ยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ กับความ"รู้สึกสับสนน้อยลง" ของผู้เข้าร่วมการทดลองในอังกฤษ

Aldo Ceresa, 68, a retired surgeon, was part of the trial
คำบรรยายภาพ, อัลโด เซเรซา หนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดลองยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่นี้ เริ่มสังเกตว่าตัวเองมีปัญหาในการแยกฝั่งซ้ายกับขวาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

"ผมรู้สึกสับสนน้อยลง แม้ว่ามันจะยังมี[อาการ]อยู่ แต่มันไม่ได้แย่เท่าเดิม" อัลโด เซเรซา หนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดลองยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ในรอบเกือบ 20 ปี ที่สหรัฐฯ เพิ่งอนุมัติ

ยาอะดูคานูแมบ (Aducanumab) มุ่งเป้าจัดการกับสาเหตุ ไม่ใช่อาการของอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นภาวะของโรคสมองเสื่อมที่พบมากที่สุด

องค์กรการกุศลต่าง ๆ ออกมายินดีกับข่าวนี้ แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์บางรายที่ยังเคลือบแคลงเรื่องผลกระทบเพราะยังมีความไม่แน่นอนเรื่องผลการทดลองอยู่

ในสหราชอาณาจักร มีคนอย่างน้อย 1 แสนรายที่มีอาการสมองเสื่อมอ่อน ๆ ซึ่งอาจจะเหมาะสำหรับใช้ยาตัวนี้หากทางการสหราชอาณาจักรอนุมัติ

องค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐฯ บอกว่า มี "หลักฐานมากพอว่า อะดูคานูแมบ ลดหินปูนของโปรตีน แอมีลอยด์ บีตา ที่สมองได้" และนี่ "มีแนวโน้มที่จะทำให้เป็นผลประโยชน์ต่อผู้ป่วย"

ข้อมูลโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทยระบุว่า ปัจจุบันไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์เกือบ 1 ล้านคน อายุเฉลี่ยตั้งแต่ 40-65 ปี โดยเมื่อปี 2558 พบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์​ ซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่งประมาณ 6 แสนคน​ โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 100,000 รายต่อปี​

มูลนิธิประมาณการณ์ว่าจะมีผู้สูงอายุป่วยเป็นอัลไซเมอร์เพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,177,000 คน​ ในปี 2573 โดยผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนในการเป็นโรคนี้ประมาณ 5-8% และเมื่อมีอายุ 80 ปีสัดส่วนของการเป็นโรคอัลไซเมอร์สูงถึง 50%

การทดลองที่เป็นข้อถกเถียง

เมื่อ มี.ค. 2019 การทดลองขั้นสุดท้ายในระดับนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมราว 3,000 คน หยุดไปกลางคันเมื่อผลวิเคราะห์ออกมาว่ายาที่ทดลองให้รายเดือนนี้ไม่ได้ช่วยลดการเสื่อมสภาพของความทรงจำและความคิด

แต่หลังจากนั้นในปีเดียวกัน บริษัทผู้ผลิตยาสหรัฐฯ ไบโอเจน(Biogen) วิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมและสรุปว่าจริงๆ แล้วยาใช้ได้ผล ตราบใดที่ให้ในปริมาณที่มากขึ้น บริษัทยังบอกอีกว่ายาช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของกระบวนการการรับรู้ได้มาก

ยาอะดูคานูแมบ จะมุ่งเป้าไปจัดการ โปรตีนแอมีลอยด์ ซึ่งจะไปก่อตัวเป็นก้อนผิดปกติในสมองของคนที่เป็นอัลไซเมอร์ ซึ่งสามารถทำลายเซลล์และทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม ทำให้มีปัญหาด้านความทรงจำ การคิด การสื่อสาร และเกิดความสับสน

"มาถูกทางแล้ว"

Aldo is given the drug treatment by a nurse
คำบรรยายภาพ, อัลโด เข้าร่วมการทดลองยานี้ในสหราชอาณาจักร

อัลโด เซเรซา หนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดลองยารักษาอัลไซเมอร์ตัวใหม่นี้ เริ่มสังเกตว่าตัวเองมีปัญหาในการแยกฝั่งซ้ายกับขวาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

หลังจากได้รับการวินิจฉัย ชายวัย 68 ปีผู้นี้จากเมืองกลาสโกว์ แต่อาศัยอยู่ในมณฑลอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์ ต้องยุติอาชีพศัลยแพทย์

เขารับยาอะดูคานูแมบอยู่ 2 ปี ก่อนที่การทดลองจะหยุดไป และก็รออีกเกือบ 2 ปีก่อนที่การทดลองในโรงพยาบาลที่กรุงลอนดอนจะเริ่มต้นอีกครั้ง

"ผมยินดีที่ได้มาเป็นอาสาสมัคร" เขากล่าว "ผมสนุกกับเส้นทางการทดลองนี้ และประโยชน์ที่ได้กลับมา ซึ่งผมขอขอบคุณมาก ๆ"

เซเรซา มั่นใจว่ายาช่วยเขาได้

"ผมรู้สึกสับสนน้อยลง แม้ว่ามันจะยังมี[อาการ]อยู่ แต่มันไม่ได้แย่เท่าเดิม ...ผมรู้สึกมั่นใจขึ้นหน่อยแล้วตอนนี้"

นอกจากนี้ เขาบอกว่าครอบครัวก็เห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย

A scan of Aldo's brain
คำบรรยายภาพ, แพทย์สแกนสมองของอัลโดอย่างสม่ำเสมอเพื่อดูผลจากการใช้ยาตัวนี้

"ก่อนหน้านี้ ตอนผมลุกไปหยิบอะไรบางอย่าง ผมจำไม่ได้ว่าของอยู่ที่ไหนในห้องครัว แต่ตอนนี้มีปัญหานั้นน้อยลงแล้ว"

"ผมไม่ได้แย่เหมือนเดิม คิดว่ากำลังมาถูกทางแล้ว"

คาดกันว่าทั่วโลกมีคนเป็นโรคอัลไซเมอร์กว่า 30 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อายุมากกว่า 65 ปี

อย่าเพิ่งดีใจเกินไป

เฟอร์กัส วอลช์ บรรณาธิการข่าวการแพทย์บีบีซี บอกว่า นี่เป็นชั่วขณะที่สำคัญที่เราอย่าเพิ่งดีใจเกินไป นี่ไม่ใช่ยาปาฏิหารย์ที่จะทำให้รักษาอัลไซเมอร์หาย และนักวิทยาศาสตร์บางคนทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ก็ยังเคลือบแคลงอยู่

นอกจากนี้ บรรณาธิการข่าวการแพทย์บีบีซียังบอกอีกว่ายังไม่รู้ว่ายาตัวนี้จะมีราคาเท่าไร คนไข้แต่ละคนอาจต้องเสียเงินถึงหลายหมื่นปอนด์ต่อปีก็ได้ และหากยาได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้ในสหราชอาณาจักร ก็จะจำกัดให้ใช้กับผู้ที่ได้รับการสแกนวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีการพยายามพัฒนายารักษาอัลไซเมอร์กว่าร้อยตัวแต่ล้วนล้มเหลว โดยศาสตราจารย์ บาร์ต เดอ สตรูปเปอร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโรคสมองเสื่อม สหราชอาณาจักร บอกว่า นี่เป็นหมุดหมายสำคัญที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคนหลายล้านคนที่มีอาการนี้

อย่างไรก็ดี โรเบิร์ต โฮเวิร์ด ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชผู้สูงอายุ ยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน หรือยูซีแอล (UCL) บอกว่า การอนุมัติครั้งนี้เป็น "ความผิดพลาดอันใหญ่หลวง" ที่อาจทำให้การค้นหาวิธีรักษาที่ดำเนินอยู่เสียหายไปคิดเป็นเวลานับทศวรรษ

Aldo has an MRI in a London hospital during the treatment trial
คำบรรยายภาพ, อัลโด เข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอเพื่อสังเกตผลจากการใช้ยาตัวนี้

เขาบอกว่า องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ไม่สนใจข้อมูลที่บอกว่ายาไม่ได้ชะลอความเสื่อมของกระบวนการรับรู้หรือการทำงานของร่างกาย

อย่างไรด็ดี องค์กรการกุศลในสหราชอาณาจักรอย่าง สมาคมอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Society) บอกว่า นี่เป็นวี่แววที่ดี ส่วน องค์กรวิจัยอัลไซเมอร์สหราชอาณาจักร (Alzheimer's Research UK) บอกว่า ได้เขียนจดหมายไปถึง นายแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้ว พื่อขอให้เร่งอนุมัติใช้ยานี้ในสหราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ

"คนที่มีภาวะสมองเสื่อม และครอบครัวของพวกเขา รอคอยมานานเกินไปแล้วที่จะได้การรักษาวิธีใหม่ที่จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขา" ฮิลารี อีวานส์ ประธานบริหารขององค์กรวิจัยอัลไซเมอร์สหราชอาณาจักร ระบุ

แม้ว่าแพทย์หลายคนยังเคลือบแคลงในยาตัวนี้อยู่ แต่การอนุมัติของสหรัฐฯ อาจกระตุ้นให้มีการวิจัยเรื่องนี้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมายังเป็นโรคที่ได้รับทุนน้อยอยู่หากเทียบกับมะเร็งหรือโรคหัวใจ