ติช นัท ฮันห์ “บิดาแห่งการมีสติตื่นรู้” มรณภาพด้วยวัย 95 ปี

ที่มาของภาพ, Getty Images
หมู่บ้านพลัม ศูนย์ปฏิบัติธรรมในประเทศฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ว่า ติช นัท ฮันห์ หนึ่งในผู้นำทางจิตวิญญาณที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก และผู้บุกเบิกการฝึกสมาธิภาวนาสมัยใหม่ มรณภาพเมื่อเวลา 00.00 น. ของวันที่ 22 ม.ค. สิริอายุ 95 ปี
ภิกษุชาวเวียดนามมรณภาพอย่างสงบที่วัดตื่อเฮี้ยว เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม สถานที่บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อ 80 ปีก่อน
ติช นัท ฮันห์ นามเดิมคือ เหงวียน ซวน เป๋า (Nguyen Xuan Bao) เกิดที่จังหวัดกวางสี ตอนกลางของเวียดนาม เมื่อ 11 ต.ค. 1926 (หรือ พ.ศ. 2469) จากนั้นได้บรรพชาเป็นสามเณรขณะมีอายุ 16 ปี
นอกจากนี้ยังเป็นนักเขียนและกวีผู้มากความสามารถ โดยเขียนหนังสือกว่า 100 เล่ม และได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ กว่า 40 ภาษา มียอดขายกว่า 5 ล้านเล่มเฉพาะในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว สำหรับหนังสือขายดี อาทิ ปาฏิหาริย์แห่งการมีสติ (The Miracle of Mindfulness), สันติภาพทุกย่างก้าว (Peace is Every Step), ความโกรธ ปัญญาดับเปลวไฟแห่งโทสะ (Anger) และคำสอนว่าด้วยรัก (Teachings on Love)
พระมหาเถระนิกายเซนรายนี้ได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งการมีสติตื่นรู้" (the father of mindfulness) เป็นผู้ปฏิวัติวงการเจริญสติ เป็นพระอาจารย์ผู้สอนการฝึกสมาธิภาวนา และพัฒนาวิธีการเจริญสติร่วมกับหลักการทางจิตวิทยาคลินิกกระแสหลัก เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และโรคเครียด
ติช นัท ฮันห์ ยังมีอิทธิพลต่อผู้นำในแวดวงต่าง ๆ ทั้งวงการการเมือง ธุรกิจ กระบวนการยุติธรรม และวงการสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังได้รับเชิญให้กล่าวปาฐกถาธรรมที่รัฐสภาของสหรัฐฯ อังกฤษ อินเดีย และไอร์แลนด์เหนือ
มาร์ค เบนีออฟ มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี, จิม คิม อดีตประธานธนาคารโลก และคริสเตียนา ฟิเกเรส ผู้บุกเบิกความตกลงปารีสว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบุตรงกันว่า คำสอนของติช นัท ฮันห์ ส่งมอบพลังและแรงบันดาลใจให้แก่พวกเขา
สารคดี "ก้าวเดินกับฉัน" (Walk With Me) ซึ่งเกี่ยวกับชีวิตของ ติช นัท ฮันห์ บรรยายเสียงโดย เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์ นักแสดงชาวอังกฤษ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อปี ค.ศ. 2017 และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วยุโรป
ภิกษุชาวเวียดนามรายนี้กลายเป็นที่สนใจในระดับสากลเมื่อปี ค.ศ. 1966 ขณะเดินทางไปยังประเทศตะวันตกเพื่อรณรงค์ด้วยสันติวิธีให้ยุติสงครามเวียดนาม ทั้งนี้ในระหว่างอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯ ติช นัท ฮันห์ มีโอกาสพบบุคคลสำคัญหลายคน หนึ่งในนั้นคือ ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ซึ่งสนับสสนุนการเคลื่อนไหวของ ติช นัท ฮันห์ และเป็นผู้ผู้เสนอชื่อของภิกษุชาวเวียดนามเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในฐานะ "ผู้เผยแพร่สันติภาพและอหิงสา" ในปีต่อมา
อย่างไรก็ตามรัฐบาลเวียดนามได้เนรเทศนักบวชรายนี้ ทำให้ ติช นัท ฮันห์ ต้องลี้ภัยสงครามเวียดนามไปใช้ชีวิตในต่างแดนนานถึง 39 ปี ก่อนมีโอกาสกลับบ้านเกิดในปี ค.ศ. 2018 และใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายที่วัดของตนเอง
การเผยแพร่และถ่ายทอดธรรมตามแนวทางของ ติช นัท ฮันห์ ยังดำเนินต่อไปโดยชุมชนหมู่บ้านพลัมนานาชาติ เครือข่ายรากหญ้าระดับโลกที่พระอาจารย์เซนผู้นี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1982 ประกอบด้วย กลุ่มเจริญสติท้องถิ่นกว่า 1,000 กลุ่ม, ศูนย์ฝึกสมาธิหลาย 10 ศูนย์ และวัด 10 แห่งซึ่งกระจายอยู่ในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย
ศูนย์ปฏิบัติธรรมของ ติช นัท ฮันห์ ซึ่งเป็นแหล่งพำนักของนักบวชและแม่ชีกว่า 700 รูป/คน เป็นนิกายของพุทธศาสนาที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในโลกตะวันตก ในแต่ละปีมีผู้คนหลายหมื่นคนเดินทางไปปฏิบัติธรรม ทั้งนักบวชและฆราวาสต่างนำคำสอนด้านการเจริญสติ การสร้างสันติภาพ และการพูดคุยด้วยความเห็นอกเห็นใจ ไปใช้ในโรงเรียน สถานที่ทำงาน การทำธุรกิจ รวมถึงภายในเรือนจำ
สำหรับผลงานหนังสือเล่มสุดท้ายของ ติช นัท ฮันห์ คือ เซน กับศิลปะแห่งการกอบกู้โลก (Zen and the Art of Saving the Planet) ได้รับการตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์คอลลินส์ เมื่อ ต.ค. ปีที่แล้ว




