การเฝ้ารอความยุติธรรมของครอบครัวชาวคริสต์นิกายมอร์มอนที่โดนสังหารหมู่ที่เม็กซิโก
หนึ่งปีที่แล้ว ชาวคริสต์นิกายมอร์มอน 9 คน - ผู้หญิง 3 คน และลูกของพวกเธออีก 6 คน - ถูกสังหารหมู่บนถนนสายเปลี่ยวกลางทะเลทรายโซโนราของเม็กซิโก ตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง และมีทีท่าจะได้รับความยุติธรรมหรือยัง
"เราย้ายมาที่นี่เพื่อหลีกหนีจากทุกสิ่ง และก็ไม่เคยมีใครมายุ่งกับเรา" เคนนี มิลเลอร์ เล่า
เขาเกิดในสหรัฐฯ แต่ย้ายมาอยู่ที่เม็กซิโกอย่างถาวร โดยหมู่บ้านลามอรา เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีประมาณ 30 ครัวเรือน ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนสหรัฐฯ โดยรถยนต์ประมาณ 5 ชั่วโมง
แต่แล้วโศกนาฏกรรมนี้ "ก็ทำให้โลกของเรากลับตาลปัตร ผมไม่คิดว่ามันจะกลับไปเหมือนเดิมได้อีก"
วันที่ 4 พ.ย. ปี 2019 รอนนิตา มิลเลอร์ ลูกสะใภ้ ของเขา และผู้หญิงอีกสองคน คริสตินา แลงฟอร์ด และดอว์นา เร แลงฟอร์ด ขับรถตามกันเพื่อเดินทางไกลไปเยี่ยมชุมนุมชาวคริสต์นิกายมอร์มอนอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไป 6 ชั่วโมง
และแล้วพวกเขาก็ถูกมือปืนซุ่มยิงรถก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาจุดไฟเผารถหนึ่งคัน
หลังเกิดเหตุ มีการคาดเดากันไปต่าง ๆ นา ๆ ถึงสาเหตุ เช่นว่าเป็นความขัดแย้งของคนในพื้นที่เรื่องสิทธิ์ในการเข้าถึงน้ำ แต่ทางการเชื่อมาตลอดว่าเป็นการโจมตีของแก๊งค้ายาเสพติดที่เข้าใจผิดว่ารถสามคันนี้เป็นของแก๊งคู่ศัตรู
ความโหดร้ายทำให้เหตุนี้กลายเป็นข่าวไปทั่วโลก และสำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ ของสหรัฐฯ ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยทางการเม็กซิโกด้วย
ล่าสุด ทางการเม็กซิโกบอกกับบีบีซีว่ามีคน 12 คน ถูกจับกุมจากเหตุดังกล่าวแล้ว แต่มีแค่ 2 คน เท่านั้นที่ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม และยังไม่มีกำหนดวันเริ่มพิจารณาคดี