สาม ลงมติ “เห็นชอบ” ให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ
มี 3 คน ได้แก่
- พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา
- น.ส.สุภาพร กำเนิดผล สส.สงขลา
- นางอวยพรศรี เชาวลิต
สส.นครศรีธรรมราช
อย่างไรก็ตามในช่วงท้าย ประธานได้เปิดโอกาสให้สมาชิกขานมติเพิ่มเติม
ซึ่งปรากฏว่า สส. ของ ปชป. อีก 13 คน นำโดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรค
ได้ร่วมลงมติ “เห็นชอบ” โดยถือเป็นการ “แหกมติ” พรรคตัวเอง
วานนี้ (21 ส.ค.) ที่ประชุม
สส.ปชป. มีมติ “งดออกเสียง” ตามการเปิดเผยของนายจุรินทร์ และยังมาให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งในวันนี้
(22 ส.ค.) แต่ยอมรับว่ามี สส. บางคนแจ้งว่าขอใช้เอกสิทธิ์ ซึ่งพรรคก็ไม่ขัดข้อง
สำหรับพรรค ปชป. มี สส.
ทั้งหมด 25 คน
ก่อนหน้านี้ ปรากฏกระแสข่าวอย่างต่อเนื่องว่าแกนนำ
ปชป. “ขั้วอำนาจใหม่” พยายามเดินเกมนำพรรคเข้าร่วมรัฐบาล โดยนายเดชอิศม์ไม่ปฏิเสธข่าวเดินทางไปพบนายทักษิณ
ชินวัตร ที่เกาะฮ่องกง แต่ถึงที่สุดแล้ว พรรค พท. ก็ไม่ได้ดึงพรรค ปชป.
เข้าร่วมรัฐบาล และปิดดีลตั้งรัฐบาล 11 พรรค รวม 314 เสียง