ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชม
บีบีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการรายงานสด พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 ของเราตลอด 3 วันที่ผ่านมานี้ เราขอลาไปด้วยนาทีแห่งความประทับใจของคนไทย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX/BBC THAI
บีบีซีไทยรายงานสด พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. ครั้งแรกที่จัดขึ้นในรอบ 69 ปี
บีบีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการรายงานสด พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 ของเราตลอด 3 วันที่ผ่านมานี้ เราขอลาไปด้วยนาทีแห่งความประทับใจของคนไทย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX/BBC THAI

ที่มาของภาพ, BBC THAI

ที่มาของภาพ, BBC THAI

ที่มาของภาพ, BBC THAI

ที่มาของภาพ, BBC THAI

ที่มาของภาพ, BBC THAI

ที่มาของภาพ, BBC THAI
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบคณะทูตานุทูตที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ความว่า
"ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความชื่นชมและประทับใจมากในคำอวยพรอันเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต ซึ่งท่านคณบดีทูต ได้กล่าวในนามคณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศ ในวาระบรมราชาภิเษกของข้าพเจ้าในครั้งนี้
ขอขอบใจในน้ำใจไมตรีของท่านทั้งหลายที่ได้แสดงความปรารถนาดีต่อเราทั้งสอง ประเทศ และประชาชนชาวไทย ทั้งยังแสดงความตั้งใจจริงที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศของเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ในประการนี้ ขอให้ท่านมั่นใจได้ว่า ท่านจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลและประชาชนชาวไทย และข้าพเจ้าเองก็จะพยายามส่งเสริมสัมพันธไมตรีที่มีอยู่ให้ยิ่งเจริญงอกงาม และธำรงยั่งยืนสืบไป ขอสนองพรทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ ทั้งขอให้ประเทศและประชากรซึ่งท่านเป็นผู้แทนอยู่ในราชอาณาจักรนี้มีความรุ่งเรืองไพบูลย์ตลอดไป"
คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย เฝ้าถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นางฉั่ว ซิ่ว ซาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย คณบดีคณะทูต กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามของผู้เข้าเฝ้าฯ
นางฉั่ว ซิ่ว ซาน กล่าวถวายพระพร สรุปความอย่างไม่เป็นทางการว่า “ข้าพระพุทธเจ้าถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กราบบังคมทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ว่า เป็นความปรารถนาดีและยินดีอย่างจริงใจของคณะทูตานุทูต ในวโรกาสที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงได้รับการสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งที่มีเกียรติศักดิ์และความรับผิดชอบสูงสุดของประเทศ บรรดาบุคคลที่ข้าพระพุทธเจ้าได้เป็นตัวแทนกล่าวถวายพระพรในวันนี้ มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงครองราชสมบัติอย่างยั่งยืนและผาสุก และปวงชนชาวไทยซึ่งได้แสดงออกอย่างชัดแจ้งถึงความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จะได้มีความสงบสุข เจริญรุ่งเรือง และก้าวหน้าสืบไป
ข้าพระพุทธเจ้าขอให้คำมั่นอีกครั้งถึงการจะสืบสานความสัมพันธ์อันยั่งยืนและแข็งแกร่งระหว่างราชอาณาจักรไทยและประเทศต่าง ๆ ขอให้ราชอาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้จงมีแต่ความผาสุก รุ่งเรืองภายใต้รัชกาลอันเป็นมงคลของพระองค์
และขอน้อมถวายพระพรแสดงความยินดีและความปรารถนาดีแด่สมเด็จพระราชินี"

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลฯ ถวายพระพรชัยมงคลแทนราษฎรทุกหมู่เหล่า ความว่า
“ในกาลปัจจุบันนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างประจักษ์แก่ใจดียิ่งว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงบำเพ็ญปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยมีพระราชประสงค์เพื่อประสิทธิความผาสุกศิริสวัสดิ์ ทั้งความไพบูลย์วัฒนาสถาพรแก่บ้านเมือง ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์
น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทยังความปลาบปลื้มปิติสุขแก่ผองพสกนิกรทั้งปวง พระบรมเดชานุภาพและพระบารมียังให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ เป็นพลังหนุนนำให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และปวงประชาชนทุกหมู่เหล่ามีศรัทธา เชื่อมั่นที่จะร่วมกันบำรุงรักษาและพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองสืบไป
“ปวงข้าพระพุทธเจ้า เหล่าข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ประชาชน จิตอาสาและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จะถวายความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ไว้ด้วยชีวิต โดยจะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่สนองพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษาและต่อยอด ตามพระปฐมบรมราชโองการอย่างเต็มกำลังความสามารถและจะสร้างความสงบสุข ความมีเสถียรภาพ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนสืบไป”
"ในมหามงคลสมัยพิเศษนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จึงขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยอันประเสริฐ อานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลจักรวาล และพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทรงพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล ทรงเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล พร้อมด้วยพิพิธพรชัยอันไพสิฐ พระเกียรติคุณวิบูลย์ขจรไกลไปทั่วทิศานุทิศ สถิตเสถียรในไอศูรย์สิริราชสมบัติ เพื่อเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกร ตราบจิรัฐิติกาลเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ"

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
เวลา 16.59 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ท่ามกลางการเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” จากประชาชนชาวไทยที่พร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองมารอเข้าเฝ้าฯ เพื่อชื่นชมพระบารมี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบนายกรัฐมนตรี และต่อประชาชนที่มาเฝ้าฯ ความว่า ข้าพเจ้าและพระราชินีรู้สึกยินดีและปลื้มใจมากที่ได้เห็นประชาชนทั้งหลายมีไมตรีจิต พร้อมเพรียงกันมาร่วมแสดงความปรารถนาดีในวาระบรมราชาภิเษกของข้าพเจ้าครั้งนี้
ความพร้อมเพรียงของท่านทั้งหลายที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ เพื่ออวยชัยให้พรแก่ข้าพเจ้าด้วยน้ำใจไมตรีและความปรารถนาดีอย่างจริงใจนั้น เป็นที่จับตาจับใจ และทำให้ข้าพเจ้าอิ่มใจอย่างยิ่ง ขอให้ความพร้อมเพรียงของท่านทั้งหลายในการแสดงไมตรีจิตแก่ข้าพเจ้าครั้งนี้ จงเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกคนทุกฝ่ายจะพร้อมใจกันบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป
ขอขอบใจคำอวยพรซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในนามของทุกคน และขอกล่าวสนองพรให้ทุกท่านมีความสุขสวัสดี และความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนาโดยทั่วกัน

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กระทรวงวัฒนธรรม
เวลา 16.59 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนราษฎรทุกหมู่เหล่า

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
เวลา 16.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ขึ้นท้องพระโรง พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท
พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย กราบบังคมทูลเบิกตัวผู้แทนคณะบุคคลเข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล ดังนี้
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว. วัฒนธรรม กราบบังคมทูลเบิกผู้แทนคณะบุคคลทางศาสนา 4 คณะ เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ประกอบด้วย

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, REUTERS

ที่มาของภาพ, REUTERS

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
นอกจากพสกนิกรที่ต่างฝ่ายต่างเดินทางมาแล้วยังมีอีกจำนวนมากที่มากันเป็นกลุ่มก้อน เช่น กลุ่มสตรีหลากวัยกว่า 30 ชีวิต ที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มลานพระราชบิดา”
พวกเธอบอกว่าเป็น “แฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์ไทยทุกพระองค์เลย" ศุภา สีดาน้อย อายุ 66 ปี กล่าว แล้วเล่าที่มาของกลุ่มว่า ได้พบกันตอนที่มาถวายความเคารพพระบรมศพ ในหลวง ร. 9 และพูดคุยกันถูกคอ จึงตั้งกลุ่มกันเอง นัดแนะมาร่วมทำกิจกรรม เวลามีพระราชพิธีต่าง ๆวันนี้ก็เช่นกัน แต่ละคนร่วมใจนำพระบรมฉายาลักษณ์ "เก่า" จากบ้าน และ "ใหม่" ที่จัดทำเพิ่ม มาตั้งเรียงรายแถวหน้า ขนานกับพระที่นั่งฯ ที่ ร.10 จะเสด็จออก ณ สีหบัญชร
ศุภา บอกว่าภาพขบวนเสด็จฯ ที่ได้เห็นเมื่อวานทำให้เธอ "ขนลุก""ตอนนี้เรามีพระเจ้าอยู่หัวเต็มตัวแล้ว ก็ไม่อยากให้ใครมาพูดว่า เราอยู่แบบลอย ๆ อีกต่อไป"
ส่วนสมาชิกกลุ่มที่เป็นตัวตั้งตัวตีจองวิวทองที่สุดคือ ธันย์ชนก กันติวงศ์ 61 ปี เพราะ"เมื่อคืนฉันค้างแถวนี้เลยล่ะ""เราดีใจ ปลื้มมากเลย ที่ท่านสานรอยต่อพ่อหลวง และคิดว่าวันนี้ได้เห็นพระองค์แล้ว น้ำตาแห่งความซาบซึ้งคงไหลออกมาแน่ ๆ"

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI
น.ส.พรปวีณ์ ดวงใจ อายุ 49 ปี เดินทางมาจากจังหวัดสมุทรปราการ ก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอเล่าให้ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยฟังขณะกำลังยืนถ่ายรูปที่บริเวณหน้าพระที่นั่งฯ ว่า “รอโอกาสนี้มานานมาก ๆ เลยค่ะ แม้จะป่วยก็มา อยากจะอยู่ใกล้ชิดท่านให้ได้มากที่สุด” และนั่นจะเป็น "ของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิต” สำหรับเธอ
“ประทับใจในพระกรณียกิจของท่าน เคยเป็นศิษย์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เคยได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของท่าน ท่านมีเมตตามากต่อปวงชนชาวไทย มันมากจนไม่รู้จะพูดถึงอย่างไรได้ รู้สึกว่าปลื้มมาก” เธอกล่าว
เราคือคนสองแผ่นดิน
นางสมปอง ยงพรหม เดินทางมาจากจังหวัดสมุทรปราการและมาถึงบริเวณพระราชพิธีตั้งแต่เวลา 05:00 น.ด้วยเป้าหมายที่ตั้งในใจ“อยากเห็นพระเจ้าอยู่หัว เราเกิดมาไม่เคยเห็น อายุก็ 63 แล้ว เราก็ปลื้มใจเหลือเกิน” เธอกล่าวพร้อมกับน้ำตาซึม “อายุเราได้สองแผ่นดิน และยังมีโอกาสได้เห็นท่านเป็นพระเจ้าอยู่หัวเราอีก ไม่นึกไม่ฝันว่าจะถึงวันนี้"
ในบริเวณเดียวกัน นางกาญจนา ซันซี อายุ 60 ปี เล่าว่าเธอออกจากบ้านตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพราะอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีซึ่งถือว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล
“ปลื้มท่านตั้งแต่ท่านเป็นทหาร เป็นนักเรียนนายร้อย ชื่นชมท่านมาโดยตลอด”
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ พระราชพิธีเบื้องต้น พระราชพิธีเบื้องกลาง และพระราชพิธีเบื้องปลาย
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของพระราชพิธีเบื้องกลาง ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 2-6 พ.ค. โดยมีหมายกำหนดการสำคัญดังนี้
พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาทในพระบรมมหาราชวังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีจะเสด็จออกสีหบัญชรให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลช่วงเย็นวันนี้ เป็นสีหบัญชรเดียวกับที่รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จออกให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อ 69 ปีที่แล้ว
พระที่นั่งสุทไธสวรรย์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เดิมเป็นพลับพลาสูงอยู่บนกำแพงพระบรมมหาราชวังฝั่งถนนสนามไชย ระหว่างประตูเทวาพิทักษ์และประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์ เป็นพระที่นั่งสำหรับพระมหากษัตริย์ประทับทอดพระเนตรกระบวนแห่ในพระราชพิธีสรงสนานใหญ่และทอดพระเนตรการฝึกช้าง
ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ต่อเติมหลังคาเป็นยอดปราสาทและในปี 2492 มีการต่อเติมสร้างเฉลียงไม้ด้านตะวันออกเป็นสีหบัญชร ซึ่งหมายถึงหน้าต่างของพระที่นั่งที่มีลักษณะเป็นระเบียงยื่นออกไป

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
บีบีซีไทยยินดีต้อนรับทุกท่านร่วมติดตามการรายงานสด พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 6 พ.ค. 2562
สิ่งสำคัญที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ คือการเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท และเปิดให้คณะทูตานุทูต ร่วมถวายพระพรชัยมงคล