เจงกิส ข่าน : หลุมศพจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิมองโกลตั้งอยู่ที่ไหน เหตุใดจึงไม่มีใครล่วงรู้

ที่มาของภาพ, National Palace Museum
เจงกิส ข่าน คือจักรพรรดินักรบผู้รวบรวมชนเผ่าเร่ร่อนต่าง ๆ เข้าเป็นอาณาจักรมองโกลที่ยิ่งใหญ่ครอบคลุมอาณาเขตตั้งแต่มหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงเขตประเทศยูเครนในปัจจุบัน และเมื่อสิ้นพระชนม์ลงในปี ค.ศ. 1227 ผู้สืบเชื้อสายของพระองค์ก็แผ่ขยายจักรวรรดิมองโกลต่อไปอีกอย่างยิ่งใหญ่ไพศาล
แม้จะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลก แต่กลับไม่มีใครทราบอย่างแน่ชัดว่าร่างของจักรพรรดิผู้นี้ถูกฝังไว้ที่ใด หรือพระองค์จะมีอนุสาวรีย์บรรจุศพแบบพีระมิดของฟาโรห์อียิปต์ หรือสุสานขนาดใหญ่แบบจิ๋นซีฮ่องเต้หรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เผยกับเว็บไซต์ข่าววิทยาศาสตร์ Live Science ว่าคำตอบเรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนามาจนถึงปัจจุบัน และไม่น่าจะมีผู้ค้นพบคำตอบได้ในเร็ว ๆ นี้
ยิ่งไปกว่านั้น คนในมองโกเลียจำนวนไม่น้อยก็อาจไม่ต้องการล่วงรู้คำตอบ เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว เจงกิส ข่าน ไม่ใช่แค่บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทว่ายังเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพบูชาจากชาวมองโกลจำนวนมาก
รองศาสตราจารย์ วิลเลียม ฮันนีเชิร์ช ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยเยล ในสหรัฐฯ ระบุว่า หากมีการค้นพบหลุมศพของเจงกิส ข่าน ก็จะมีความสำคัญต่อผู้คนในมองโกเลียเป็นอย่างมาก จนอาจกลายเป็นสถานที่สำคัญในเชิงศาสนาที่ผู้คนให้ความเคารพกราบไหว้
ขณะที่ศาสตราจารย์ แนนซี สไตน์ฮาร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเอเชียตะวันออกจากพิพิธภัณฑ์เพนน์ แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ระบุว่า ความเป็นไปได้หนึ่งคือ เจงกิส ข่าน อาจถูกฝังอยู่ในจังหวัดเคนตีอิ (Khentii) ทางภาคตะวันออกของประเทศมองโกเลีย ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของพระองค์
"ดิฉันคิดว่าหลุมศพน่าจะอยู่ในแถบเทือกเขาจังหวัดเคนตีอิ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีการค้นพบในเร็ว ๆ นี้" ศาสตราจารย์ สไตน์ฮาร์ต กล่าว
คณะนักวิจัยชุดหนึ่งที่ศึกษาเรื่องนี้ระบุในงานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2014 ว่าแหล่งข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีในปัจจุบันแทบจะไม่มีการระบุถึงสถานที่ตั้งหรือลักษณะของหลุมศพเจงกิส ข่านเลย โดยหลังจากการศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อค้นหาหลักฐานทางโบราณคดีต่าง ๆ พวกเขากลับไม่พบสิ่งที่อาจเป็นหลุมศพของจักรพรรดิผู้นี้

ใน "ประวัติศาสตร์ลับของชาวมองโกล" (The Secret History of the Mongols) วรรณกรรมภาษามองโกลเก่าแก่ที่สุด ซึ่งเขียนขึ้นโดยบุคคลนิรนามหลังจากเจงกิส ข่าน สิ้นพระชนม์ไปแล้วนั้น ก็ไม่ได้เอ่ยถึงหลุมศพของพระองค์ แต่ระบุเพียงว่า ในปี 1227 เจงกิส ข่าน ได้ "เสด็จขึ้นสู่สรวงสวรรค์"
อย่างไรก็ตาม วรรณกรรมชิ้นนี้ระบุว่า เจงกิส ข่าน มีความผูกพันอย่างเหนียวแน่นกับ เขาบูร์คัน คัลดุน (Burkhan Khaldun) ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดเคนตีอิ ที่ครั้งหนึ่งในวันเยาว์พระองค์เคยหลบหนีการไล่ล่าของศัตรูเข้าไปในหุบเขาแห่งนี้
ขณะเดียวกัน ก็อ้างอิงคำกล่าวของเจงกิส ข่าน ว่า "ทุกเช้าข้าจะบวงสรวงเขาบูร์คัน คัลดุน ทุกวันข้าจะสวดภาวนาต่อเขาแห่งนี้ ลูกหลานของข้าจะต้องระลึกถึงสิ่งนี้และปฏิบัติแบบเดียวกัน!"
ความผูกพันอันเหนียวแน่นของเจงกิส ข่าน ที่มีต่อเขาบูร์คัน คัลดุน ทำให้เกิดคำถามว่าร่างของพระองค์จะถูกฝังไว้ที่นี่หรือไม่ แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการค้นพบหลุมศพหรือสุสานแต่อย่างใด
แฟรงก์ แมคลินน์ นักประวัติศาสตร์ระบุในหนังสือของเขาเรื่อง Genghis Khan: The Man Who Conquered the World ว่าตอนที่เจงกิส ข่าน สิ้นพระชนม์ในวัย 67 ปีนั้น พระองค์กำลังยกทัพไปปราบปรามชนเผ่าทังกุต (Tangut) ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนในปัจจุบัน และนี่อาจเป็นการยากที่จะนำร่างของพระองค์กลับไปยังมองโกเลีย เพราะขณะนั้นน่าจะอยู่ห่างจากดินแดนมองโกเลียในปัจจุบันถึง 500 กม.
นายแมคลินน์เชื่อกันว่า ชาวมองโกลในยุคนั้นยังไม่รู้จักวิธีการดองศพและจำต้องฝังร่างเจงกิส ข่านระหว่างทาง เพราะร่างกายของพระองค์เน่าเปื่อยลงก่อนที่จะเดินทางถึงมองโกเลีย เป็นไปได้ว่าร่างของจักรพรรดิผู้นี้อาจถูกฝังอยู่ในภูมิภาคออร์ดอส (Ordos) ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
คำกล่าวอ้างของมาร์โค โปโล
มาร์โค โปโล พ่อค้าวานิช และนักสำรวจชาวเวนิส ที่เดินทางผ่านเอเชียไปตามเส้นทางสายไหมระหว่างปี 1271 - 1295 ได้ระบุไว้ในหนังสือเรื่อง "บันทึกการเดินทางของมาร์โค โปโล" (The Travels of Marco Polo) ว่าผู้คนราว 20,000 คนที่ล่วงรู้ตำแหน่งหลุมศพของเจงกิส ข่าน ได้ถูกสังหารเพื่อเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ
แม้คำบอกเล่าดังกล่าวของมาร์โค โปโล จะถูกอ้างอิงถึงหลายครั้งในประวัติศาสตร์ แต่ก็เป็นเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นหลังจากเจงกิส ข่าน สิ้นพระชนม์ไปแล้วหลายทศวรรษ
นอกจากนี้ คำกล่าวอ้างหลายเรื่องของมาร์โค โปโล เช่นเรื่องที่ว่าหลานชายของเจงกิส ข่าน ได้แต่งตั้งให้เขาเป็นเจ้าหน้าที่ของทางการนั้น ก็ถูกโต้แย้งถึงความถูกต้องจากนักประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบันหลายคน นี่จึงทำให้เกิดข้อกังขาว่า คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับหลุมศพเจงกิส ข่านของเขาจะเป็นจริงหรือไม่










