ในระหว่างร่วมรายงานสดของสถานีโทรทัศน์ช่อง
33 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า
วิเคราะห์สูตรจัดรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งเอาไว้ว่ามี 3 สูตร
สูตรแรก พรรคขั้วเสรีนิยมแลนด์สไลด์+พรรคภูมิใจไทย
(ภท.) : พรรคเพื่อไทย (พท.), พรรคก้าวไกล
(ก.ก.), พรรคเสรีรวมไทย (สร.), พรรคประชาชาติ (ปช.) รวมเสียงกันแล้วได้คะแนนเสียงเกิน
300 เสียง แล้วไปชวนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มา โดย ภท. กับ ก.ก. ตกลงกันได้ มาเป็นรัฐบาลร่วมกัน
ภายใต้สูตรนี้ แคนดิเดตนายกฯ
ของ พท. คนใดคนหนึ่ง จะได้เป็นนายกฯ
อย่างไรก็ตามภายใต้ฉากทัศน์นี้
มีรายละเอียดย่อยอีกคือหาก ภท. เข้ามาโดยการดึงของ พท. แต่ ก.ก. ไม่โอเคด้วย แต่
ก.ก. ก็ไม่อยากให้ พท. ไปดึงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้ามาด้วย ก.ก. อาจโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ
จาก พท. เพื่อร่วม “ปิดสวิตช์ลุงป้อม” แต่ไม่ร่วมรัฐบาลด้วย
สูตรสอง รัฐบาลข้ามขั้ว พท.+พปชร.+ภท.+ปชป. : ก.ก. ไม่ร่วมรัฐบาลกับ พท. และไม่ร่วมโหวตแคนดิเดตนายกฯ ให้ด้วย
ทำให้ พท. ต้องไปพึ่ง พปชร. แต่จำนวนเสียงก็อาจยังไม่พอ เผลอ ๆ พท. อาจต้องไปขอแรงพรรคประชาธิปัตย์
(ปชป.) มาร่วมอีก และถ้ายังไม่พออีก ก็ต้องขอแรง “ลุงป้อม” ให้ดึง ส.ว. มาร่วมโหวตให้ด้วย
ภายใต้สูตรนี้ พท. มีโอกาสต้องเสียแคนดิเดตนายกฯ
ไปได้ โดยอาจมาจากคนใดคนหนึ่งจากพรรคการเมืองที่มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคนที่ “ภาษีสูงสุด”
น่าจะเป็น พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ แคนดิเดคนายกฯ จาก พปชร.
สูตรสาม “ลุงตู่อยู่ต่อ” : แม้กระแสแลนด์สไลด์แรงจริง แต่ผลเลือกตั้งออกมาไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจว่าจะแรงไปทางเดียวคือ
“ก้าวไกลไปตัดเพื่อไทย” จนทำให้เขตเลือกตั้งต่าง ๆ ที่พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีปัจจัย
เช่น ความเป็นบ้านใหญ่ มีผู้สมัครแข็ง ๆ มีกระสุนดีๆ กลายเป็นผู้ชนะแทน
เมื่อผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการอยู่ที่ราว
40% โดย พท.
ได้ ส.ส. 142 ที่นั่ง, ก.ก. 134 ที่นั่ง, ภท. 69 ที่นั่ง, พปชร. 40 ที่นั่ง, รทสช.
37 ที่นั่ง, ปปป. 23 ที่นั่ง,
พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 8 ที่นั่ง, พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 5 ที่นั่ง และพรรคอื่น
ๆ 19 ที่นั่ง อาจารย์สติธรชี้ว่า มีโอกาสที่ พท. กับ ก.ก. เสียงรวมกีนจะยังไม่ถึง
375 เสียง อาจต้อง “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” พท. อาจข้ามขั้ว ไปดึงพรรคอื่น
แล้วโดดเดี่ยว ก.ก.
“เขาอาจไม่กระโจนไปทันที
ก็ปล่อยให้เลือกไปก่อน โดยที่ฝ่ายประชาธิปไตยจับกันอยู่ แต่เสียงไม่พอ เลือกไม่ได้
จนถึงจุดหนึ่งที่ไม่ไหวแล้ว ไม่อย่างนั้นก็รักษาการไปเรื่อย” ดร.สติธรวิเคราะห์