เซอร์ เดวิด แอตเทนบะระ ผู้ทำลายสถิติทางอินสตาแกรมของ เดวิด เบ็คแฮม และเจนิเฟอร์ แอนนิสตัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
เซอร์ เดวิด แอตเทนบะระ นักธรรมชาติวิทยาชื่อดัง ทำสถิติมีคนติดตามบัญชีอินสตาแกรมเลยหนึ่งล้านคนในช่วงเวลาราวสี่ชั่วโมง เอาชนะทั้งเดวิด เบ็คแฮม, เจนิเฟอร์ แอนนิสตัน และเจ้าชายแฮร์รี
แม้จะไม่ค่อยไปงานเดินบนพรมแดง ไม่ได้เป็นนักฟุตบอลระดับโลก แต่ชาวอังกฤษวัย 94 ปีผู้นี้ก็ได้กลายเป็น "อินฟลูเอนเซอร์" ของคนรุ่นใหม่ แม้ว่าหลายคนจะยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำตอนเขาทำสารคดีสัตว์ป่าอันโด่งดังที่ชื่อ "Life on Earth" ซึ่งออกอากาศทางบีบีซีในสหราชอาณาจักรครั้งแรกในปี 1979
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แอตเทนบะระ มุ่งความสนใจไปที่คนรุ่นใหม่เพื่อเคลื่อนไหวด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โพลสำรวจชี้ให้เห็นว่าคน "Gen Z" (Generation Z) หรือที่เกิดหลังปี 1997 เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดแห่งยุคนี้
"มันเป็นโลกของพวกเขา เป็นวันพรุ่งนี้ของพวกเขา ผมจะไม่ได้อยู่ที่นั่น พวกเขาต่างหากที่ต้องอยู่" แอตเทนบะระ บอกกับบีบีซี
"สำคัญมากที่เด็กรุ่นใหม่ต้องกังวลเรื่องเหล่านี้ และพวกเขาหลายคนก็รู้สึกเช่นนั้น ...รู้สึกเป็นเกียรติที่พวกเขามานั่งฟังว่าคนแก่อย่างผมต้องการจะพูดอะไร"
และรายการใหม่ของเขา "A Life on Our Planet" ซึ่งจะเข้าฉายทางเน็ตฟลิกซ์ จะมีทั้งเรื่องราวของแอตเทนบะระเอง และวิดีโอจากงานสารคดีของเขาที่ผ่านมา ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าโลกได้รับผลกระทบจากมนุษย์อย่างไรบ้าง
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด YouTube โพสต์, 1
"โลกเรากำลังมุ่งหน้าดูหายนะ เราต้องเรียนรู้ที่จะทำงานกับธรรมชาติ ไม่ใช่ไปสวนทางกับมัน" เขากล่าวในคลิปตัวอย่างสารคดีเรื่องนี้
แอตเทนบะระ คือใคร
เขาเกิดเมื่อ 8 พ.ค. 1926 ที่เมืองไอเซิลเวิร์ธ ทางฝั่งงตะวันตกของมหานครลอนดอน แค่ 17 วันเท่านั้นหลังวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักร ก่อนที่เกือบ 60 ปีต่อมา จะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็น "เซอร์" เดวิด แอตเทนบะระ
เขาเป็นลูกคนกลาง โดยริชาร์ด แอตเทนบะระ พี่ชายผู้ล่วงลับ เป็นนักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง เป็นที่รู้จักจากบทบาทมหาเศรษฐีในภาพยนตร์ "จูราสสิค พาร์ค"(Jurassic Park) ภาคแรกเมื่อปี 1993 และได้รับรางวัลออสการ์สาขาผู้กับกำยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง "คานธี"(Gandhi) ในปี 1983 ขณะที่จอห์น น้องชายของเขา เป็นผู้บริหารทำงานภาคอุตสาหกรรมรถยนต์และเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
แอตเทนบะระชอบสะสมทุกสิ่งที่อย่างจากธรรมชาติตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟอสซิล หรือตัวอย่างสิ่งมีชีวิต และเคยขายตัวซาลาแมนเดอร์ให้กับภาควิชาสัตววิทยา มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ซึ่งพ่อเขาเป็นอธิการบดี

ที่มาของภาพ, Getty Images
จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตเขาคือการไปฟังการบรรยายของ "เกรย์ อาวล์" (Grey Owl) นักอนุรักษ์ธรรมชาติคนแรก ๆ ของโลก แม้ว่าต่อมาจะเกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่าจริง ๆ แล้ว เกรย์ อาวล์ คือ อาร์ชิบัล บีเลนีย์ ชาวผิวขาวที่ปลอมตัวเป็นชนเผ่าพื้นเมืองแคนาดา แต่เนื้อหาเรื่องการอนุรักษ์ก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับแอตเทนบะระในวัยหนุ่มแล้ว
ต่อมาเขาเรียนจบสาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ก่อนจะเข้าทำงานกับบีบีซีในปี 1952
แม้ว่าเขาจะทำรายการเกี่ยวกับสัตว์มาตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 50 แล้ว แต่รายการที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือทีวีซีรีส์ 13 ตอน ชื่อ "Life on Earth" ในปี 1979 ที่สร้างปรากฏการณ์ในวงการทั้งด้านเทคนิคและขนาดของการถ่ายทำ ประเมินว่ามีคนดูถึง 500 ล้านคนทั่วโลก สร้างกระแส "ไวรัล" แม้ว่าจะไม่มีโซเชียลมีเดียเหมือนทุกวันนี้
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด YouTube โพสต์, 2
อย่างไรก็ดี เขาเพิ่งจะมาเริ่มเคลื่อนไหวประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพสภาพภูมิอากาศเมื่อปี 2005 แม้ว่านักวิทยาศาสตร์เคยออกมาเตือนเรื่องนี้แล้วตั้งแต่ทศวรรษที่ 70
เขายกการเปลี่ยนแปลงทางความคิดนี้เป็นความดีความชอบของ ราล์ฟ ซิเซอร์โรน นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันผู้ล่วงลับไปแล้ว และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดคนหนึ่ง
"สิ่งที่ทำให้ผมเชื่อปักใจคือกราฟที่เทียบการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในธรรมชาติกับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ จำนวนประชากร และการทำอุตสาหกรรม" แอตเทนบะระ เขียนในบทความ นสพ.ดิอินดิเพนเดนต์ เมื่อปี 2005
การประจักษ์แจ้งตรงนี้เองที่ทำให้เขาทำสารคดีเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2 เรื่อง ออกอากาศในปี 2006
และจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็เดินหน้าเคลื่อนไหวเรื่องนี้อย่างเต็มที่
"จากตอนที่ผมทำรายการทีวีชิ้นแรก มีประชากรโลกเพิ่มขึ้นกว่าตอนนั้นสามเท่า เราไปรุกล้ำโลก และตอนนี้เราเริ่มตระหนักแล้วว่าเราได้สร้างความเสียหายอย่างไรต่อโลกบ้าง" เขาบอกกับบีบีซี
"ทุกลมหายใจ อาหารทุกคำที่เรากิน ท้ายที่สุดแล้วก็มาจากโลกธรรมชาติทั้งนั้น และหากเราทำลายมัน ก็เท่ากับเราทำลายตัวเอง"

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกจากรางวัลยกย่องจากรัฐบาลและสถาบันต่าง ๆ และปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยทั่วโลกแล้ว ยังมีสัตว์อีกกว่า 20 สายพันธุ์ที่ถูกตั้งชื่อตามเขา แม้กระทั่งพันธุ์ไดโนเสาร์ที่อาศัยอยู่ในทะเลที่ถูกตั้งชื่อว่า "Attenborosaurus conybeari"
อย่างไรก็ดี นี่ก็เป็นช่วงเวลาที่คนรุ่นใหม่เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวด้านนี้อย่างเช่น เกรียตา ทุนแบร์ย นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน
แม้ว่า แอตเทนบะระ จะยังเคลือบแคลงกับวิธีการประท้วงที่อาจทำให้เกิดผลเชิงลบกับการเคลื่อนไหวโดยรวม แต่เขาบอกบีบีซีว่าเขาก็เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวแนวนี้
"แน่นอน ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่พวกเขาต้องการจะสื่อ คำถามอยู่ที่ว่า วิธีการเชิญชวนให้คนมาร่วมกับคุณแบบไหนที่สมเหตุสมผล"
"แต่เราก็ไม่สามารถใช้ข้ออ้างนั้นในการไม่ทำอะไรเลยได้"
แต่ทั้งแอตเทนบะระและทุนแบร์ยก็เคารพและชื่นชมกันและกัน
ในรายการวิทยุ Today ของช่อง BBC Radio 4 ที่ทั้งสองคุยกันผ่านสไกป์ แอตเทนบะระบอกทุนแบร์ยว่า "หนูประสบความสำเร็จในสิ่งที่คนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมา 20 กว่าปียังล้มเหลว"

"ผมซาบซึ้งในสิ่งที่หนูทำมาก พวกเราทุกคนก็รู้สึกอย่างนั้น"
ส่วนทุนแบร์ยก็บอกว่าแอตเทนบะระเป็น "แรงบันดาลใจ"
"หนูหวังว่าคุณจะเข้าใจว่าคุณสร้างได้ความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ขอบคุณที่อุทิศชีวิตให้กับสิ่งนี้"
เธอบอกว่า ตอนเด็ก ๆ สารคดีต่าง ๆ เกี่ยวกับโลกธรรมชาติและสิ่งที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ทำให้เธอตัดสินใจริเริ่มการเคลื่อนไหวในครั้งนี้










