You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

รัสเซียยกระดับการโจมตี ยูเครนยังต้านทานไม่ถอย

บีบีซีไทยลำดับเหตุการณ์และรายงานสถานการณ์ล่าสุด รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนเข้าสู่วันที่สาม

รายงานสด

  1. ขอบคุณที่ติดตามชม

    บีบีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการรายงานสถานการณ์วิกฤตในยูเครนขณะรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนเป็นวันที่สาม ผ่านทางไลฟ์เพจของบีบีซีไทยตลอดวันนี้

    ขอบคุณและราตรีสวัสดิ์

  2. โพสต์โซเชียลมีเดียเผยรัสเซียกำลังสูญเสียกำลังพล

    มาร์ก เออร์บาน

    บรรณาธิการด้านกลาโหมและการทูตของรายการ BBC Newsnight

    โพสต์ทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ อาทิ ทวิตเตอร์ ติ๊กต็อก และเฟซบุ๊ก เป็นหลักฐานซึ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ากองทัพรัสเซียกำลังเผชิญกับอุปสรรคในปฏิบัติการเข้ายึดกรุงเคียฟ

    ทหารรัสเซียซึ่งอยู่ในสภาวะตกใจจากการถูกจับและการเสียชีวิตของเพื่อนทหาร ถูกสอบสวนและบอกว่า พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่า จะถูกส่งมาที่ยูเครน ทหารหนุ่มชาวรัสเซียคนหนึ่งนั่งกุมหัวเพื่อหลบจากการถูกชาวยูเครนในพื้นที่ก่นด่าถึง ประธานาธิบดีปูติน ทหารอีกคนตอบเมื่อถูกถามว่า อยากจะฝากอะไรไปบอกครอบครัวตัวเองว่า “ผมรักพวกคุณ”

    นอกจากหลักฐานจากคลิปวิดีโอเหล่านี้ ก็มีรูปภาพร่างทหารรัสเซียที่ไหม้เกรียมไปพร้อมกับยานพาหนะที่ถูกโจมตีทำลาย ตอนนี้ยอดทหารรัสเซียที่เสียชีวิตและที่ถูกจับกุมยังไม่ชัดเจน แต่กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรประเมินว่า น่าจะมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรายงานเครื่องบินขนส่ง 2 ลำของรัสเซียถูกยิงตกในช่วงรุ่งเช้าวันที่ 26 ก.พ. ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง

    สถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในประวัติศาสตร์เคยมีการเคลื่อนไหวประท้วงโดยแม่ของทหารรัสเซียเกิดขึ้นมานานแล้ว อาทิ ทหารรัสเซียที่เข้าไปร่วมสงครามในอัฟกานิสถานและเชชเนีย ดังนั้นถึงได้มีรายงานว่า รัสเซียกำลังจำกัดการเข้าถึงทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กในประเทศ อาจจะเป็นการพยายามทำให้ภาพและคำให้การเผยแพร่ไปได้ช้าลง

  3. กลาโหมอังกฤษเผย กองทัพรัสเซียบุกได้ช้าลงชั่วคราว

    กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรแถลงว่า การรุกคืบของกองทัพรัสเซียเข้าในดินแดนยูเครน ดูเหมือนจะทำได้ช้าลงในขณะนี้ ซึ่งอาจเป็นภาวะชะงักงันชั่วคราว เนื่องมาจากประสบปัญหาด้านการขนส่งลำเลียงหรือลอจิสติกส์อย่างฉับพลัน และต้องเผชิญกับการสู้รบต้านทานที่แข็งแกร่งของกองกำลังยูเครน

    แถลงการณ์ข้างต้นระบุว่า “กองทัพรัสเซียเคลื่อนพลโดยหลีกเลี่ยงไม่ผ่านเมืองใหญ่ที่มีประชากรแน่นหนา แต่กลับทิ้งกำลังพลบางส่วนไว้ เพื่อโอบล้อมและโดดเดี่ยวเมืองเหล่านี้”

    อย่างไรก็ตาม การเข้ายึดนครหลวงของยูเครนซึ่งก็คือกรุงเคียฟนั้น ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของกองทัพรัสเซียอยู่ แม้จะทำไม่สำเร็จในคืนแรกตามแผนเดิมก็ตาม

  4. ทวิตเตอร์ถูกปิดกั้นในรัสเซีย

    โจ ไทดี ผู้สื่อข่าวด้านความมั่นคงไซเบอร์ของบีบีซีรายงานว่า บริษัท NetBlocks ผู้ตรวจสอบการเชื่อมต่อของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แจ้งว่า ขณะนี้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ในรัสเซียไม่สามารถเข้าใช้งานสื่อโซเชียลในแพลตฟอร์มนี้ได้ หลังบริการของทวิตเตอร์เริ่มติดขัดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

    อัลป์ โทเกอร์ ผู้อำนวยการของ NetBlocks ระบุว่า “การที่รัสเซียปิดกั้นการเข้าถึงทวิตเตอร์ จะส่งผลจำกัดการแพร่กระจายข้อมูลอย่างเสรีลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาวิกฤตที่สาธารณชนจำเป็นต้องได้รับข้อมูลข่าวสารมากที่สุด”

  5. ชาวยูเครนกว่า 115,000 คน หนี้ภัยการสู้รบเข้าโปแลนด์

    ทางการโปแลนด์รายงานว่า นับแต่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. มีผู้อพยพหนีภัยการสู้รบเข้ามาในเขตแดนของโปแลนด์แล้วกว่า 115,000 ราย

    นายพาเวล เชเฟอร์นาเกอร์ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในของโปแลนด์แถลงว่า แค่ในช่วง 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีชาวยูเครนเดินทางเข้าโปแลนด์แล้วกว่า 15,000 คน

    ผู้สื่อข่าวบีบีซีซึ่งอยู่ที่ด่านข้ามแดนแห่งหนึ่งรายงานว่า มีรถยนต์ต่อคิวเพื่อรอเข้าไปยังโปแลนด์ยาวเหยียดถึง 20 กิโลเมตร ทั้งยังมีผู้คนแบกสัมภาระและอุ้มลูกจูงหลานเข้ามาที่ด่านแห่งนี้ไม่ขาดสาย

  6. เจ้าชายวิลเลียมและพระชายา ทวีตข้อความสนับสนุนยูเครน

    ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงทวีตข้อความแสดงความสนับสนุนประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี

    รัชทายาทลำดับที่สองของราชวงศ์อังกฤษและพระชายาทรงบอกว่าพระองค์ทั้งสองยืนอยู่เคียงข้างเขา และประชาชนชาวยูเครน

  7. แฮกเกอร์รัสเซียร่วมโจมตียูเครน

    โจ ไทดี ผู้สื่อข่าวความมั่นคงไซเบอร์

    นับตั้งแต่วิกฤตในยูเครนเริ่มต้นขึ้น ยูเครนได้ตกเป็นเป้าโจมตีทางไซเบอร์แทบจะไม่ว่างเว้น โดยส่วนใหญ่มักกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของรัสเซีย

    แต่อันที่จริงแล้ว ผู้ก่อเหตุไม่ได้ทำงานให้กับรัฐบาลรัสเซียทั้งหมด

    กลุ่มแฮกเกอร์ศาลเตี้ยซึ่งเป็นชาวรัสเซีย “รักชาติ” บอกกับผมว่า พวกเขาใช้เวลาว่างหาความสนุกจากการก่อกวนให้เกิดความวุ่นวายทางไซเบอร์ขึ้น

    ดมิทรี (นามสมมติ) บอกว่า เขาต้องการช่วยเหลือประเทศของตนโดย “โจมตียูเครนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์”

    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาและผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 5 คน ได้โจมตีโดยปิดกั้นไม่ให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเข้าถึงบริการหลายครั้ง ทำให้เซิร์ฟเวอร์ของยูเครนท่วมไปด้วยข้อมูลจนต้องออฟไลน์ชั่วคราว

    นอกจากนี้ เขายังส่งคำขู่วางระเบิด 20 ครั้ง ไปตามโรงเรียนต่าง ๆ รวมทั้งเจาะระบบของ “ทีมตอบโต้เร็ว” ฝ่ายยูเครนที่ไม่ได้ระบุชื่อแห่งหนึ่ง และหาวิธีสร้างอีเมลแอดเดรสทางการของรัฐบาลยูเครนที่ลงท้ายด้วย“mail.gov.ua”ได้อีกด้วย

    บีบีซีมีโอกาสได้เห็นในช่วงที่ทางกลุ่มปิดเว็บไซต์ของกองทัพยูเครน

    “นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น” ดมิทรี กล่าว

  8. กองทัพรัสเซียมุ่งเป้าไปที่เมืองสำคัญ ๆ ของยูเครน

  9. ผู้นำยูเครนเผย ล้มแผนจับกุมตัวของรัสเซียได้สำเร็จ

    ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวในคลิปวิดีโอว่า กองกำลังยูเครนได้หยุดยั้งแผนการของรัสเซีย ที่มุ่งจับกุมตัวเขาให้ได้ภายในคืนก่อนและจะแต่งตั้งผู้นำของตัวเองขึ้นมาแทน

    “เราขัดขวางแผนการของพวกเขาได้สำเร็จ” นายเซเลนสกีกล่าวเขายังเรียกร้องให้ชาวรัสเซียกดดันประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ให้ยุติการรุกรานด้วย

    ผู้นำยูเครนย้ำว่า กองทัพของตนยังคงควบคุมสถานการณ์ในกรุงเคียฟและเมืองสำคัญโดยรอบไว้ได้ ซึ่งความสำเร็จที่ว่ามานี้สมควรจะทำให้พวกเขาได้สิทธิ์เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปหรืออียู

    อันที่จริงแล้วยูเครนยังไม่ได้เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปในขณะนี้ แต่มีความปรารถนาที่จะได้สมาชิกภาพมาโดยเร็ว

  10. หน่วยงานดูแลแนวพรมแดนเผย มีชาวยูเครนเข้าโปแลนด์แล้วราวแสนคน, อดัม อีสตัน ผู้สื่อข่าวประจำกรุงวอร์ซอ

    สำนักงานคุ้มกันชายแดนของโปแลนด์ระบุว่า จำนวนคนที่อพยพหนีภัยสงครามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีคนข้ามเข้ามาในโปแลนด์แล้วประมาณ 100,000 คน นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกโจมตี

    “การอพยพของผู้ลี้ภัยกำลังเพิ่มมากขึ้น” แอนนา มิชาลสกา โฆษกหญิงกล่าว เธอบอกว่ามีคนกว่า 20,000 คน เดินทางมาถึงนับตั้งแต่เวลา 06.00 น ตามเวลามาตรฐานกรีนิชเมื่อวันเสาร์ (26 ก.พ.)

    รัฐบาลโปแลนด์รับปากว่า จะรับทุกคนที่หนีภัยสงครามในยูเครนและให้ที่พักชั่วคราวแก่ผู้ที่ไม่มีที่ไป

    โปแลนด์อนุญาตให้คนเดินเท้าผ่านเข้าประเทศได้ทางด่านข้ามแดนทั้ง 8 แห่ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนเดินเท้าได้รับอนุญาตให้ข้ามพรมแดนได้เพียง 1 จุดเท่านั้นที่เมดิกา

    มีรถยนต์ต่อแถวยาวรอข้ามแดนตามด่านดังกล่าว ขณะที่โปแลนด์ตั้งศูนย์รับรอง 9 แห่ง ซึ่งคนที่มาถึงจะได้รับอาหาร ความช่วยเหลือทางการแพทย์ และข้อมูลข่าวสาร ตามโรงเรียนและโรงยิมที่อยู่ใกล้กับจุดข้ามแดน รวมถึงที่สถานีรถไฟ Przemysl ด้วย

  11. ประกาศเคอร์ฟิวในกรุงเคียฟ ห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่ 17.00 น.

    นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟแจ้งกำหนดเวลาเคอร์ฟิวใหม่ ตั้งแต่ 17.00น.- 8.00น. ของวันรุ่งขึ้น จากเดิมที่เคยกำหนดเวลาเคอร์ฟิวไว้ที่ 22.00น.- 7.00น.

    ข้อความทางทวิตเตอร์ที่ประกาศแจ้งไว้ดังกล่าวยังเตือนว่า “พลเรือนทุกคนที่ออกมาอยู่ตามท้องถนนในเวลาเคอร์ฟิว จะถือว่าเป็นพวกสอดแนมและกระทำการบ่อนทำลายของฝ่ายศัตรู”

  12. อดีตผู้นำรัสเซียเมินสัมพันธ์การทูตกับโลกตะวันตก

    ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงของรัสเซีย เผยแพร่ข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์VKว่าประเทศของตนไม่จำเป็นต้องมีสายสัมพันธ์ทางการทูตกับโลกตะวันตกและถึงเวลา “ปิดล็อก” สถานทูตต่าง ๆ แล้ว

    ข้อความดังกล่าวของนายเมดเวเดฟมีขึ้น หลังหลายชาติออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียขั้นรุนแรง เขายังบอกว่ากองทัพรัสเซียจะบุกโจมตียูเครนต่อไป จนกว่าจะบรรลุถึงเป้าหมายที่ประธานาธิบดีปูตินตั้งไว้ แต่นายเมดเวเดฟไม่ได้อธิบายว่า เป้าหมายดังกล่าวคืออะไร

    ก่อนหน้านี้ นายเมดเวเดฟเคยประณามเหตุที่รัสเซียถูกพักสมาชิกภาพในสภายุโรปอีกด้วย

  13. ด่วน, ฝรั่งเศสยึดเรือสินค้ารัสเซียในช่องแคบอังกฤษ

    กองทัพเรือฝรั่งเศสได้สกัดเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งในช่องแคบอังกฤษ ขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย

    เจ้าหน้าที่ทางการฝรั่งเศสกล่าวกับบีบีซีว่า เรือลำนี้ถูกสกัดตามมาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหภาพยุโรป และได้ควบคุมให้แล่นไปยังท่าเรือ บูโลญ ซูร์ แมร์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสแล้ว

    เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า “กองทัพเรือฝรั่งเศสในช่องแคบอังกฤษ ได้สกัดเรือบรรทุกสินค้ารัสเซียความยาว 127 เมตร ชื่อว่า ‘บอลติก ลีดเดอร์’ ซึ่งกำลังขนส่งรถยนต์ในเวลากลางคืน โดยขณะนี้ได้นำไปยังท่าเรือ บูโลญ ซูร์ แมร์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสแล้ว”

    “เรือถูกนำไปที่ท่าดังกล่าวของฝรั่งเศส หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสร้องขอมา เพราะต้องสงสัยว่าเรือลำนี้เป็นของบริษัทที่เป็นเป้าหมาย ตามมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของสหภาพยุโรป กองกำลังชายแดนของฝรั่งเศสกำลังตรวจสอบเรือสินค้าลำนี้อยู่ ส่วนลูกเรือที่อยู่บนเรือ ‘บอลติก ลีดเดอร์’ ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทางการฝรั่งเศส”

    สำนักข่าว RIA ของรัสเซียรายงานว่า สถานทูตรัสเซียในฝรั่งเศสกำลังขอคำชี้แจงจากทางการฝรั่งเศส เกี่ยวกับการยึดเรือดังกล่าว

  14. ขีปนาวุธพุ่งเข้าใส่อะพาร์ตเมนต์ในเคียฟ

    วิดีโอบันทึกภาพขณะขีปนาวุธพุ่งเข้าใส่อะพาร์ตเมนต์ในกรุงเคียฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 6 ราย

  15. ถ้าคุณเพิ่งเข้ามา...

    เข้าสู่วันที่สามที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน เพื่อนบ้านทางตอนใต้ของประเทศ และนี่คือสรุปสถานการณ์ล่าสุด :

    • มีการสู้รบทั้งด้านในและโดยรอบกรุงเคียฟข้ามคืน กองทัพยูเครนระบุว่า ได้ขับกองกำลังของรัสเซียที่อยู่ใกล้กับฐานทัพยูเครนบนถนนสายสำคัญของเมืองออกไป
    • อาคารอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเคียฟถูกโจมตีและได้รับความเสียหายรุนแรง
    • ในช่วงเช้าวันนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครน ได้โพสต์วิดีโอของตัวเองขณะอยู่หน้าสถานที่สำคัญของเมือง ปฏิเสธรายงานที่ว่าเขาสั่งให้ยอมแพ้ และประกาศว่ายูเครนจะปกป้องตัวเอง
    • กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า กองกำลังของรัสเซียได้เข้าควบคุมเมืองเมลิโตโปลทางตะวันออกเฉียงใต้แล้ว แต่รัฐมนตรีคนหนึ่งของสหราชอาณาจักรกล่าวกับบีบีซีว่า เขายังกังขากับคำกล่าวอ้างนี้
    • นายเจมส์ ฮีปพีย์ รัฐมนตรีที่ดูแลกองทัพสหราชอาณาจักร กล่าวว่าสหราชอาณาจักรและอีก 25 ประเทศ เห็นชอบที่จะจัดหาอาวุธให้ยูเครน
    • กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า จนถึงขณะนี้มีชาวยูเครนเสียชีวิตแล้ว 198 คน รวมถึงเด็ก 2 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 1,000 คน
    • โปแลนด์ปฏิเสธที่จะลงแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับรัสเซีย ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงมอสโกในเดือน มี.ค. นี้ สมาพันธ์ฟุตบอลของโปแลนด์ระบุว่า “ถึงเวลาที่ต้องแสดงออกแล้ว”
    • สหประชาชาติประเมินว่า มีคนอพยพออกจากยูเครนแล้ว 100,000 คน ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  16. กองกำลังยูเครนขับไล่ทหารรัสเซียพ้นเมืองละวีฟ

    นายกเทศมนตรีเมืองละวีฟของยูเครน ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนทางตะวันตกติดกับโปแลนด์ แจ้งว่ากองกำลังยูเครนที่ป้องกันเมือง สามารถขับไล่ทหารรัสเซียให้ล่าถอยออกไปได้สำเร็จ

    เมืองละวีฟซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับที่7ของยูเครน ถูกโจมตีด้วยกองทหารรัสเซียที่มีกำลังพลราว60นาย ซึ่งมาพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์3ลำ โดยฝ่ายรัสเซียนำทหารของตนลงสู่พื้นที่เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ห่างออกไปจากเมืองละวีฟราว90กิโลเมตรแต่ไม่สามารถบุกยึดเมืองสำคัญทางภาคตะวันตกนี้ได้สำเร็จ

    อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาสำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐยูเครน(SBU)ได้ปฏิเสธรายงานข่าวนี้ โดยยืนยันว่าทำการลาดตระเวนด้วยเฮลิคอปเตอร์ตลอดเวลา แต่ไม่พบกองกำลังศัตรูในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด

  17. ผู้เชี่ยวชาญนโยบายต่างประเทศรัสเซียชี้ ความนิยมปูตินอาจดิ่งลง

    เรารู้ว่า มีการประท้วงต่อต้านสงครามหลายแห่งในรัสเซีย และกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และบุคคลผู้มีชื่อเสียงชาวรัสเซียได้พากันออกมาแสดงการต่อต้านสงครามผ่านทางบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเอง

    อันเดรย์ คอร์ทูนอฟ ผู้อำนวยการใหญ่สภากิจการระหว่างประเทศรัสเซีย (Russian International Affairs Council--RIAC) ที่ปรึกษารัฐบาลรัสเซีย ได้เปิดเผยถึงคำแนะนำของเขากับบีบีซีว่า การรุกรานยูเครนของรัสเซียไม่มีความชอบธรรม

    เขากล่าวว่า เพื่อนร่วมงานหลายคนของเขาในกระทรวงต่างประเทศต่างก็รู้สึกประหลาดใจและตกตะลึงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

    เขาเชื่อว่าการตัดสินใจบุกนี้ เกิดขึ้นในทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย

    “ถ้ามันเป็นปฏิบัติการที่มีจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายน้อย มันก็จะถือว่าเป็นความสำเร็จ ความนิยมในตัวผู้นำก็จะไม่ตกลง” เขากล่าว

    เขาบอกว่า แผนการในช่วงแรกของปูติน คือเร่งดำเนินปฏิบัติการให้จบภายในสองสัปดาห์

    “ถ้าเขาทำเช่นนั้นได้ ความเสียหายก็อาจจะไม่มาก ถ้าเขาทำไม่ได้ ความนิยมของเขาก็น่าที่จะดิ่งลง”

  18. หน่วยป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนถูกโจมตีบนถนนที่มุ่งหน้าสู่กรุงเคียฟ

    เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวบีบีซีพบขบวนรถทหารของกองทัพยูเครนถูกทำลายลง

    หน่วยยิงขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นชนิดที่คล้ายคลึงกับที่ยูเครนติดตั้งในภูมิภาคดอนบาสเมื่อเดือนก่อน

    ส่วนขีปนาวุธที่รัสเซียยิงมา ดูเหมือนจะเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง “Buk” ซึ่งสามารถทำลายเครื่องบิน ขีปนาวุธร่อน และอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนได้

    ขบวนรถยานเกราะนี้น่าจะถูกโจมตีขณะมุ่งหน้าไปยังกรุงเคียฟ เพื่อเสริมการป้องกันการโจมตีทางอากาศให้แก่เมืองหลวงของประเทศ

  19. ปธน.ยูเครน : "ฟังนะ ผมยังอยู่ตรงนี้ "

    ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ประกาศยืนยันผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า ทหารของยูเครนจะไม่ทิ้งอาวุธและจะอยู่ปกป้องประเทศ

  20. ยอดผู้เสียชีวิตชาวยูเครนเพิ่มเป็น 198 ราย

    นายวิกเตอร์ แลชโก รัฐมนตรีสาธารณสุขยูเครน แถลงถึงยอดผู้เสียชีวิตจากการสู้รบล่าสุดว่า มีจำนวนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 198 รายแล้ว โดยในจำนวนนี้มีเด็กอยู่ด้วย 3 ราย ส่วนยอดผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นมีทั้งสิ้น 1,115 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 33 ราย