ตาลีบัน : ทำไมชาวซาฮารากำลังหนีออกจากอัฟกานิสถาน

ในห้องเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสถานที่หลบซ่อนตัวเต็มไปด้วยสิ่งของสัมภาระต่าง ๆ
สิ่งเหล่านี้เป็นของที่คุณเอาติดตัวไปด้วยเวลาต้องหนีเอาชีวิตรอด มีผ้าห่ม ห่อผ้าอ้อมสำเร็จรูป รองเท้าที่ไม่เข้าคู่กัน
หญิงวัย 24 ปีคนหนึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางกองข้าวของนี้
เธอพันผ้าโพกหัวปกปิดผม จมูก และปากตัวเอง จะมองเห็นก็แค่ดวงตาเธอเท่านั้น
"อาชญากรรมที่ฉันก่อคือการเป็นชาวซาฮารา" อาลียา เซห์รา* กล่าว "มันเป็นบาปอย่างเดียวของฉัน"
แม่ลูกสองคนนี้พูดไปพลาง จับผ้าโพกหัวไปพลาง เธอเล่าว่าต้องทนดูพวกตาลีบันพรากสามีเธอไปต่อหน้าต่อตา
เขาเป็นทหารระดับผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งในกองทัพอัฟกัน

"ฉันไม่รู้เลยว่าเขายังมีชีวิตหรือตายไปแล้ว"
โดยส่วนใหญ่ ชนกลุ่มน้อยชาวฮาซารานับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ และก็เคยถูกกลุ่มตาลีบันประหัตประหารเรื่อยมา
และเมื่อตาลีบันขึ้นครองอำนาจอีกครั้งในตอนนี้ ทำให้ต้องวิตกกังวลเพราะเพิ่งมีรายงานว่ากลุ่มชายชาวฮาซาราถูกผู้ชายตาลีบันสังหารในจังหวัดกัซนี
อาลียาบอกว่า เธอพยายามหาข้อมูลจากตำรวจในพื้นที่แต่ก็ไม่สำเร็จ เธอบอกด้วยว่ารู้ดีว่าต้องหนีไปจากบ้านซึ่งอยู่ในภาคกลางของอัฟกานิสถาน
อาลียาเดินทางเป็นเวลา 4 วัน พร้อมกับลูกชายวัย 3 เดือน และลูกสาววัย 6 ขวบ ไปยังพรมแดนติดปากีสถาน หลังจากพยายามอยู่หลายหนทั้ง ๆ ที่ไม่มีเอกสารเดินทาง ครอบครัวเธอก็ข้ามไปยังเมืองเควตตาของปากีสถานสำเร็จ ส่วนชาวฮาซาราคนอื่น ๆ บอกว่าบางครั้งก็ต้องอาศัยคนลักลอบพาพวกเขาเข้าประเทศ

ทุกวันนี้ อาลียาต้องเอาตัวรอดไปวัน ๆ เธอฝากบอกให้เพื่อนบ้านฝากเพื่อนบ้านไปบอกสามีหากเขามีชีวิตรอดกลับมาได้ว่า เธอพาลูก ๆ ข้ามมาปากีสถานแล้ว
ชาวฮาซาราหลายคนบอกว่าตาลีบันจะยิ่งคุกคามชุมชนของพวกเขามากขึ้นทุกวัน พวกเขาไม่เชื่อที่ตาลีบันมีท่าทีจะดำเนินทางสายกลางมากขึ้น และจำได้ดีว่าพวกเขาบังคับใช้กฎหมายอิสลามอย่างเคร่งครัดตอนที่อยู่ในอำนาจครั้งที่แล้ว
โมฮัมเหม็ด ซาร์วารี* เป็นทหารจากจังหวัดกัซนีของอัฟกานิสถาน เขาบอกว่ากลุ่มตาลีบันมาที่บ้านและถามพ่อของเขาว่าเขาอยู่ไหน แต่ชายวัย 18 ปี ผู้นี้หนีมายังเมืองเควตตาแล้ว
โมฮัมเหม็ด บอกว่า ยังไม่ได้ข่าวจากพ่อตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และก็ไม่กล้าโทรกลับบ้านเพราะกลัวพวกตาลีบันจะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน

โมฮัมเหม็ด บอกว่า เขาซึ้งใจที่เพื่อนใหม่ชาวปากีสถานให้ความช่วยเหลือ ชายคนหนึ่งที่พบในสถานที่พักพิงแนะนำให้เขาเลิกแต่งตัวแบบชาวฮาซารา แต่ให้แต่งตัวเหมือนชาวปากีสถานมากขึ้น
แม้แต่ที่เควตตาเอง เป็นที่รู้กันว่าคนที่นี่บางส่วนไม่ต้อนรับชาวฮาซาราเท่าไหร่ เคยมีเหตุก่อการร้ายที่เกิดกับผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่หลายครั้ง ทำให้มีคนเสียชีวิตไปหลายร้อยคน
ชาวฮาซาราเองนิยามเมืองเควตตาว่าเป็น "สุสานของคนฮาซารา"
คู่แฟนหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งตอนนี้อยู่ในเมืองเควตตาบอกว่าหมดเวลาชีวิตไปกับการย้ายไปมาระหว่างสองประเทศเพื่อพยายามหาสถานที่ปลอดภัยให้ตัวเอง
ไอชา เซห์รา* และโมฮัมเหม็ด โมซา* อายุแค่ 20 ปีเศษ พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เป็นเด็กในยุคที่ครอบครัวอพยพหนีออกจากอัฟกานิสถานตอนที่ตาลีบันเคยครองประเทศระหว่างปี 1996 ถึง 2001
จากนั้นพวกเขาก็หนีออกจากอัฟกานิสถานอีกในปี 2003 ตอนกองกำลังร่วมนำโดยสหรัฐฯ บุกประเทศเพื่อกวาดล้างกลุ่มตาลีบัน

และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้มาพร้อมกันในฐานะคนรัก พวกเขาหนีออกจากประเทศพร้อมลูกชายวัย 3 เดือน
เรื่องราวที่ได้ยินว่าเกิดขึ้นที่จังหวัดกัซนีบ้านเกิดทำให้พวกเขาไม่กล้ากลับไปอีก
"พวกเขาเอาตัวคนในครอบครัวเราไป และเราไม่รู้เลยว่าตอนนี้พวกเขายังมีชีวิตหรือตายไปแล้ว" โมฮัมเหม็ด โมซา กล่าว
"มีคนหลายคนหายตัวไป ถ้าลองไปถามคนดู ตามถนนแต่ละสายที่คนเคยอยู่ จะมี 2-3 คนที่หายตัวไป" เขากล่าวเสริม
"เราไม่อยากเผชิญกับการปกครองภายใต้ตาลีบันอีก เราเหนื่อยเหลือเกิน"
*นามสมมติ









