สองพี่น้องได้พบหน้า หลังพลัดพรากช่วงอินเดีย-ปากีสถานแบ่งแยกประเทศ เมื่อ 75 ปีก่อน
การที่อังกฤษแบ่งแยกปากีสถานออกจากอินเดียเมื่อ 75 ปีก่อน ไม่เพียงจะนำไปสู่เหตุนองเลือดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่ยังทำให้คนหลายครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน
หนึ่งในนั้นคือครอบครัวของ ฮาบิบ และมูฮัมเหม็ด ที่แตกฉานซ่านเซ็น และต้องสูญเสียพ่อไปในเหตุจลาจล โดยมูฮัมเหม็ดและน้องสาวข้ามไปอยู่ในฝั่งปากีสถาน ส่วนฮาบิบและแม่ของพวกเขาติดอยู่ในอินเดีย
ตอนที่พวกเขาแยกจากกัน ฮาบิบมีอายุเพียง 2 ขวบ ส่วนมูฮัมเหม็ด ผู้เป็นพี่ชายมีอายุ 10 ขวบ และนับตั้งแต่นั้นพวกเขาก็ไม่เคยได้พบหน้ากันอีกเลย จนกระทั่งมูฮัมเหม็ดตามหาน้องจนเจอ ด้วยความช่วยเหลือจากยูทิวเบอร์ที่ชื่อ นาซีร์ ดิลลอน ที่จัดให้สองพี่น้องได้ติดต่อกันทางวิดีโอคอลเมื่อปี 2019
ทั้งสองพี่น้องวางแผนจะเดินทางมาพบกัน แต่การระบาดของโควิด-19 ก็ทำให้แผนการต้องหยุดชะงักลง จนกระทั่งเมื่อเดือน ม.ค. 2022 พวกเขาได้เดินทางไปที่พรมแดนอินเดีย-ปากีสถาน แล้วได้สวมกอดกันเป็นครั้งแรก หลังจากต้องพลัดพรากกันนาน 75 ปี
การแบ่งแยกปากีสถานออกจากอินเดียเมื่อปี 1947 เกิดขึ้นหลังจากอังกฤษได้ถอนตัวออกจากการเป็นเจ้าอาณานิคมปกครองอินเดีย โดยได้แบ่งดินแดนนี้ออกเป็นประเทศเอกราช 2 ประเทศ ได้แก่อินเดียและปากีสถาน ทว่าการแบ่งแยกประเทศครั้งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดในศตวรรษที่ 20
ในช่วงนั้นอินเดียมีประชากรเกือบ 400 ล้านคน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู และมีประชากรที่นับถืออิสลามอยู่ราว 1 ใน 4 อังกฤษจึงตัดสินใจแบ่งดินแดนโดยใช้ศาสนา
ในช่วงก่อนที่อินเดียและปากีสถานจะได้รับเอกราช ได้เกิดการปะทะกันระหว่างชาวฮินดู และชาวมุสลิม แต่ไม่มีใครคาดว่าจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในการแบ่งประเทศ มีผู้ลี้ภัยอย่างน้อย 12 ล้านคนที่ต้องอพยพจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง มีผู้เสียชีวิต 5 แสนถึง 1 ล้านคน และมีผู้หญิงหลายหมื่นคนถูกลักพาตัว
นับตั้งแต่แยกจากกัน ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและปากีสถานก็ยังไม่พัฒนาขึ้น นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในแคชเมียร์ โดยหลังได้เอกราชไม่กี่สัปดาห์ ทั้งสองประเทศก็เริ่มสู้รบกัน เพื่อแย่งชิงหุบเขาแคชเมียร์ ถือเป็นความขัดแย้งที่ยังหาทางออกไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นผลพวงจากความไม่ลงตัวในการแบ่งแยกประเทศของอังกฤษ

