การรัฐประหารของกองทัพเมียนมาที่เกิดขึ้นในวันนี้ (1 ก.พ.)
นับเป็นการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2505 การกระทำครั้งนี้เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญที่กองทัพเพิ่งให้คำมั่นเมื่อสองวันที่แล้วว่าจะพิทักษ์รักษาไว้
เหตุแห่งความตึงเครียดระหว่างกองทัพกับรัฐบาลนั้นมาจากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่
8 พ.ย. ที่ผ่านมา
ซึ่ง พรรค USDP ที่กองทัพสนับสนุนพ่ายแพ้ต่อพรรคเอ็นแอลดีของนางออง
ซาน ซู จี ซึ่งชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายโดยได้คะแนนเสียงมากกว่าการเลือกตั้งในปี
2558 เสียอีก
ประชาชนฝ่าวิกฤตโควิด-19 ออกไปลงคะแนนให้พรรคการเมืองที่พวกเขาชื่นชอบ
และผลก็คือพรรคเอ็นแอลดีได้คะแนนเสียงถึง 70% ของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ
เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมกองทัพถึงเลือกยึดอำนาจในวันนี้
เนื่องจากวันนี้จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้งซึ่งจะมีการรับรองผลการเลือกตั้งและรัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดยพรรคเอ็นแอลดี ซึ่ง
ณ ตอนนี้การประชุมนั้นไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว
จะเกิดอะไรขึ้นในเมียนมาต่อไปหลังจากนี้เป็นเรื่องที่ยากจะคาดการณ์
รัฐบาลทหารมีแผนการจะทำอะไรบ้างในช่วงที่พวกเขาเข้ามาบริหารประเทศ แน่นอนว่าความไม่พอใจของประชาชนต่อการยึดอำนาจครั้งนี้จะมีมากขึ้น
ส่วนนางซู จีนั้น แน่นอนว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กองทัพ ขณะที่ประธานาบดีวิน
มินต์ พันธมิตรของเธอก็ถูกทหารควบคุมตัวเช่นกัน
สิ่งเดียวที่แน่ชัดในตอนนี้คือการยึดอำนาจของกองทัพเมียนมาในวันนี้กำลังพาประเทศไปบนหนทางที่อันตราย