โลกร้อน : จากไฟป่าในไซบีเรียสู่น้ำท่วมที่นิวยอร์ก ย้อนดูเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในปีนี้

People navigate heavy rains and flooded walkways at the Billie Jean King National Tennis Center as the remnants of Hurricane Ida hit the area in Flushing Meadows, New York, USA, 01 September 2021.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, น้ำท่วมฉับพลันทำให้ระบบรถไฟใต้ดินของนิวยอร์กเกือบทั้งหมดต้องหยุดชะงัก

อย่างน้อย 45 ราย คือจำนวนผู้เสียชีวิตจากพายุไอดาที่เข้าถล่มภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาในช่วงไม่กี่วันมานี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตือนถึง "วิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศ" โดยบอกว่าสหรัฐฯ "ต้องเตรียมตัวให้ดีกว่านี้" ในอนาคต

วิดีโอบันทึกเหตุน้ำท่วมทะลักเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในนครนิวยอร์กที่เผยแพร่กันในโซเชียลมีเดียดูน่าตกใจก็จริง แต่เมื่อเรามองย้อนดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ในปีนี้ จะเห็นได้ว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (extreme weather) กำลังกลายเป็นสิ่งที่โลกต้องเจอบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ

บีบีซีชวนย้อนดูปรากฎการณ์ลักษณะนี้ในประเทศต่าง ๆ ที่หลายคนมองว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

น้ำท่วมในสหรัฐอเมริกา

พายุไอดาที่เข้าถล่มบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 45 ราย ครัวเรือนหลายแสนครัวเรือนในรัฐลุยเซียนา รัฐนิวยอร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย และรัฐมิสซิสซิปปี ยังไม่มีไฟฟ้าใช้

ที่นครนิวยอร์ก น้ำท่วมฉับพลันทำให้ระบบรถไฟใต้ดินเกือบทั้งหมดต้องหยุดชะงัก มีคนอย่างน้อย 14 รายเสียชีวิต โดย 11 คนในจำนวนนี้จมน้ำขณะติดอยู่ในที่พักชั้นใต้ดิน

Damage to Wellacrest Farm in New Jersey

ที่มาของภาพ, Mullica Hill Living

คำบรรยายภาพ, สภาพความเสียหายที่รัฐนิวเจอร์ซีย์

ฟิล เมอร์ฟี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ บอกว่าที่รัฐมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย โดยส่วนใหญ่ติดอยู่ในรถขณะที่ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างฉับพลัน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเดินทางไปลุยเซียนาวันศุกร์นี้ โดยนี่เป็นรัฐแรกที่เผชิญพายุไอดาซึ่งทำให้เกิดเหตุดินถล่ม และมีถึง 9 แสนครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ในตอนนี้

"นี่เป็นเรื่องของความเป็นความตาย และเราทุกคนต้องเผชิญกับมันด้วยกัน" ปธน. ไบเดน กล่าว "นี่เป็นความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุดในยุคนี้แต่ผมก็มั่นใจว่าเราจะจัดการได้"

ผู้นำสหรัฐฯ บอกว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นสาเหตุของน้ำท่วมในครั้งนี้ และบอกว่าต้องมี "การลงทุนครั้งประวัติศาสตร์" เพื่อจัดการกับวิกฤตดังกล่าว

คำบรรยายวิดีโอ, นครนิวยอร์กประกาศภาวะฉุกเฉินน้ำท่วมใหญ่จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนไอดา

ฝนตกเป็นประวัติการณ์ในจีน

ภาพน้ำท่วมสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในนครนิวยอร์กอาจทำให้ใครหลายคนนึกถึงเหตุการณ์ที่จีนเมื่อช่วงเดือน ก.ค.

เหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เป็นผลจากฝนที่ตกหนักเป็นประวัติการณ์ในภาคกลางของจีนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และประชาชนกว่า 100,000 คน ต้องอพยพออกจากบ้าน มีกว่า 12 เมืองในมณฑลเหอหนานที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งรวมถึงเมืองเจิ้งโจวซึ่งเป็นศูนย์กลางของมณฑลนี้ด้วย วิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์แสดงภาพน้ำท่วมถึงเอวคนบนท้องถนนและในสถานีรถไฟฟ้า

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวเมื่อวันที่ 20 ก.ค ว่า การรับมือกับน้ำท่วมเป็นไปอย่าง "ยากยิ่ง" และอยู่ใน "สภาวะวิกฤต" ในตอนนั้น ทางการของมณฑลเหอหนาน ซึ่งมีประชากรทั้งหมด 94 ล้านคน ได้ประกาศเตือนภัยทางภูมิอากาศขั้นสูงสุด โดยทางการท้องถิ่นบอกว่าสถานการณ์น้ำท่วมแบบนี้ ร้อยปีมีครั้ง

คำบรรยายวิดีโอ, ฝนตกหนัก-น้ำท่วมใหญ่ที่จีน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ต้องอพยพคนนับแสน

ฝนตกหนักที่ยุโรป

รถยนต์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, รถยนต์พังเสียหายจากน้ำท่วมตามแนวแม่น้ำอาร์ในเยอรมนี

ยุโรปเองก็เผชิญกับฝนตกหนักจนทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงเมื่อเดือน ก.ค. โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

น้ำท่วมในเยอรมนี เบลเยียม และอีกหลายพื้นที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 220 คน สร้างความตกตะลึงให้แก่บรรดานักพยากรณ์อากาศและเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นอย่างมาก โดยนักวิจัยระบุว่า โลกร้อนมีโอกาสทำให้เกิดเหตุฝนตกหนักเช่นนี้ในยุโรปตะวันตกมากขึ้นเป็น 9 เท่า ขณะที่ปริมาณน้ำฝนในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3-19% เนื่องจากปัญหาโลกร้อนที่เกิดจากมนุษย์

นอกจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้ว ยังมีบ้านเรือน ถนนและทางรถไฟได้รับความเสียหายจากน้ำที่ไหลทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว

น้ำท่วม

ที่มาของภาพ, Getty Images

คลื่นความร้อนในสหรัฐฯ และแคนาดา

ฝั่งตะวันตกของแคนาดาและสหรัฐฯ ต้องเจอกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์เพราะโดมความร้อน (heat dome) หรือปรากฏการณ์โดมความร้อน โดยหมู่บ้านลิตตัน ทางฝั่งตะวันตกของแคนาดา อุณหภูมิสูงถึง 49.6 องศาเซลเซียส จากที่แคนาดาเคยอุณหภูมิสูงสุดแค่ 45 องศาเซลเซียส

heatwave

ที่มาของภาพ, Reuters

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปรากฏการณ์เมื่อปลาย มิ.ย. "แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย" หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ทีมนักวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศนานาชาติ 27 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเครือข่ายความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศนานาชาติ หรือ World Weather Attribution บอกว่า หากมนุษย์ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศอย่างที่ทำมา สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลงถึง 150 เท่า

หลังจากหมู่บ้านลิตตันของแคนาดาเผชิญอุณหภูมิสูงสุดเป็นกระวัติการณ์ไม่นานก็เกิดเหตุไฟป่าลุกลามทำลายพื้นที่จำนวนมาก

Lytton

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, หมู่บ้านลิตตันหลังโดนไฟป่าลุกลาม

ในสหรัฐฯ หลายเมืองในรัฐออริกอน และรัฐวอชิงตัน ต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสมาก

อุณหภูมิที่สูงมากลักษณะนี้เป็นอันตรายถึงขั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต และมีผู้ต้องเข้ารับการรักษาตัวเพิ่มขึ้นจากอาการป่วยที่มีสาเหตุมาจากอากาศร้อน

คำบรรยายวิดีโอ, โลกร้อน : การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ชาวมอริเตเนียหลายคนต้องทิ้งบ้านเกิด

ไฟป่าครั้งมโหฬารในไซบีเรีย

หายนะไฟป่าครั้งรุนแรงที่เขตไซบีเรียในปีนี้ สร้างความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมโลกอย่างมหาศาล โดยเหตุเพลิงไหม้ป่าสนหิมะได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากเป็นสองเท่าของสถิติเมื่อปีที่แล้ว และผลักให้อัตราการปล่อยคาร์บอนจากไฟป่าทั่วโลกในปีนี้ พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ

พื้นที่ป่า Gorny Ulus ในเขตไซบีเรียไหม้เกรียม หลังไฟป่าลุกลามเป็นบริเวณกว้าง

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, พื้นที่ป่า Gorny Ulus ในเขตไซบีเรียไหม้เกรียม หลังไฟป่าลุกลามเป็นบริเวณกว้าง

สำนักงานควบคุมดาวเทียมคอเปอร์นิคัสเพื่อการติดตามสภาพบรรยากาศโลกแห่งยุโรป (CAMS) เผยว่าไฟป่าในไซบีเรียซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ ตั้งแต่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซียไปจนถึงภูมิภาคอเมริกาเหนือ ได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศโลกแล้วกว่า 800 ล้านตัน นับแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา

ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากสถิติในเหตุไฟป่าไซบีเรียเมื่อปีที่แล้ว ทั้งยังสูงกว่าอัตราการปล่อยคาร์บอนทั้งปีของประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูงสุดของยุโรปและอยู่ในอันดับ 6 ของโลก

ภาพถ่ายดาวเทียมจากนาซาแสดงให้เห็นขอบเขตของควันไฟป่าที่กระจายตัวเป็นวงกว้าง

ที่มาของภาพ, NASA

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายดาวเทียมจากนาซาแสดงให้เห็นขอบเขตของควันไฟป่าที่กระจายตัวเป็นวงกว้าง

ผู้เชี่ยวชาญประมาณการว่าไฟป่าไซบีเรียในปีนี้กินพื้นที่กว้างถึง 161,300 ตารางกิโลเมตร โดยอาจเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดยพื้นที่ซึ่งเกิดเพลิงไหม้ในเขตไซบีเรียเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว มีขนาดใหญ่กว่าบริเวณที่กำลังเกิดไฟป่าในขณะนั้นทั่วโลกมารวมเข้าด้วยกัน

แอ่งน้ำซึ่งเกิดจากน้ำแข็งละลายที่กรีนแลนด์ สะท้อนถึงความรุนแรงของภาวะโลกร้อน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แอ่งน้ำซึ่งเกิดจากน้ำแข็งละลายที่กรีนแลนด์ สะท้อนถึงความรุนแรงของภาวะโลกร้อน

การเกิดไฟป่ารุนแรงในเขตอากาศหนาวจัดเช่นนี้ สะท้อนถึงสถานการณ์ปัจจุบันของภาวะโลกร้อนที่ยิ่งเลวร้ายลงทุกที โดยสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของกลุ่มกรีนพีซประจำรัสเซียได้ชี้ถึงสาเหตุของไฟป่าขนาดใหญ่ ว่าเกิดจากความละเลยไม่ใส่ใจของภาครัฐ ทั้งยังมีกฎหมายห้ามไม่ให้จัดการดับไฟ หากหน่วยปฏิบัติการผจญเพลิงต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง หรือในกรณีที่ไฟป่าไม่ได้ไหม้ลามถึงเขตที่อยู่อาศัย