You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

เกาะติดการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร"

บีบีซีไทยรายงานสดการชุมนุม "19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร" จัดขึ้นโดยนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" และพร้อมเครือข่ายหลายองค์กร

รายงานสด

  1. จบการรายงานสด

    บีบีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรายงานสดการชุมนุม "ทวงอำนาจคืนให้ราษฎร" ของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งเริ่มตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 19 ก.ย. และยุติการชุมนุมในเวลา 9.30 น. วันนี้ (20 ก.ย.)

    เราขอสิ้นสุดการรายงานสดแต่เพียงเท่านี้และขอลาไปด้วยวิดีโอสรุปเหตุการณ์ช่วงสุดท้ายของการชุมนุม

  2. ยุติการชุมนุม-ประกาศแนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้, การชุมนุม "ทวงอำนาจคืนราษฎร" กินเวลาเกือบ 24 ชม.เต็ม

    หลังจากประกาศชัยชนะของการชุมนุม “ทวงอำนาจคืนราษฎร” ซึ่งนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กล่าวว่า “ชัยชนะที่สำคัญที่สุดคือการจุดประกายความกล้าหาญ” และได้เผยแนวทางการเคลื่อนไหวของผู้สนับสนุนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เช่น

    • เคารพธงชาติพร้อมกับการชูสามนิ้วเชิงสัญลักษณ์
    • ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ และให้ชูสามนิ้ว
    • ผูกโบว์ขาวหน้าบ้านหรือของใช้อื่น ๆ เพื่อแสดงความรักประชาธิปไตย
    • เขียนป้ายประณามเผด็จการตามที่ชุมชน
    • เมื่อเจอขบวนของเจ้าหน้าที่หรือขบวนเสด็จฯ ให้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการบีบแตร
    • เชิญชวนให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษาหยุดเรียนและหยุดทำงานในวันที่ 14 ต.ค.
    • ไม่สนับสนุนธนาคารไทยพาณิชย์
    • นัดรวมตัวที่รัฐสภาในวันที่ 24 ก.ย. เพื่อจับตาการประชุมของสมาชิกรัฐสภาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

    หลังจากนั้น นายพริษฐ์ได้นำมวลชนตะโกน “เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” และประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.

  3. "อานนท์" ประกาศชัยชนะ

    09.02 น. นายอานนท์ นำภา ได้ประกาศชัยชนะบนรถปราศรัย หลังจากที่ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ตัวแทนผู้ชุมนุมยื่นหนังสือ 10 ข้อเรียกร้องในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่บริเวณจุดสกัดบน ถ.ราชดำเนินใน หน้าศาลฎีกา

    หนังสือดังกล่าวมีข้อเรียกร้องหลัก ๆ เช่น ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและพวกลาออก, ให้ดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง และต้องมีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ตามแนวทาง10 ข้อที่แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประกาศไว้

    โดย น.ส.ปนัสยาได้ย้ำกับ ผบช.น. ให้นำหนังสือไปส่งถึงประธานองคมนตรีตามที่ผู้ชุมนุมต้องการ

  4. ปนัสยาเจรจากับตำรวจ, ตำรวจยอมให้ส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือทีทำเนียบองคมนตรี

    หลังจากเคลื่อนขบวนออกจากสนามหลวงเพื่อมุ่งหน้าไปยังทำเนียบองคมนตรีโดยใช้เส้นทาง ถ.ราชดำเนินใน กลุ่มผู้ชุมนุมได้ถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ จึงได้ส่ง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เป็นตัวแทนไปเจรจา ซึ่งต่อมานายอานนท์ นำภา ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมทราบว่าตำรวจยินยอมให้ส่ง น.ส.ปนัสยา เป็นตัวแทนเดินทางเข้าไปยื่นข้อเรียกร้อง 10 ประการที่ทำเนียบองคมนตรี

  5. ผู้ชุมนุมเคลื่อนประชิดแนวตำรวจปราบจลาจล

    08.30 น. การ์ดอาสาของฝ่ายผู้ชุมนุม ได้เคลื่อนพลประชิดแนวตำรวจปราบจลาจลและแผงเหล็กที่วางไว้เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมผ่าน ถ. บริเวณหน้าศาลฎีกามุ่งหน้าสู่พระบรมหาราชวังได้

  6. "เพนกวิน" ประกาศไม่ไปทำเนียบรัฐบาล, ลั่นกลองเคลื่อนขบวนหลังเคารพธงชาติ

    หลังเคารพธงชาติเมื่อเวลา 08.00 น. แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ได้ขึ้นมาพร้อมกันบนเวทีปราศรัย และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ได้ประกาศว่าจะเคลื่อนขบวนไปยื่นหนังสือและข้อเรียกร้อง 10 ข้อ

    นายพริษฐ์ประกาศว่านี่เป็น "บิ๊กเซอร์ไพรส์ใหญ่ที่สุด" ก่อนจะซักซ้อมผู้ชุมนุมเรื่องความปลอดภัยระหว่างเคลื่อนขบวนไปยังสถานที่ยังไม่เปิดเผย แต่ได้เปลี่ยนเป้าหมายจากทำเนียบรัฐบาลที่ประกาศไว้ก่อนหน้า

    เขาย้ำให้ผู้ชุมนุมใช้สันติวิธี ไม่มีการปะทะ ให้ควบคุมอารมณ์หากมีการเผชิญหน้ากับตำรวจ และ "ต้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย"

    เขายังได้เรียกร้องให้ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ออกมารับหนังสือจากผู้ชุมนุม

  7. ตำรวจตั้งแนวกั้นบน ถ.ราชดำเนินนอก, มีการวางกำลังบริเวณกระทรวงเกษตรฯ ทำเนียบรัฐบาลและสะพานฆัฆวานรังสรรค์

    ขณะที่ผู้ชุมนุมประกอบพิธีฝังหมุดคณะราษฎรอยู่ที่สนามหลวง ที่ ถ.ราชดำเนินนอก เจ้าหน้าที่ได้ตั้งแนวเพื่อรับการเคลื่อนขบวนของผู้ชุมนุมที่ประกาศเมื่อคืนนี้ว่าจะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังไว้เป็นระยะ ๆ ตั้งแต่กระทรวงเกษตรฯ ทำเนียบรัฐบาล และจุดใหญ่สุดที่สะพานมัฆวานรังสรรค์

  8. ด่วน, หมุดคณะราษฎร 2563, พิธีฝังหมุดคณะราษฎรหมุดที่สอง ณ "สนามราษฎร"

    แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ร่วมกันฝังหมุดลงบนท้องสนามหลวง หลังจากนั้นมีการสวดมนต์ อัญเชิญเหล่าเทพเทวดา เป็นสักขีพยานให้กับชัยชนะของประชาชน โดยมีนายอรรถพล บัวพัฒน์ จากกลุ่ม "ขอนแก่นพอกันที" รับหน้าที่เป็น "พ่อหมอ" นำการประกอบพิธี

    เมื่อฝังหมุดลงพื้นแล้ว แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ได้ร่วมกันแตะที่หมุดและกล่าวว่า "นี่คือการปักหมุดหมายแห่งชัยชนะของประชาชน ศักดินา จงพินาศ ทรราชจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ...ขอให้มันผู้ใดที่รื้อถอนหมุดนี้ ทั้งผู้กระทำการและผู้สั่ง จงพบกับความวิบัติฉิบหาย..."

    ก่อนหน้านี้ พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำผู้ชุมนุมได้กล่าวอัญเชิญดวงวิญญาณคณะราษฎรและวีรชนประชาธิปไตย เป็นสักขีพยานปักหมุดคณะราษฎรหมุดที่สอง ได้แก่ นายปรีดี พนมยงค์ สมาชิกคณะราษฎร วีรชนประชาธิปไตยที่สละชีพที่สนามหลวง และ มธ. ท่าพระจันทร์ ในหลายเหตุการณ์ เช่น 6 ตุลา 14 ตุลา พฤษภาทมิฬ

    ในช่วงท้าย แกนนำเชิญชวนให้มวลชนร่วมชูสามนิ้วเป็นเวลา 6 วินาที เพื่อรำลึกถึงหลัก 6 ประการของคณะราษฎร และประกาศให้ผู้ชุมนุมหันหน้าไปทางศาลหลักเมือง เพื่อกล่าวคำอธิษฐานก่อนจบพิธีกรรมฝังหมุด

    ต่อมาเวลา 06.55 น. ตัวแทนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" ได้อ่านประกาศของกลุ่ม โดยมีใจความสำคัญว่า "ราษฎรทั้งหลาย นับจากคณะราษฎรได้ก่อการอภิวัฒน์สยามเปลี่ยนแปลงการปกครอง ราษฎรทั้งหลายหวังว่าประเทศจะมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่เหนือระบอบการเมืองอย่างแท้จริง แต่การณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องด้วยกษัตริย์ยังทรงอำนาจแทรกแซงการเมือง"

    นายพริษฐ์ ผู้อ่านประกาศฉบับนี้ได้ยกหลายเหตุผลมาประกอบ อาทิ กรณีที่กษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งหัวหน้าคณะรัฐประหาร,​ ทรงใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายกำลังพลและถ่ายโอนงบประมาณของแผ่นดินไปเป็นของสถาบันฯ รวมถึงการใช้พระราชอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติแล้ว พร้อมคาดว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่กับสถาบันราษฎรได้

    จากนั้น น.ส. ปนัสยา ได้อ่าน 10 ข้อเรียกร้องเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสถาบันฯ ซึ่งพวกเธอเคยนำเสนอไว้ในเวทีการชุมนุมวันที่ 10 ส.ค. และ 19 ก.ย. โดยย้ำว่า “ข้อเรียกร้องหาได้เสนอเพื่อล้มล้างสถาบันฯ ไม่ หากแต่ให้สถาบันดำรงอยู่เป็นมิ่งขวัญของประชาราษฎร์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยต่อไป”

    ภายหลังการอ่านประกาศแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ​เสร็จสิ้นลง ผู้ชุมนุมทั้งหมดได้พร้อมใจกันชูสามนิ้ว และตะโกนว่า "ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎรจงเจริญ"

  9. เตรียมปักหมุดคณะราษฎร หมุดที่สอง, กิจกรรมแรกในเช้าวันที่ 2 ของการชุมนุม "ทวงอำนาจคืนราษฎร" 20 ก.ย.

    เวลา 06.00 น. ที่บริเวณหน้าเวทีใหญ่สนามหลวง ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งใช้เครื่องเจาะพื้นซีเมนต์และมีเศษปูนถูกกระเทาะออกมาจำนวนหนึ่ง คาดว่าจุดดังกล่าวจะถูกใช้เป็นจุดเพื่อปักหมุดคณะราษฎร หมุดที่สอง ตามที่นายอานนท์ นำภา ได้ประกาศไว้เมื่อคืนที่ผ่านมา

    นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ กล่าวว่าเหตุที่เลือกปักหมุดที่สนามหลวงเพราะในช่วงหลัง พื้นที่แห่งนี้ถูกปิดไม่ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ อันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้อำนาจล้นเกิน

    พริษฐ์อธิบายถึงความหมายของการปักหมุดว่า หมุดคณะราษฎรปี 2475 คือการเอาอำนาจออกจากสถาบันกษัตริย์ แต่ต่อมาอำนาจเหล่านั้นได้กลับไปอยู่ที่สถาบันกษัตริย์ การปักหมุดใหม่วันนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ว่า อำนาจจะกลับมาที่ราษฎรอีกครั้ง

    แกนนำผู้ชุมนุมยังได้นำหมุดคณะราษฎรหมุดที่สองจำลองซึ่งเป็นตัวแบบและที่จัดทำเป็นเหรียญที่ระลึกขนาด 3 นิ้ว จำนวน 800 ชิ้น พร้อมประกาศชวนมวลชนร่วมสมทบทุนบริจาค

    ส่วนหมุดคณะราษฎรที่จะถูกปักลงที่สนามหลวง ซึ่งผู้ชุมนุมเรียกว่า “สนามราษฎร” เช้านี้ นายอานนท์ นำภา ประกาศว่า มีขนาด 11.6 นิ้ว หล่อด้วยทองเหลืองตัน 100 เปอร์เซ็นต์

    ลักษณะเป็นรูปชูสามนิ้ว มีอักขระสลักข้อความว่า “ผองราษฎรได้แสดงเจตนารมณ์ ประเทศนี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่สมบัติของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง”

  10. ตี 3 ยุติการปราศรัย-การแสดงบนเวที, บีบีซีไทย ขอยุติการรายงานสด ไว้แต่เพียงเท่านี้

    เมื่อเวลา 03:00 น. ของเช้าวันที่ 20 ก.ย. หลังการแสดงดนตรีจบลง พิธีกรบนเวทีได้กล่าวลาผู้ชม โดยนัดหมายรวมตัวกันช่วงเช้ามืด ก่อนเริ่มกิจกรรมปักหมุดคณะราษฎรใน "สนามราษฎร" ใน เวลา 6.00 น.

    บีบีซีไทย ขออำลาไปด้วย ภาพแกนนำปราศัย 4 คน แล้วพบกันใหม่เช้าวันอาทิตย์

  11. เพนกวิน ประกาศ “เช้าวันพรุ่งนี้ประเทศไทยจะไม่มีวันเหมือนเดิม”

    นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน จากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวต่อผู้ชุมนุมเวลา 01.20 น. โดยประกาศจัดตั้งให้การชุมนุมครั้งนี้เปรียบเหมือนว่า “สภาประชาชนต่อต้านเผด็จการเพื่อประชาธิปไตย”เพื่ออธิบายเหตุใดถึงมีการลุกขึ้นต่อสู้ของประชาชน ต่อสู้เพื่ออะไรมีเป้าหมายและวิธีการจัดการอย่างไรต่อไป

    เขากล่าวว่า ยุทธศาสตร์หลักคือ การโค่นล้มเผด็จการ ด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลักขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและพรรคพวก ผ่าน 2 แนวทาง คือ การยุบสภาผู้แทนราษฎร และพล.อ.ประยุทธ์ ลาออกทันที

    มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ผ่าน 2 แนวทาง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจากประชาชน ซึ่งจะต้องร่างใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะหมวดว่าด้วยกษัตริย์

    ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์​ตามแนวทาง 10 ข้อที่แนวร่วมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการชุมนุม

    นอกจากนี้ นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ จะมีการปักหมุดคณะราษฎรในสนามหลวงในเวลา 6.00 น.ก่อนเดินขบวนในเวลา ​​8.00 น.

  12. พล.อ. จักรภพ ภูริเดช นายทหารผู้จงรักภักดี

    พล.อ. จักรภพ ภูริเดช นายทหารผู้จงรักภักดี

    ในบทสัมภาษณ์ไทยรัฐที่เผยแพร่เมื่อ 10 พ.ค. 2560 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า ความสำเร็จในหน้าที่การงานของพ่อและพี่ชาย คือ พล.อ.จักรภพ ล้วนสร้างแรงบันดาลใจให้เขา

    "พ่อเคยเป็นผู้การเรือรบหลวงต่าง ๆ ส่วนพี่ชายก็เป็นทหารอากาศ เป็นนักบินไอพ่น F-5, F-16 แต่ละคนก็เท่ระเบิด"

    พล.อ. จักรภพ อายุมากกว่า พล.ต.ต. จิรภพ 6 ปี เขาเกิดเมื่อ 25 พ.ค. 2512 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 28 และนักเรียนนายเรืออากาศรุ่น 35 เพื่อน ๆ ในรุ่นเรียกเขาว่า "แหบ" และสื่อมวลชนไทยบางแห่ง รายงานว่าเขามีอีกฉายาว่า "นายค็อก"

    ล่าสุดเมื่อ 1 พ.ค. 2563 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันราชาภิเษกสมรส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรโครงการพระราชทานความช่วยเหลือประชาชน ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ณ กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โดย พล.อ. จักรภพ ผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ได้กราบบังคมทูลรายงานเรื่องการเย็บถุงผ้า สำหรับบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค และหน้ากากอนามัย พระราชทานแก่ราษฎรอ่านเพิ่มเติมที่นี่ จักรภพ - จิรภพ ภูริเดช สองพี่น้องผู้รับใช้ชาติและราชบัลลังก์

  13. พีพีทีวีรายงาน เจ้าหน้าที่ระดมตั้งเครื่องกีดขวางเส้นทางมุ่งสู่ทำเนียบ

    เฟซบุ๊กของสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี รายงานว่า เจ้าหน้าที่เร่งระดมตั้งเครื่องกีดขวางบนถนนราชดำเนินนอกที่มุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล

  14. ตำรวจนำรถเมล์มาปิดทางไปพระบรมมหาราชวัง

    ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา ตำรวจนำรถเมล์อย่างน้อย 3 คัน มาจอดขวางถนนที่มุ่งหน้าไปยังพระบรมมหาราชวังและกระทรวงกลาโหม ท่ามกลางความกังวลว่าแกนนำจะเดินขบวนมายังพื้นที่ดังกล่าวในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 20 ก.ย.

  15. ไผ่ขอยืนยันความเชื่อ “กษัตริย์ต้องอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ”

    นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ จากกลุ่มดาวดิน สามัญชน กล่าวว่า ผู้ปกครองจะกลัวคนที่ถูกปกครองโดยไม่ตั้งคำถาม โดยเขากล่าวอีกว่า ขอยืนยันความเชื่อที่ว่า “กษัตริย์ต้องอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ”

    อย่าไปกลัวเรื่องการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ที่ผ่านมาวัฒนธรรมแห่งความรุนแรงเป็นการสร้างความกลัวนับตั้งแต่เหตุการณ์ความรุนแรงในอดีต ไม่ว่าเป็น 6ตุลา, 14 ตุลา และ พฤษภา 35

    นอกจากนี้เขายังเรียกร้องขอให้ผู้ปกครอง รับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยหนึ่งในข้อเสนอ คือ การยกเลิกการ ม. 112 ของประมวลกฎหมายอาญา

    “ถ้าคุณยังไม่ปรับตัว ไม่เคารพประชาชน จะทำให้เกิดความเลวร้ายขึ้น สิทธิเสรีภาพไม่ได้เกิดขึ้นจากการร้องขอ มันเกิดมาจากการต่อสู้” เขากล่าว

  16. ขบวนรถตู้ตำรวจ

    มีผู้ใช้งานทวิตเตอร์โพสต์คลิปที่เผยให้เห็นรถตู้มีตราสัญลักษณ์ของตำรวจนับสิบคันวิ่งอยู่บนท้องถนนในช่วงค่ำ โดยไม่ทราบว่า กำลังวิ่งไปทางไหน

  17. ไมค์ระยองขอ "รับไม้ต่อ" นปช., "ขอให้ท่านที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตย จงนอนตาหลับ..."

    เวลา 00.45 น. นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ "ไมค์ระยอง" แกนนำกลุ่ม "เยาวชนภาคตะวันออก" ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยระบุตอนหนึ่งว่าขออนุญาตรับไม้ต่อจาก นปช. และ "ขอให้ท่านที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตยจงนอนตาหลับ และรอดูชัยชนะของพวกเรา"

    เขายังกล่าวขอบคุณคนเสื้อแดงที่มาเป็น "ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก" คอยปกป้องนักเรียน นักศึกษาที่กำลังออกมาพูดถึงประเด็นที่หยั่งรากฝังลึกที่สุดในสังคมไทย

  18. รุ้ง ปนัสยา ย้ำข้อเรียกร้อง 10 ข้อ

    นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ปราศรัยด้วยเนื้อหาที่ตรงประเด็นถึงสถาบันกษัตริย์ และย้ำถึงข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อที่ประกาศระหว่างการชุมนุมธรรมศาสตร์จะไม่ทนเมื่อวันที่ 10 ส.ค.

  19. ทนายอานนท์ นำภา, กล่าวระหว่างการปราศรัยที่ท้องสนามหลวง

  20. บรรยากาศการชุมนุมในเดนมาร์ก, มีการโพสต์ภาพที่ระบุว่าเป็นการชุมนุมในกรุงโคเปนเฮเกนทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์