ผู้ใช้ทวิตเตอร์ในไทยร่วมเรียกร้องความยุติธรรมให้ชาวอเมริกันผิวดำที่เสียชีวิตหลังถูกตำรวจคุมตัว ผ่าน #JusticeForGeorgeFloyd

คนดำ

ที่มาของภาพ, Getty Images

ตำรวจรัฐมินนิโซตา 4 นายถูกสั่งให้ออกจากราชการ โทษฐานใช้ความรุนแรงจับกุมชายผิวดำคนหนึ่งจนเสียชีวิต ขณะที่ ชาวเน็ตทั่วโลก รวมถึงไทยขึ้นแฮชแท็ก #JusticeForGeorgeFloyd เพื่อทวงความยุติธรรม ต่อต้านการเหยียดสีผิว

ผู้บัญชาการตำรวจเมืองมินนีแอโปลิส ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นาย ตอนนี้ มีสถานะเป็น "อดีตตำรวจ" แล้ว หลังใช้ความรุนแรงเข้าจับกุม จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำ ด้วยการใช้เข่ากดทับลำคอ จนนายฟลอยด์ร้องโอดครวญว่า "หายใจไม่ออก" ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในภายหลัง

Screen grab of video posted on Facebook

ที่มาของภาพ, Darnella Frazier

คำบรรยายภาพ, วิดีโอภาพการจับกุมถ่ายโดยผู้เห็นเหตุการณ์ และถูกเผยแพร่ในสังคมออนไลน์

วิดีโอภาพการจับกุมถ่ายโดยผู้เห็นเหตุการณ์ และถูกเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ต่อการกระทำของตำรวจ จนเกิดแฮชแท็ก #JusticeForGeorgeFloyd เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้จอร์จ ฟลอยด์

แฮชแท็กดังกล่าว ยังติดอันดับ 1 เทรนดิงทวิตเตอร์ในไทยอยู่ช่วงหนึ่ง ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยร่วมโพสต์ข้อความในเชิงวิจารณ์ การใช้กำลังของตำรวจ และการเหยียดสีผิว พร้อมติดแฮชแท็กดังกล่าว ช่วงบ่ายของวันที่ 28 พ.ค. เวลาไทย มียอดรีทวีตถึง 1.23 ล้านครั้ง

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @CRIMSONPRINT โพสต์ในทวิตเตอร์ที่มีผู้แชร์มากกว่า 4.5 หมื่นครั้ง เขียนว่า "ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ควรเจอความโหดร้ายแบบนี้ทั้งสิ้น แต่เมื่อคุณเป็นคนผิวดำในอเมริกา คุณก็เปรียบเสมือนพลเมืองชั้นรองที่ชีวิตมีค่าน้อยกว่าอยู่เสมอ"

ผู้ใช้ทวิตเตอร์เดียวกันนี้ ยังเผยแพร่ลิงค์สำหรับเงินบริจาคเงินค่าจัดงานศพให้กับนายจอร์จ ฟลอยด์อีกด้วย

ข้าม X โพสต์ , 1
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์, 1

ส่วนในสหรัฐฯ แฮชแท็กทวงความยุติธรรมให้ฟลอยด์ กลายเป็นเทรนดิงอันดับต้น ๆ ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ แฮชแท็ก #BlackLivesMatter ที่เคยถูกใช้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้คนผิวดำในสหรัฐฯ

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @rosewoodtele ได้โพสต์รายชื่อคนผิวดำที่เสียชีวิตจากการจับกุมของตำรวจ

ข้าม X โพสต์ , 2
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์, 2

ตำรวจทำอะไรจอร์จ ฟลอยด์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองมินนีแอโปลิส ช่วงเย็นวันจันทร์ โดยตำรวจได้รับแจ้งว่า มีลูกค้าคนหนึ่งพยายามใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอมในร้านค้า

แถลงการณ์ของตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวจนพบชายผู้ต้องสงสัย ซึ่งภายหลังทราบชื่อว่า จอร์จ ฟลอยด์ โดยเขาอยู่ใน "สภาพมึนเมา และนั่งอยู่บนรถสีฟ้า"

จากนั้น ตำรวจสั่งให้นายฟลอยด์ถอยออกมาจากรถ แต่เขาขัดขืน จนตำรวจต้องควบคุมตัวและสวมกุญแจมือ แต่ระหว่างการจับกุมนั้นพบว่า ชายคนดังกล่าวมีอาการผิดปกติขึ้น

แต่ภาพที่ผู้เห็นเหตุการณ์ได้บันทึกเป็นวิดีโอความยาว 10 นาที แสดงให้เห็น นายฟลอยด์ ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด และพูดว่า "ผมหายใจไม่ออก" และ "อย่าฆ่าผม" หลายครั้ง ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาว ที่ใช้เข่ากดทับลำคอของนายฟลอยด์เข้ากับพื้นถนน

George Floyd

ที่มาของภาพ, Twitter/Ruth Richardson

คำบรรยายภาพ, แถลงการณ์ของตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวจนพบชายผู้ต้องสงสัย จอร์จ ฟลอยด์ โดยเขาอยู่ใน "สภาพมึนเมา และนั่งอยู่บนรถสีฟ้า"

ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์หลายคนพยายามพูดกับเจ้าหน้าที่ว่าให้ยกเข่าออกจากลำคอของนายฟลอยด์ ที่อยู่ในสภาพนอนนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว

ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งเล่าว่า "มีเลือดไหลออกจากจมูกของเขา" ส่วนอีกคนบอกตำรวจให้ "ยกเข่าออกจากคอของเขา"

จอร์จ ฟลอยด์ ยังคงแน่นิ่ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะนำตัวเขาขึ้นรถพยาบาลไป และเสียชีวิตลงในภายหลัง โดยตำรวจเปิดเผยสาเหตุว่า นายฟลอยด์เสียชีวิตจาก "อุบัติเหตุทางการแพทย์" และ "การโต้ตอบกับตำรวจ"

ตำรวจยืนกรานว่า ไม่มีการใช้อาวุธระหว่างการจับกุมที่เกิดขึ้น ส่วนกล้องติดลำตัวของตำรวจ ได้ส่งมอบให้กับสำนักสืบสวนคดีอาญาแห่งรัฐมินนิโซตา (BCA) เพื่อประกอบการสอบสวนว่า ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นได้ละเมิดกฎหมายของรัฐหรือไม่

ขณะที่ สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ แถลงว่าจะสอบสวนเรื่องสลดที่เกิดขึ้นเช่นกัน

นายฟลอยด์ มีอายุ 46 ปี และเคยทำงานด้านรักษาความปลอดภัยให้กับร้านอาหารแห่งหนึ่ง

จับกุมสังหาร…ความปวดร้าวที่หวนคืน

ภาพตำรวจผิวขาวใช้ความรุนแรงจับกุมชายผิวดำ ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์คล้ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายเอริก การ์เนอร์ ที่เสียชีวิตระหว่างการจับกุมในนครนิวยอร์กเมื่อปี 2014

ภายหลังการเสียชีวิตของนายการ์เนอร์ ประโยคว่า "ผมหายใจไม่ออก" กลายเป็นถ้อยคำที่ผู้ประท้วงใช้ต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจในสหรัฐฯ มาจนถึงปัจจุบัน

นายการ์เนอร์ วัย 43 ปี ร้อง "ผมหายใจไม่ออก" ออกมาถึง 11 ครั้ง หลังตำรวจเข้าควบคุมตัวเขาฐานจำหน่ายบุหรี่อย่างผิดกฎหมาย และประโยค "ผมหายใจไม่ออก" ยังกลายเป็นถ้อยคำสุดท้ายของนายการ์เนอร์ ที่เสียชีวิตภายหลังตำรวจล็อกคอของเขา

แพทย์ยืนยันว่า การล็อกคอมีส่วนทำให้นายการ์เนอร์เสียชีวิต ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจนครนิวยอร์กที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมดังกล่าว ได้ถูกให้ออกจากราชการในอีก 5 ปีให้หลัง ในปี 2019 แต่จนถึงตอนนี้ ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดถูกตั้งข้อหา

คนดำ

ที่มาของภาพ, NY Daily News

คำบรรยายภาพ, เอริก การ์เนอร์ และภรรยา

เกิดมาเป็นคนดำ = โทษประหารชีวิต?

จาคอบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนีแอโปลิส ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ตำรวจ 4 นายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้จอร์จ ฟลอยด์เสียชีวิต ได้ถูกให้ออกจากราชการแล้ว พร้อมโพสต์ในทวิตเตอร์ว่า "นี่เป็นมาตรการที่ถูกต้อง"

นายเฟรย์ แสดงความเห็นว่า กรณีการจับกุมนายฟลอยด์ เป็นการสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

"ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็น และสิ่งที่ผมเห็นมันผิดอย่างเห็นได้ชัด" เฟรย์ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

"การเป็นคนผิวดำในอเมริกา ไม่ควรถูกตีตราว่าเป็นโทษประหารชีวิต"

สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายฟลอยด์ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับคนแอฟริกันอเมริกัน กรณีที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงเหตุการณ์ที่ตำรวจในรัฐแมริแลนด์ ลั่นไกยิงชายผิวสีในรถสายตรวจจนเสียชีวิต

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตำรวจเมืองมินนีแอโปลิสมีอำนาจตามแนวปฏิบัติ 'การใช้กำลังจับกุม' ของสำนักงานตำรวจ เพื่อใช้เข่ากดบนลำคอของผู้ต้องสงสัย ทั้งนี้ จะต้องไม่กดทับทางเดินหายใจ

โฆษกเอฟบีไอประจำเมืองมินนีแอโปลิสระบุว่า ทิศทางการสอบสวนของเอฟบีไอจะมุ่งไปที่การตรวจสอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องมีเจตนา"ละเมิดสิทธิของบุคคลตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายของสหรัฐอเมริกา" หรือไม่

เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น เอฟบีไอจะนำผลการสอบสวนส่งต่อให้สำนักอัยการรัฐมินนิโซตา เพื่อดำเนินการฟ้องร้องต่อไป

A protester prays in front of the memorial of George Floyd who died in custody on May 26, 2020 in Minneapolis, Minnesota

ที่มาของภาพ, AFP

ประท้วงเรียกร้องความยุติธรรม

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วงหน้าสถานีตำรวจในเมืองมินนีแอโปลิส

สถานการณ์ปะทุเป็นเหตุรุนแรง จนตำรวจต้องตัดสินใจใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นทวีตรายงานว่า ผู้ประท้วงทุบทำลายกระจก และฉีดสเปรย์บนรถสายตรวจ ไม่เพียงเท่านั้น ตำรวจยังใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ประท้วงด้วย

นางเอมี โคลบูชาร์ วุฒิสมาชิกรัฐมินนิโซตาจากพรรคเดโมแครตได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการสอบสวนนอกอย่างละเอียดด้วย

"ชายคนนี้และครอบครัวของเขาต้องได้รับความยุติธรรม ชุมชนของเราต้องได้รับความยุติธรรม ประเทศของเราต้องได้รับความยุติธรรม"

สื่ออเมริกันรายงานว่า นางโคลบูชาร์ เป็นหนึ่งในตัวเก็งผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีพรรคเดโมแครตคู่กับนายโจ ไบเดน