ขอบคุณที่ติดตามชม
บีบีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการรายงานสถานการณ์วิกฤตในยูเครนขณะรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนเป็นวันที่สาม ผ่านทางไลฟ์เพจของบีบีซีไทยตลอดวันนี้
ขอบคุณและราตรีสวัสดิ์
You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
บีบีซีไทยลำดับเหตุการณ์และรายงานสถานการณ์ล่าสุด รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนเข้าสู่วันที่สาม
บีบีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการรายงานสถานการณ์วิกฤตในยูเครนขณะรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนเป็นวันที่สาม ผ่านทางไลฟ์เพจของบีบีซีไทยตลอดวันนี้
ขอบคุณและราตรีสวัสดิ์
มาร์ก เออร์บาน
บรรณาธิการด้านกลาโหมและการทูตของรายการ BBC Newsnight
โพสต์ทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ อาทิ ทวิตเตอร์ ติ๊กต็อก และเฟซบุ๊ก เป็นหลักฐานซึ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ากองทัพรัสเซียกำลังเผชิญกับอุปสรรคในปฏิบัติการเข้ายึดกรุงเคียฟ
ทหารรัสเซียซึ่งอยู่ในสภาวะตกใจจากการถูกจับและการเสียชีวิตของเพื่อนทหาร ถูกสอบสวนและบอกว่า พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่า จะถูกส่งมาที่ยูเครน ทหารหนุ่มชาวรัสเซียคนหนึ่งนั่งกุมหัวเพื่อหลบจากการถูกชาวยูเครนในพื้นที่ก่นด่าถึง ประธานาธิบดีปูติน ทหารอีกคนตอบเมื่อถูกถามว่า อยากจะฝากอะไรไปบอกครอบครัวตัวเองว่า “ผมรักพวกคุณ”
นอกจากหลักฐานจากคลิปวิดีโอเหล่านี้ ก็มีรูปภาพร่างทหารรัสเซียที่ไหม้เกรียมไปพร้อมกับยานพาหนะที่ถูกโจมตีทำลาย ตอนนี้ยอดทหารรัสเซียที่เสียชีวิตและที่ถูกจับกุมยังไม่ชัดเจน แต่กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรประเมินว่า น่าจะมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรายงานเครื่องบินขนส่ง 2 ลำของรัสเซียถูกยิงตกในช่วงรุ่งเช้าวันที่ 26 ก.พ. ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง
สถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในประวัติศาสตร์เคยมีการเคลื่อนไหวประท้วงโดยแม่ของทหารรัสเซียเกิดขึ้นมานานแล้ว อาทิ ทหารรัสเซียที่เข้าไปร่วมสงครามในอัฟกานิสถานและเชชเนีย ดังนั้นถึงได้มีรายงานว่า รัสเซียกำลังจำกัดการเข้าถึงทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กในประเทศ อาจจะเป็นการพยายามทำให้ภาพและคำให้การเผยแพร่ไปได้ช้าลง
กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรแถลงว่า การรุกคืบของกองทัพรัสเซียเข้าในดินแดนยูเครน ดูเหมือนจะทำได้ช้าลงในขณะนี้ ซึ่งอาจเป็นภาวะชะงักงันชั่วคราว เนื่องมาจากประสบปัญหาด้านการขนส่งลำเลียงหรือลอจิสติกส์อย่างฉับพลัน และต้องเผชิญกับการสู้รบต้านทานที่แข็งแกร่งของกองกำลังยูเครน
แถลงการณ์ข้างต้นระบุว่า “กองทัพรัสเซียเคลื่อนพลโดยหลีกเลี่ยงไม่ผ่านเมืองใหญ่ที่มีประชากรแน่นหนา แต่กลับทิ้งกำลังพลบางส่วนไว้ เพื่อโอบล้อมและโดดเดี่ยวเมืองเหล่านี้”
อย่างไรก็ตาม การเข้ายึดนครหลวงของยูเครนซึ่งก็คือกรุงเคียฟนั้น ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของกองทัพรัสเซียอยู่ แม้จะทำไม่สำเร็จในคืนแรกตามแผนเดิมก็ตาม
โจ ไทดี ผู้สื่อข่าวด้านความมั่นคงไซเบอร์ของบีบีซีรายงานว่า บริษัท NetBlocks ผู้ตรวจสอบการเชื่อมต่อของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แจ้งว่า ขณะนี้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ในรัสเซียไม่สามารถเข้าใช้งานสื่อโซเชียลในแพลตฟอร์มนี้ได้ หลังบริการของทวิตเตอร์เริ่มติดขัดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
อัลป์ โทเกอร์ ผู้อำนวยการของ NetBlocks ระบุว่า “การที่รัสเซียปิดกั้นการเข้าถึงทวิตเตอร์ จะส่งผลจำกัดการแพร่กระจายข้อมูลอย่างเสรีลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาวิกฤตที่สาธารณชนจำเป็นต้องได้รับข้อมูลข่าวสารมากที่สุด”
ทางการโปแลนด์รายงานว่า นับแต่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. มีผู้อพยพหนีภัยการสู้รบเข้ามาในเขตแดนของโปแลนด์แล้วกว่า 115,000 ราย
นายพาเวล เชเฟอร์นาเกอร์ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในของโปแลนด์แถลงว่า แค่ในช่วง 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีชาวยูเครนเดินทางเข้าโปแลนด์แล้วกว่า 15,000 คน
ผู้สื่อข่าวบีบีซีซึ่งอยู่ที่ด่านข้ามแดนแห่งหนึ่งรายงานว่า มีรถยนต์ต่อคิวเพื่อรอเข้าไปยังโปแลนด์ยาวเหยียดถึง 20 กิโลเมตร ทั้งยังมีผู้คนแบกสัมภาระและอุ้มลูกจูงหลานเข้ามาที่ด่านแห่งนี้ไม่ขาดสาย
ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงทวีตข้อความแสดงความสนับสนุนประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี
รัชทายาทลำดับที่สองของราชวงศ์อังกฤษและพระชายาทรงบอกว่าพระองค์ทั้งสองยืนอยู่เคียงข้างเขา และประชาชนชาวยูเครน
โจ ไทดี ผู้สื่อข่าวความมั่นคงไซเบอร์
นับตั้งแต่วิกฤตในยูเครนเริ่มต้นขึ้น ยูเครนได้ตกเป็นเป้าโจมตีทางไซเบอร์แทบจะไม่ว่างเว้น โดยส่วนใหญ่มักกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของรัสเซีย
แต่อันที่จริงแล้ว ผู้ก่อเหตุไม่ได้ทำงานให้กับรัฐบาลรัสเซียทั้งหมด
กลุ่มแฮกเกอร์ศาลเตี้ยซึ่งเป็นชาวรัสเซีย “รักชาติ” บอกกับผมว่า พวกเขาใช้เวลาว่างหาความสนุกจากการก่อกวนให้เกิดความวุ่นวายทางไซเบอร์ขึ้น
ดมิทรี (นามสมมติ) บอกว่า เขาต้องการช่วยเหลือประเทศของตนโดย “โจมตียูเครนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์”
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาและผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 5 คน ได้โจมตีโดยปิดกั้นไม่ให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเข้าถึงบริการหลายครั้ง ทำให้เซิร์ฟเวอร์ของยูเครนท่วมไปด้วยข้อมูลจนต้องออฟไลน์ชั่วคราว
นอกจากนี้ เขายังส่งคำขู่วางระเบิด 20 ครั้ง ไปตามโรงเรียนต่าง ๆ รวมทั้งเจาะระบบของ “ทีมตอบโต้เร็ว” ฝ่ายยูเครนที่ไม่ได้ระบุชื่อแห่งหนึ่ง และหาวิธีสร้างอีเมลแอดเดรสทางการของรัฐบาลยูเครนที่ลงท้ายด้วย“mail.gov.ua”ได้อีกด้วย
บีบีซีมีโอกาสได้เห็นในช่วงที่ทางกลุ่มปิดเว็บไซต์ของกองทัพยูเครน
“นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น” ดมิทรี กล่าว
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวในคลิปวิดีโอว่า กองกำลังยูเครนได้หยุดยั้งแผนการของรัสเซีย ที่มุ่งจับกุมตัวเขาให้ได้ภายในคืนก่อนและจะแต่งตั้งผู้นำของตัวเองขึ้นมาแทน
“เราขัดขวางแผนการของพวกเขาได้สำเร็จ” นายเซเลนสกีกล่าวเขายังเรียกร้องให้ชาวรัสเซียกดดันประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ให้ยุติการรุกรานด้วย
ผู้นำยูเครนย้ำว่า กองทัพของตนยังคงควบคุมสถานการณ์ในกรุงเคียฟและเมืองสำคัญโดยรอบไว้ได้ ซึ่งความสำเร็จที่ว่ามานี้สมควรจะทำให้พวกเขาได้สิทธิ์เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปหรืออียู
อันที่จริงแล้วยูเครนยังไม่ได้เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปในขณะนี้ แต่มีความปรารถนาที่จะได้สมาชิกภาพมาโดยเร็ว
สำนักงานคุ้มกันชายแดนของโปแลนด์ระบุว่า จำนวนคนที่อพยพหนีภัยสงครามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีคนข้ามเข้ามาในโปแลนด์แล้วประมาณ 100,000 คน นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกโจมตี
“การอพยพของผู้ลี้ภัยกำลังเพิ่มมากขึ้น” แอนนา มิชาลสกา โฆษกหญิงกล่าว เธอบอกว่ามีคนกว่า 20,000 คน เดินทางมาถึงนับตั้งแต่เวลา 06.00 น ตามเวลามาตรฐานกรีนิชเมื่อวันเสาร์ (26 ก.พ.)
รัฐบาลโปแลนด์รับปากว่า จะรับทุกคนที่หนีภัยสงครามในยูเครนและให้ที่พักชั่วคราวแก่ผู้ที่ไม่มีที่ไป
โปแลนด์อนุญาตให้คนเดินเท้าผ่านเข้าประเทศได้ทางด่านข้ามแดนทั้ง 8 แห่ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนเดินเท้าได้รับอนุญาตให้ข้ามพรมแดนได้เพียง 1 จุดเท่านั้นที่เมดิกา
มีรถยนต์ต่อแถวยาวรอข้ามแดนตามด่านดังกล่าว ขณะที่โปแลนด์ตั้งศูนย์รับรอง 9 แห่ง ซึ่งคนที่มาถึงจะได้รับอาหาร ความช่วยเหลือทางการแพทย์ และข้อมูลข่าวสาร ตามโรงเรียนและโรงยิมที่อยู่ใกล้กับจุดข้ามแดน รวมถึงที่สถานีรถไฟ Przemysl ด้วย
นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟแจ้งกำหนดเวลาเคอร์ฟิวใหม่ ตั้งแต่ 17.00น.- 8.00น. ของวันรุ่งขึ้น จากเดิมที่เคยกำหนดเวลาเคอร์ฟิวไว้ที่ 22.00น.- 7.00น.
ข้อความทางทวิตเตอร์ที่ประกาศแจ้งไว้ดังกล่าวยังเตือนว่า “พลเรือนทุกคนที่ออกมาอยู่ตามท้องถนนในเวลาเคอร์ฟิว จะถือว่าเป็นพวกสอดแนมและกระทำการบ่อนทำลายของฝ่ายศัตรู”
ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงของรัสเซีย เผยแพร่ข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์VKว่าประเทศของตนไม่จำเป็นต้องมีสายสัมพันธ์ทางการทูตกับโลกตะวันตกและถึงเวลา “ปิดล็อก” สถานทูตต่าง ๆ แล้ว
ข้อความดังกล่าวของนายเมดเวเดฟมีขึ้น หลังหลายชาติออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียขั้นรุนแรง เขายังบอกว่ากองทัพรัสเซียจะบุกโจมตียูเครนต่อไป จนกว่าจะบรรลุถึงเป้าหมายที่ประธานาธิบดีปูตินตั้งไว้ แต่นายเมดเวเดฟไม่ได้อธิบายว่า เป้าหมายดังกล่าวคืออะไร
ก่อนหน้านี้ นายเมดเวเดฟเคยประณามเหตุที่รัสเซียถูกพักสมาชิกภาพในสภายุโรปอีกด้วย
กองทัพเรือฝรั่งเศสได้สกัดเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งในช่องแคบอังกฤษ ขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย
เจ้าหน้าที่ทางการฝรั่งเศสกล่าวกับบีบีซีว่า เรือลำนี้ถูกสกัดตามมาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหภาพยุโรป และได้ควบคุมให้แล่นไปยังท่าเรือ บูโลญ ซูร์ แมร์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสแล้ว
เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า “กองทัพเรือฝรั่งเศสในช่องแคบอังกฤษ ได้สกัดเรือบรรทุกสินค้ารัสเซียความยาว 127 เมตร ชื่อว่า ‘บอลติก ลีดเดอร์’ ซึ่งกำลังขนส่งรถยนต์ในเวลากลางคืน โดยขณะนี้ได้นำไปยังท่าเรือ บูโลญ ซูร์ แมร์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสแล้ว”
“เรือถูกนำไปที่ท่าดังกล่าวของฝรั่งเศส หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสร้องขอมา เพราะต้องสงสัยว่าเรือลำนี้เป็นของบริษัทที่เป็นเป้าหมาย ตามมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของสหภาพยุโรป กองกำลังชายแดนของฝรั่งเศสกำลังตรวจสอบเรือสินค้าลำนี้อยู่ ส่วนลูกเรือที่อยู่บนเรือ ‘บอลติก ลีดเดอร์’ ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทางการฝรั่งเศส”
สำนักข่าว RIA ของรัสเซียรายงานว่า สถานทูตรัสเซียในฝรั่งเศสกำลังขอคำชี้แจงจากทางการฝรั่งเศส เกี่ยวกับการยึดเรือดังกล่าว
วิดีโอบันทึกภาพขณะขีปนาวุธพุ่งเข้าใส่อะพาร์ตเมนต์ในกรุงเคียฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 6 ราย
เข้าสู่วันที่สามที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน เพื่อนบ้านทางตอนใต้ของประเทศ และนี่คือสรุปสถานการณ์ล่าสุด :
นายกเทศมนตรีเมืองละวีฟของยูเครน ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนทางตะวันตกติดกับโปแลนด์ แจ้งว่ากองกำลังยูเครนที่ป้องกันเมือง สามารถขับไล่ทหารรัสเซียให้ล่าถอยออกไปได้สำเร็จ
เมืองละวีฟซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับที่7ของยูเครน ถูกโจมตีด้วยกองทหารรัสเซียที่มีกำลังพลราว60นาย ซึ่งมาพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์3ลำ โดยฝ่ายรัสเซียนำทหารของตนลงสู่พื้นที่เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ห่างออกไปจากเมืองละวีฟราว90กิโลเมตรแต่ไม่สามารถบุกยึดเมืองสำคัญทางภาคตะวันตกนี้ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาสำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐยูเครน(SBU)ได้ปฏิเสธรายงานข่าวนี้ โดยยืนยันว่าทำการลาดตระเวนด้วยเฮลิคอปเตอร์ตลอดเวลา แต่ไม่พบกองกำลังศัตรูในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด
เรารู้ว่า มีการประท้วงต่อต้านสงครามหลายแห่งในรัสเซีย และกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และบุคคลผู้มีชื่อเสียงชาวรัสเซียได้พากันออกมาแสดงการต่อต้านสงครามผ่านทางบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเอง
อันเดรย์ คอร์ทูนอฟ ผู้อำนวยการใหญ่สภากิจการระหว่างประเทศรัสเซีย (Russian International Affairs Council--RIAC) ที่ปรึกษารัฐบาลรัสเซีย ได้เปิดเผยถึงคำแนะนำของเขากับบีบีซีว่า การรุกรานยูเครนของรัสเซียไม่มีความชอบธรรม
เขากล่าวว่า เพื่อนร่วมงานหลายคนของเขาในกระทรวงต่างประเทศต่างก็รู้สึกประหลาดใจและตกตะลึงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
เขาเชื่อว่าการตัดสินใจบุกนี้ เกิดขึ้นในทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย
“ถ้ามันเป็นปฏิบัติการที่มีจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายน้อย มันก็จะถือว่าเป็นความสำเร็จ ความนิยมในตัวผู้นำก็จะไม่ตกลง” เขากล่าว
เขาบอกว่า แผนการในช่วงแรกของปูติน คือเร่งดำเนินปฏิบัติการให้จบภายในสองสัปดาห์
“ถ้าเขาทำเช่นนั้นได้ ความเสียหายก็อาจจะไม่มาก ถ้าเขาทำไม่ได้ ความนิยมของเขาก็น่าที่จะดิ่งลง”
เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวบีบีซีพบขบวนรถทหารของกองทัพยูเครนถูกทำลายลง
หน่วยยิงขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นชนิดที่คล้ายคลึงกับที่ยูเครนติดตั้งในภูมิภาคดอนบาสเมื่อเดือนก่อน
ส่วนขีปนาวุธที่รัสเซียยิงมา ดูเหมือนจะเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง “Buk” ซึ่งสามารถทำลายเครื่องบิน ขีปนาวุธร่อน และอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนได้
ขบวนรถยานเกราะนี้น่าจะถูกโจมตีขณะมุ่งหน้าไปยังกรุงเคียฟ เพื่อเสริมการป้องกันการโจมตีทางอากาศให้แก่เมืองหลวงของประเทศ
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ประกาศยืนยันผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า ทหารของยูเครนจะไม่ทิ้งอาวุธและจะอยู่ปกป้องประเทศ
นายวิกเตอร์ แลชโก รัฐมนตรีสาธารณสุขยูเครน แถลงถึงยอดผู้เสียชีวิตจากการสู้รบล่าสุดว่า มีจำนวนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 198 รายแล้ว โดยในจำนวนนี้มีเด็กอยู่ด้วย 3 ราย ส่วนยอดผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นมีทั้งสิ้น 1,115 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 33 ราย